Memory Distortion: เมื่อสิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่ความจริง

Alpha Pro
13 Jul 2020
เรื่องโดย:

อลงกฏ มโนรุ่งเรืองรัตน์

จุดเด่นของความเป็นมนุษย์คือการมีสมองที่พัฒนามากกว่าสัตว์อื่นๆ สมองคือสิ่งที่เราภูมิใจว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ ‘Homosapien’ กลายเป็นสปีชีส์ที่ครองโลกมาอย่างยาวนานมากกว่า 70,000 ปี

 

       ค่านิยมในสังคมปัจจุบันเองก็ให้คุณค่ากับความฉลาดของคนอย่างสูงส่ง แม้แต่คำด่ารุนแรงในสังคมยังเป็นการด่าว่า ‘โง่’ ‘ควาย’ ‘ไม่มีสมอง’ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสติปัญญาก็เกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง

       มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า แท้จริงแล้วสมองของเราไม่ได้เป็นอวัยวะที่เลิศเลอเปอร์เฟ็กต์อย่างที่ใครๆ คิด จนหลายๆ ครั้งกลายเป็นต้นเหตุของปัญหามากมาย โดยที่ตัวเราเองไม่ได้รู้ตัว

       เคยไหมที่เรารู้สึกว่าเราจำเหตุการณ์บางอย่างได้อย่างแม่นยำ เราคิดว่าเราถูก… แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เราจำได้กลับผิดไปทั้งหมด

       เคยไหมที่เรารู้สึกไม่ชอบใครบางคน เพราะเขาดูเป็นคนไม่ดี แต่พอคบกันไปสักพักกลับรู้สึกว่า… เราต่างหากที่ไม่ดี ที่เคยไปมองเขาแย่ๆ 

       เคยไหมที่ได้ยินคนเล่าเรื่องการใช้สัญชาตญาณมาตัดสินรักแรกพบ… พบว่ามันคือหายนะ

       สมองมีส่วนอย่างมากในการนำเอาข้อมูลและประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของเรามาบงการความจำและสิ่งที่เราเห็น

       หน้าที่หลักของสมองคือการเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ข้อมูลจากจุดสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสพร้อมๆ กัน หลังจากนั้นสมองจะสั่งงานไปที่อวัยวะต่างๆ ให้ทำหน้าที่ตามที่สมองสั่งงาน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเสี้ยววินาทีเท่านั้น 

       เราอาจคิดว่าสิ่งที่เรามองเห็นอยู่นั้นคือภาพจริงที่เรามองเห็นได้ด้วยตา แต่รู้ไหมว่าแม้แต่ภาพและตัวอักษรในบทความที่เราเห็นอยู่ ณ ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ภาพจริงที่ตามองเห็น แต่เป็นภาพที่สมองสร้างขึ้นใหม่จากข้อมูลที่ตาและอวัยวะอื่นๆ ส่งข้อมูลมาให้สมองต่างหาก

       ภาพที่เราเห็นคือภาพใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยสมองภายในเสี้ยววินาที หลายๆ ครั้งถูกปรุงแต่งด้วยประสบการณ์และทัศนคติส่วนตัวของเรา จึงเป็นสาเหตุทำให้สิ่งที่เราเห็นหรือจำได้อาจจะไม่ได้ตรงกับความจริงเสมอไป

       ในช่วงปี 1990 มีการทดลองเกี่ยวกับ Memory Distortion ในประเทศเยอรมนี อาจารย์วิชาจิตวิทยาท่านหนึ่ง ทำการทดลองในงานสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ด้วยการสร้างเหตุการณ์จำลองการยิงกันกลางงานสัมมนาขึ้นมา

       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือระหว่างงานสัมมนา มีคนใส่ชุดตัวตลกวิ่งเข้ามาในห้องสัมมนา มีผู้ชายถือปืนวิ่งตามมา และมีการลั่นปืนไปหนึ่งนัด หลังจากนั้นทั้งสองวิ่งออกไปจากห้องสัมมนา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช้ระยะเวลาไม่ถึง 20 วินาที หลังจากนั้นทุกคนในห้องถูกให้ตอบคำถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอธิบายรูปลักษณ์ของตัวตลกและชายถือปืนที่วิ่งเข้ามา

       ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างให้รายละเอียดของชายถือปืนที่วิ่งเข้ามาว่าใส่หมวก ทั้งที่ในความเป็นจริง ชายถือปืนคนนั้นไม่ได้สวมหมวกแต่อย่างใด

       เหตุผลที่ทำให้คนอธิบายรูปลักษณ์ของชายผู้นั้นว่าใส่หมวกมีความเป็นไปได้ว่า ผู้ชายในยุคนั้นนิยมใส่หมวก จึงเป็นเหตุให้คนที่อยู่ในงานสัมมนา ‘คิดไปเอง’ ว่าผู้ชายคนนั้นต้องใส่หมวกแน่ๆ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่มีหมวกแต่อย่างใด

       นี่คือตัวอย่างการทำงานของสมองที่พยายามเติมเต็มภาพและความทรงจำของเราด้วยประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งไม่ตรงกับความจริง

       ในการทดลองอีกที่หนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน ผลการทดลองออกมาว่ากว่า 26-80% ของผู้ที่อธิบายเหตุการณ์บอกรายละเอียดผิดเช่นกัน

       ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นไม่ใช่ว่าสมองของเราตั้งใจจะโกหก หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่เกิดขึ้นจากกลไกการทำงานตามธรรมชาติของสมอง ซึ่งมักจะให้ความสำคัญกับการจำภาพรวมมากกว่าจำรายละเอียด แต่เมื่อถูกกดดันให้รื้อความจำในรายละเอียดที่จำไม่ได้ สมองมักจะแต่งเรื่องที่แม่นยำขึ้นมาให้เราแทน

       ทำให้หลายๆ ครั้งสิ่งที่เรารู้สึกว่าจำมันได้แม่นยำ แต่ในความเป็นจริงคือมโนขึ้นมาเองทั้งนั้น

       สิ่งที่เราเห็น และจำได้อาจไม่ใช่ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นเรื่องเล่าที่ ‘Based on True Story’ ของตัวเราเอง

       ในแต่ละปีมีการจัดให้ผู้เห็นเหตุการณ์ชี้ตัวผู้ต้องหากว่า 75,000 ครั้ง 20-25% ผู้เห็นเหตุการณ์ชี้ตัวคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แน่นอน

       75 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริสุทธิต้องถูกจำคุกเพราะการให้ข้อมูลผิดๆ ของผู้เห็นเหตุการณ์

       สมองของเราทำงานผ่านระบบจิตไร้สำนึกถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และทำงานผ่านระบบจิตสำนึกเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

       สถิติเหล่านี้บ่งบอกว่าด้วยธรรมชาติการทำงานของสมองมนุษย์ ครั้งต่อไปที่เรามั่นใจมากๆ ว่าเห็นอะไร หรือจำได้ว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร เราอาจจะต้อง ‘Think Twice’

       เพราะเราไม่รู้เลยว่าสมองของเรากำลังรับรู้ข้อมูลที่เป็นความจริง หรือเป็นเรื่องเล่าที่มีส่วนผสมหลักมาจากประสบการณ์และความนึกคิดของตัวเราเอง

 


ร่วมติดตาม และสื่อสารกับเราได้ทาง https://finno.me/alphapro-adB

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

อลงกฏ มโนรุ่งเรืองรัตน์

เป็นนักลงทุนผู้หลงใหลในหุ้นเติบโต ชื่นชอบการศึกษากลยุทธ์ทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และพัฒนาการของ Business Model ใหม่ๆ

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist