ก้าวต่อไปของ ‘ดอยคำ’ ที่ขยับเข้าใกล้หัวใจผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

Branded Content
31 Aug 2020
เรื่องโดย:

adB Team

ถ้าคุณเป็นสายรักสุขภาพ ใส่ใจกับการดูแลรูปลักษณ์ คุณจะต้องรู้จักและเคยลิ้มลองผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ ‘ดอยคำ’ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมะเขือเทศ หรือ ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ที่เป็นตัวชูโรงของแบรนด์ ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพและการทำรสชาติให้อร่อย บริโภคง่าย ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน

        ในยุคที่เทรนด์สุขภาพมาแรง ยิ่งส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมะเขือเทศของดอยคำได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก ทั้งจากการแนะนำแบบปากต่อปาก ไปจนถึงกระแสในโลกออนไลน์ ที่การันตีว่าดอยคำคือแบรนด์ที่มีความสม่ำเสมอในเรื่องคุณภาพ ความคุ้มค่า และรสชาติ

 

ดอยคำ

ต่อยอดจากจุดแข็ง

        วันนี้ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมะเขือเทศของดอยคำกำลังก้าวต่อไปอีกขั้น เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผลิตภัณฑ์ ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ที่ครองอันดับหนึ่งด้านคุณภาพ และเพื่อสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภคในกลุ่มที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น – วัยทำงาน จึงได้จัดทำแคมเปญโฆษณาภายใต้ชื่อ ‘มะเขือเทศที่รัก’ ระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2563 ผ่านกลยุทธ์การสร้างภาพจำใหม่โดยใช้ลายเส้นพร้อมแต่งแต้มสีสันที่เป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวผลผลิตจากมะเขือเทศจากต้นสายสู่ปลายน้ำ ได้แก่

1 | ลวดลาย ‘เส้นทางมะเขือเทศ’

        ถ่ายทอดบรรยากาศพื้นที่เพาะปลูกมะเขือเทศที่อุดมสมบูรณ์ในเขตภาคอีสานตอนบน ตลอดฝั่งแม่น้ำโขง บนเนื้อที่ 23,000 ไร่ ครอบคลุมจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง ได่แก่ นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ อุดรธานี และอื่นๆ จนมีคำกล่าวเรียกพื้นที่นี้ว่า ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’

2 | ลวดลาย ‘การขึ้นค้าง’

        ถ่ายทอดวิธีการปลูกผลผลิตมะเขือเทศแบบแนวตั้ง ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรของโรงงานหลวงฯ ที่ 3 (เต่างอย) โดยการใช้คานไม้พยุงลำต้นไม่ให้ราบไปกับพื้นดิน ช่วยลดสาเหตุการเน่าเสียของผลมะเขือเทศ ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น 

3 |  ลวดลาย ‘รถอีแต๊ก’ 

        ยานพาหนะที่เป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรภาคอีสานตอนบน ใช้บรรทุกมะเขือเทศจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ระดับความสุกเหมาะสม พร้อมนำไปสู่กระบวนการแปรรูปเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ภายใต้การดำเนินงานของโรงงานหลวงฯ ที่ 3 (เต่างอย) 

        โดยลวดลายเหล่านี้จะได้รับการนำมาปรับใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้กลุ่ม ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ที่นอกจากจะสวยงาม ทันสมัย และเป็นมิตรกับผู้บริโภคมากขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคหน้าใหม่ได้ทดลองสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มากขึ้นด้วย 

 

ดอยคำ

สร้างประสบการณ์ใหม่ในยุคดิจิทัล   

        ในโลกยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกว่าโลกยุคดิจิทัล แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจะเชื่อมต่อกับผู้คนยุคนี้ได้อย่างไร? นี่คือโจทย์ที่ท้าทาย 

        ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ภายใต้แบรนด์ดอยคำ ได้มอบประสบการณ์ ‘ความสนุก’ ใหม่แก่ผู้บริโภคโดยการนำเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ AR (Augmented Reality) มาใช้เพื่อให้เข้าถึงเรื่องราว ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’ ได้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้น ผ่านการประมวลผลจากรายละเอียดตราสัญลักษณ์ดอยคำ ด้วยแอปพลิเคชัน Line ช่องทาง Line Official @DoiKham บนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต เป็นวิดีโอบอกเล่าที่มาผลผลิตมะเขือเทศ จากต้นกำเนิดสู่ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจของดอยคำแบบ 3 มิติ ความยาว 1 นาที จำนวน 3 เรื่องราว ได้แก่ 

1 | ของขวัญธรรมชาติ พืชผลล้ำค่าจากแดนไกล 

        บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของผลมะเขือเทศ รวมไปถึงประวัติและวัฒนธรรมการบริโภคมะเขือเทศในประเทศไทย

2 | เส้นทางสายมะเขือเทศ แห่งแดนอีสาน 

        บอกเล่าที่มาของคำว่า ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’ ภายใต้การดำเนินงานเกี่ยวกับการให้ความรู้และส่งเสริมทักษะการปลูกผลผลิตมะเขือเทศแก่เกษตรกรภาคอีสานตอนบนของดอยคำ

3 | ที่ 1 แห่งความภาคภูมิใจ ผลผลิตที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้กินดี… อยู่ดี 

        เรื่องราวของโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๓ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่แปรรูปผลผลิต ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’ สู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ เป็นผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ เส้นเลือกใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ กินดี…อยู่ดี

        นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าถึงเรื่องราว ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’ ได้ง่ายและสนุกขึ้นผ่าน AR Game เกม ‘งับมะเขือเทศ’ อีกด้วย 

 

ดอยคำ

ลิ้มรสสัมผัสน้ำมะเขือเทศหลากมิติ

        น้ำมะเขือเทศดอยคำไม่ได้มีแค่รสชาติเดียว… เพราะ ‘ครอบครัวมะเขือเทศ’ ภายใต้แบรนด์ดอยคำได้เปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนพันธุ์แท้น้ำมะเขือเทศดอยคำได้สัมผัสรสชาติของเมนูเครื่องดื่มจากการรังสรรค์โดยใช้วัตถุดิบหลัก ได้แก่ น้ำมะเขือเทศ ผสานกับรสสัมผัสที่แตกต่างจากส่วนผสมหลายชนิด จำหน่ายราคา 80 บาท/แก้ว (เฉพาะร้านดอยคำ) เป็นเครื่องดื่มสูตรพิเศษ 3 รสชาติ ภายใต้แนวคิด น้ำมะเขือเทศแท้หลากมิติ ซึ่งจำหน่ายเฉพาะร้านดอยคำในฤดูกาลพิเศษเท่านั้น ประกอบด้วย 

        1 | Tomato Sunrise (โทเมโท ซันไรส์) มิติใหม่ของการเติมความสดชื่นให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากว่าที่เคย กับสูตรลับน้ำมะเขือเทศแท้ ผสานรสชาติเผ็ดจัดจ้าน จากสมุนไพรเผ็ดร้อน และซอสพริกทาบาสโก เพิ่มสีสันด้วยพริกลูกชุบสีแดงสด

        2 | Tomato Sunshine (โทเมโท ซันไชน์) จากสูตรน้ำมะเขือเทศรสชาติยอดนิยมของร้านดอยคำ (Tomato Legend) ที่ผสมผสานความเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากน้ำเสาวรสแท้ เพิ่มรสสัมผัสนุ่มละมุนด้วยวิปครีมกลิ่นวานิลลา เป็นน้ำมะเขือเทศมิติใหม่ที่คุณต้องลอง

        3 | Tomato Sunset (โทเมโท ซันเซ็ต) น้ำมะเขือเทศสีม่วงเข้ม จากการผสมผสานรสชาติเอกลักษณ์ของน้ำมัลเบอรีแท้ พร้อมสัมผัสมิติแห่งการผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นหอมแห่งสมุนไพรนานาชาติหลากชนิด พร้อมตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชอรีอบแห้ง

 

ดอยคำ

น้ำมะเขือเทศ 100% ดอยคำ มีดีที่ตรงไหน? 

        น้ำมะเขือเทศ 100% ดอยคำ คือผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายเฉพาะร้านดอยคำเท่านั้น (สินค้ามีจำนวนจำกัด) ภายในอัดแน่นด้วยผลผลิตจากมะเขือเทศต้นฤดูกาลที่มีรสชาติอร่อยที่สุด ผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันที่ความสุก 85% สู่กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำมะเขือเทศเข้มข้นระดับพรีเมียมบรรจุกระป๋อง อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จาก 

        – วิตามินเอ : มีส่วนช่วยในการมองเห็น

        – วิตามินซี : มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ 

        – ไลโคปีน : ช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง 

 

‘ดอยคำ’ ส่งต่อความห่วงใยสู่ผู้บริโภค

        นอกจากการเสิร์ฟผลิตภัณฑ์คุณภาพและรสชาติดีให้กับผู้บริโภค ดอยคำยังนำภาพจำหลักของแคมเปญมาปรับใช้เพื่อส่งต่อความห่วงใยไปสู่ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า และกระเป๋าผ้า ที่ใช้ลวดลายของเรื่องราว ‘เส้นทางสายมะเขือเทศ’ แนวคิดนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมการขาย กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความต้องการแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยเหลือโลกของเราได้ในอีกทางหนึ่ง 

        ติดตามช่องทางจำหน่าย และรายการส่งเสริมการขายได้จากเว็บไซต์ของดอยคำ 

        ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์ ‘มะเขือเทศที่รัก’ ฟรีได้ที่ https://bit.ly/34CJTkZ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่