RESERVE is what you deserved: ศาสตร์แห่งการดื่มเบียร์ ความลับของน้ำเมาที่อยากให้นักดื่มทุกท่านได้สัมผัส

Branded Content
9 Dec 2020
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

เมื่อ 2,000 ปีก่อน มนุษย์จะได้ค้นพบพืชชนิดหนึ่งชื่อว่า ฮอปส์ (Hops) ที่บ่งบอกถึงคุณภาพเบียร์ เพราะยิ่งฮอปส์มีคุณภาพที่ดีมากแค่ไหน เบียร์ก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้น โดยพืชชนิดนี้มีรสขม แต่ก็มีกลิ่นหอมเชื้อเชิญให้ลองดื่ม จนกลายเป็น ‘ความอร่อย’ ของเบียร์ที่ถูกส่งต่อให้กับมนุษย์ชาติ

        แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทุกวันนี้เรากลับพูดถึง ‘ความเมา’ มากกว่า ‘ความอร่อย’ ซึ่งอาจเป็นเพราะในปัจจุบันเครื่องดื่มประเภทนี้ ได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความสนุกให้กับเหล่ามนุษยชาติ ผ่านการกระดกอย่างรวดเร็ว หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหมดแก้ว 

        โดยเฉพาะกับเบียร์ประเภท ‘ลาเกอร์’ ที่ถูก RESERVE ไว้ว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของสิงห์นักดื่มชาวไทย ทั้งที่ในความเป็นจริงเบียร์ประเภทนี้ผ่านขั้นตอนการบ่มเพาะให้ได้ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดจากวัตถุดิบชั้นเลิศที่คัดสรรอย่างประณีตและพิถีพิถัน สร้างรสชาติที่นุ่มลึก แต่หนักแน่น มีความหอมละมุนจากกลิ่นของฮอปส์และมอลต์ จึงเป็นเบียร์ที่นุ่มและดื่มง่าย รวมทั้งมีความเฉพาะตัวอันน่าค้นหาที่ไม่ควรถูกมองข้าม 

        เรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ด้วยการมาร่วมทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า ‘ความอร่อย’ ของเบียร์ที่มนุษย์น่าจะได้ลิ้มลองนั้นควรเป็นอย่างไร ‘RESERVE is what you deserve’ ควรเป็นคำกล่าวสำหรับพฤติกรรมการกินเบียร์รูปแบบใหม่ ที่นักดื่มต้องมีทางเลือกในการลิ้มรสความอร่อยมากกว่าเพียงแค่การพูดถึงเรื่องความเมา

        รวมไปถึงวิธีการเพิ่มความอร่อยผ่านเครื่องเคียงที่ทานพร้อมเบียร์ในแต่ละประเภทจะมีอะไรบ้าง

 

RESERVE is what you deserved

 

        ก่อนที่จะพูดถึงการเพิ่มความอร่อยของเบียร์นั้น เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่นักดื่มจะต้องเข้าใจส่วนประกอบของเบียร์กันเสียก่อน เพราะในปัจจุบันยังมีหลายคนอีกมากที่ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังดื่มไปนั้นคืออะไร ถ้าพูดกันตามหลักขั้นพื้นฐาน เบียร์จะประกอบไปด้วยส่วนผสมสำคัญ 4 อย่างด้วยกันคือ

1. น้ำ (Water)

        เป็นวัตถุดิบหลักที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดรสชาติ เพราะด้วยปริมาณมากกว่า 90% ตามสัดส่วนของเบียร์ การใช้น้ำที่มีความแตกต่างทั้งรสชาติ แหล่งกำเนิด และปริมาณแร่ธาตุ จึงทำให้เบียร์มีรสชาติหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น น้ำในเมืองไฟรซิง (Freising) ประเทศเยอรมนี ที่ให้กำเนิด Weihenstephaner เบียร์พิลสเนอร์อันสดชื่น จนกลายเป็นลาเกอร์ยอดนิยมของโลก เป็นต้น

2. ฮอปส์ (Hops) 

        เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งใช้เพื่อรักษาความสมดุลหรือเพิ่มรสชาติของเบียร์ ซึ่งช่วยให้นักต้มเบียร์สามารถเลือกสายพันธุ์ของฮอปส์ที่เหมาะสมกับ ‘คาแรกเตอร์เบียร์’ ให้ได้รสชาติที่เหมาะกับความต้องการได้ ฮอปส์ที่มีคุณภาพสูงจะช่วยยกระดับรสชาติของเบียร์ไปอีกขั้น 

        ดังนั้น ในการต้มเบียร์จึงควรเลือกใช้ฮอปส์ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของพื้นที่ เช่น Saaz Hops หรือ Saazer ที่เหมาะกับเบียร์ที่บ่มในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงอย่างบ้านเรา เพราะเมื่อนำมาบ่ม จะช่วยเสริมรสชาติให้เบียร์มีรสสัมผัสที่นุ่ม ดื่มง่าย รวมทั้งมีกลิ่นหอม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮอปส์ชนิดนี้

 

RESERVE is what you deserved

3. ข้าวบาร์เลย์ที่นำมาเพาะและอบให้แห้ง (Barley Malt) 

        เมล็ดข้าวที่มีค่าเอนไซม์อะไมเลส (Amylase Enzyme) หรือกระบวนการแตกตัวของแป้งเป็นน้ำตาล เป็นขั้นตอนที่ทำให้ยีสต์สามารถกินน้ำตาลและเกิดเป็นแอลกอฮอล์ได้ ในบางสำนักต้มเบียร์ก็จะใช้ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต เป็นส่วนผสม เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น

4. ยีสต์ (Yeast) 

        คือจุลินทรีย์กินน้ำตาลที่พบในข้าวบาร์เลย์ ซึ่งจะทำการกินน้ำตาลในข้าวจนเกิดเป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนออกมา

 

RESERVE is what you deserved

RESERVE is what you deserve.

        วัตถุดิบดี แต่วิธีดื่มต้องดีกว่า เพราะในโลกของเบียร์ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เพิกเฉยไม่ได้เลยคือวิธีในการนำความอร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพข้างในนั้นออกมา serve นักดื่มให้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงให้ได้

        ทำให้ในปัจจุบันจึงมีเทคนิคในการดื่มเบียร์มากมาย ที่ช่วยเสริมการทานเบียร์ให้ดีขึ้น โดยจะขอยกตัวอย่างบางข้อที่จำเป็นและสำคัญ ดังต่อไปนี้

อุณหภูมิในการเก็บที่ดีคือระหว่าง 3-13 องศาเซลเซียส

        เป็นที่ทราบกันดีว่าการดื่มเบียร์ในอุณหภูมิที่อุ่นจนเกินไป นอกจากจะเสียความสดชื่นที่มาพร้อมกับความเย็นแล้ว ยังทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลงจนหมดความอร่อยได้ แต่รู้หรือไม่ว่าความเย็นจนเกินไปก็ทำให้เบียร์ไม่น่าดื่มด้วยเช่นกัน เพราะความเย็นในระดับแช่แข็ง (Freezing) ของเบียร์นั้น จะทำให้ลิ้นของเราไม่สามารถรับรสชาติของฮอปส์และมอลต์ในเบียร์ได้เลย

        โดยอุณหภูมิในการดื่มที่แนะนำ (Serving Temperature) สำหรับเบียร์ควรอยู่ที่ 3-13 °C ซึ่งเบียร์แต่ละชนิดก็จะมีอุณหภูมิที่ต่างกัน เช่น เบียร์ประเภทลาเกอร์จะเหมาะที่ 4-7 °C หรือเบียร์ประเภท IPA จะเหมาะที่ 7-10 °C ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่ผู้ผลิตเบียร์ต้องรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งในปัจจุบันก็มีเบียร์บางยี่ห้อที่ได้พัฒนาในส่วนนี้แล้ว เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

 

อร่อยขั้นกว่าด้วยเครื่องเคียงที่เสริมรสชาติ

        รู้หรือไม่ว่าเบียร์คืออาหารที่เป็นมิตรมากกว่าไวน์เสียอีก เพราะด้วยความหลากหลายของประเภทและรสชาติจึงทำให้เวลาคุณกินอาหารชนิดไหนก็ตาม จะมีเบียร์ที่เหมาะสมกับการเป็นเครื่องดื่มในมื้ออาหารนั้นๆ อยู่เสมอ ซึ่งจะขอจำแนกตามประเภทเบียร์ดังต่อไปนี้

 

RESERVE is what you deserved

1. เบียร์ประเภท Lager ควรทานคู่กับ เบอร์เกอร์​ บาร์บีคิว ไส้กรอก

        สำหรับเบียร์รสชาตินุ่มลิ้น กลิ่นหอมละมุน ถูกปากคนไทยจนกลายเป็นประเภทเบียร์ยอดนิยมที่หาซื้อได้สุดแสนสะดวกนั้นเหมาะสำหรับการดื่มคู่กับเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว และไส้กรอกได้เป็นอย่างดี เพราะความเค็ม หอม มัน ของอาหารประเภทนี้จะมาผสมรสสัมผัสนุ่มๆ และกลิ่นหอมของมอลต์ในเบียร์ กลายเป็นความกลมกล่อมในลิ้น ช่วยชูรสชาติระหว่างอาหารและเครื่องดื่มไปในทิศทางเดียวกัน เสมือนกับว่าทุกครั้งที่เราดื่มเบียร์ลาเกอร์​หรือกัดเบอร์เกอร์คำต่อไป เราจะได้รสชาติที่ชัดเจน เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

 

RESERVE is what you deserved

2. เบียร์ประเภท IPA ควรทานคู่กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์

        เบียร์ต้นกำเนิดจากช่วงล่าอณานิคมในอินเดียของอังกฤษ ที่มีรสชาติขมนุ่มลึก คือตัวเลือกที่ดีสำหรับการดื่มคู่กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเสริมรสชาติให้กันแล้ว ยังช่วยแก้เลี่ยนได้อย่างดี ครั้งต่อไปที่คุณจะดื่มเบียร์ประเภทนี้ ขอแนะนำให้ลองหาสเต๊กชิ้นโตมากินคู่กัน อาจทำให้ความขมที่ยากจะเข้าถึงของ IPA นั้น ดื่มง่ายมากยิ่งขึ้น

 

RESERVE is what you deserved

3.เบียร์ประเภท Stout ควรทานคู่กับช็อกโกแลต 

         สเตาต์หรือเบียร์ดำที่ทุกคนรู้จัก เกิดขึ้นจากการนำมอลต์ไปคั่วให้มีสีดำเข้ม จนให้รสชาติที่ขมและฝาด ซึ่งถือเป็นยาแรงสำหรับมือใหม่ในวงการเบียร์ แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถรับมือกับเบียร์ประเภทนี้ได้ดีขึ้นหากดื่มคู่กับขนมหวานอย่างเช่นช็อกโกแลต เพราะเมื่อความขมของสเตาต์ มาเจอกับความหวานของช็อกโกแลตก็จะทำให้รสชาติมีความอ่อนโยนต่อลิ้นมือใหม่หัดดื่มมากขึ้น

 

RESERVE is what you deserved

 

        ‘RESERVE is what you deserve’ คำกล่าวนี้คือทิศทางใหม่ของการเลือกดื่มเบียร์ที่ดีกว่า หอมกว่า ดื่มง่ายกว่า เปิดประสบการณ์การเข้าถึงรสสัมผัสสุดพิเศษจากเบียร์ที่คัดสรรมาจากวัตถุดิบชั้นดี บ่มในระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้เบียร์ที่มีรสชาตินุ่มลึก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสริมสร้างเวลาแห่งความสุขด้วยการดื่มด่ำรสชาติที่คู่ควร อีกทั้งยังเป็นการเขยิบเพดานของตลาดเบียร์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

        เพราะในบ้านเรายังมีเบียร์ที่ดีอยู่มาก เพียงแค่รอให้สิงห์นักดื่มไทยได้ค้นพบ รู้จัก และเรียนรู้เพียงเท่านั้น

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง