กรุงเทพประกันภัย: สำรวจเบื้องหลังบริษัทประกันภัย ความใส่ใจที่ไม่ได้มีดีแค่การเคลม

Branded Content
3 Feb 2020
เรื่องโดย:

adB Team

คนทั่วไปที่เคยใช้บริการจากบริษัทประกันภัย อาจจะคุ้นเคยหรือมีโอกาสได้สัมผัสกับพนักงานเคลมเป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลช่วยเหลือลูกค้าเมื่อเกิดปัญหา

         แต่ในความเป็นจริงธุรกิจประกันภัยไม่ได้มีแค่เรื่องของการเคลมเท่านั้น เพราะเบื้องหลังการจะพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อดูแล ใส่ใจ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกย่างก้าว ยังมีบุคลากรจากหลากหลายฝ่ายที่ร่วมกันผลักดันการบริการของธุรกิจประกันภัย 

        อธิบายง่ายๆ คือก่อนที่เราจะได้พบพนักงานเคลมนั้น แท้จริงยังมีกลุ่มคนจำนวนมากที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพแก่ลูกค้าอย่างดีที่สุด

        คุณเคยได้ยินชื่อตำแหน่งนักคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือเจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัยมาก่อนไหม ทราบหรือไม่ว่าธุรกิจประกันภัยถือเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเป็นอย่างมาก เพื่อผลิตสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า 

        ถ้าคุณไม่เคยทราบ เราคือเพื่อนกัน

        เพราะหลังจาก a day BULLETIN มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนบริษัทกรุงเทพประกันภัย บริษัทประกันภัยที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 70 ปี อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน และมีพนักงานกว่า 1,500 คน เรื่องสนุกๆ ของการทำงานที่เราได้สัมผัสจากการได้พูดคุยกับพนักงานหลากหลายแผนกที่เต็มไปด้วยไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่น เพื่อร่วมกันผลักดันบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า ก็เปลี่ยนมุมมองเดิมๆ ที่เรามีต่อบริษัทประกันภัยไปอย่างสิ้นเชิง

        และทำให้เราเข้าใจว่า เรื่องของประกันภัย ไม่ได้มีแค่การเคลม 

 

กรุงเทพประกันภัย

1| Underwriting (พิจารณารับประกันภัย)

        “สมัยก่อนความรู้ความเข้าใจเรื่องประกันภัยของคนบ้านเราค่อนข้างน้อย เขาจะคิดว่าเราจะไปขายอะไรให้เขา และเขาจะต่อต้าน แต่ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของลูกค้า การโปรโมตของบริษัทประกันภัยเองก็ค่อนข้างตื่นตัว มีการให้ความรู้แก่ลูกค้า เพื่อให้เข้าใจว่าบริษัทประกันภัยทำอะไร ไม่ใช่แค่การขายหรือเคลม แต่เรายังมีหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำหน้าที่สนับสนุนการให้บริการแก่ลูกค้า”

        คุณกัญจน์ณัฎฐ์ วงศ์เมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้าองค์กร ที่มีประสบการณ์การทำงานที่กรุงเทพประกันภัยมากว่า 18 ปี และได้พบความเปลี่ยนแปลงมากมายจากการทำงาน เริ่มเล่าให้เราฟัง

        “ด้วยยุคสมัยและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทำให้ Underwriter ต้องปรับบทบาทหน้าที่ให้มีฟังก์ชันการทำงานที่มากขึ้น คือนอกจากงานพิจารณารับประกันภัยแล้ว ยังทำหน้าที่ให้บริการด้านการขายประกันภัยด้วย เปรียบเหมือนรถไฮบริด คือขายและรับประกันภัย โดยดูแลให้คำปรึกษาในการทำประกันภัยที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า พิจารณาเรื่องความคุ้มครอง คิดเบี้ยประกันภัย เราจึงสามารถตอบสนองกับลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น”

 

 

       คุณกัญจน์ณัฎฐ์เล่าว่า สิ่งท้าทายที่สำคัญที่สุดของ Underwriter ในปัจจุบันคือจะไม่ได้เป็นเพียงแค่พนักงานขาย แต่ต้องเป็น Solution Provider ให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้านึกถึงเราเป็นคนแรก ดังนั้น พนักงานกรุงเทพประกันภัยจึงต้องสามารถให้บริการกับลูกค้าได้ทั้งหมดและพร้อมตลอดเวลา

        “เรามองว่าทุกวันนี้ลูกค้าไวแล้ว เราเองก็ต้องไวกว่า รูปแบบการขายหรือการดูแลลูกค้าแบบเดิมๆ อาจจะไม่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน เมื่อการตระหนักรู้ของลูกค้ามากขึ้น มีข้อมูลข่าวสารเยอะขึ้น ตอนนี้เราต้องเป็นการทำงานเชิงรุก (Proactive Approach) คือเราไม่ใช่แค่ต้องมีความเข้าใจในเรื่องของสินค้าประกันภัย แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เราต้องมองให้ออกคือเราสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยของลูกค้าได้ เราต้องเข้าใจธุรกิจของลูกค้า รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และเอาประกันภัยเข้าไปเสริม

        “เราไม่จำเป็นต้องขายสินค้าประกันภัยให้เขาได้ในครั้งแรก อย่างน้อยหา solution ให้เขา แนะนำให้เขามองเห็นภาพว่าความเสี่ยงของเขาอยู่ตรงไหน และเราต้องมองเรื่องความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ แล้วเราจะไปเติมเต็มเขาได้อย่างไร”

        สิ่งสำคัญที่ทำให้คุณกัญจน์ณัฎฐ์ตัดสินใจทำงานที่บริษัทกรุงเทพประกันภัยมายาวนานกว่า 18 ปี นอกจากเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ทีม และบรรยากาศในการทำงานแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจในบริษัทคือความมั่นคงทางการเงินของบริษัท

        “อีกสิ่งหนึ่งก็คือบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล บริษัทจะปฏิบัติกับทุกคนอย่างซื่อสัตย์ จริงใจ ยุติธรรม ทั้งต่อลูกค้า คู่ค้า หรือแม้กระทั่งพนักงานเองก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทำให้เราไม่อยากไปไหน” คุณกัญจน์ณัฎฐ์กล่าวทิ้งท้าย

 

กรุงเทพประกันภัย

2| Product Design & Actuary (ออกแบบผลิตภัณฑ์และคณิตศาสตร์ประกันภัย)

       หากพูดถึงนักคณิตศาสตร์ประกันภัย คนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคยเท่ากับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่รู้หรือไม่ว่า สองตำแหน่งนี้ถือเป็นพาร์ตเนอร์สำคัญที่ทำงานร่วมกันในบริษัทประกันภัย และคอยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาให้ตรงใจกับลูกค้า รวมถึงคอยคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม

        “นักออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเราจะมองความเสี่ยงภัยของผู้บริโภคเป็นอย่างแรก และนำความเสี่ยงนั้นมาออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการคืออะไร อะไรคือไลฟ์สไตล์ของเขา เมื่อเราเข้าใจความต้องการของลูกค้าแล้ว เราก็นำข้อมูลต่างๆ มาคิดวิเคราะห์และออกแบบเป็นแผนความคุ้มครองได้ตรงกับอรรถประโยชน์สูงสุดของเขา” คุณบุญรักษา ไชยรัตนะ เจ้าหน้าที่ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าว

        จากนั้นนักออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จะส่งแผนความคุ้มครองให้กับนักคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อช่วยคำนวณเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงในความคุ้มครองนั้นๆ

 

กรุงเทพประกันภัย

 

        “นอกจากนั้น นักคณิตศาสตร์ประกันภัยยังต้องมีการติดตามผลการรับประกันภัยด้วยว่าเบี้ยประกันภัยจากการคำนวณไว้นั้นเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เราคำนวณไว้ เราก็ต้องมาหาสาเหตุและหาแนวทางแก้ไขต่อไป” คุณจุลนภ แก้วหนู นักคณิตศาสตร์ประกันภัย กล่าวเสริม

        หัวใจสำคัญของนักออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คือความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องคอยคิดว่าจะออกแบบสินค้าออกมาอย่างไรให้ตรงใจลูกค้า

        “เราเหมือนนักจินตนาการ แต่ผลิตภัณฑ์ที่เราคิดต้องอยู่บนพื้นฐานตามหลักของประกันภัยด้วย เมื่อเราคิดทุกอย่างเสร็จ เรายังต้องผ่านการอนุมัติจาก regulator ที่คอยกำกับเราอีกขั้นหนึ่งด้วย เพราะผลิตภัณฑ์นี้เป็นสัญญาระหว่างบริษัทประกันภัยกับลูกค้า

        “สำหรับนักคณิตศาสตร์ประกันภัย แม้ว่าจะไม่ได้มีบทบาทการให้บริการโดยตรงกับลูกค้า แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการคำนวณเบี้ยประกันภัยที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับความเสี่ยงที่แท้จริงของลูกค้า และรวมไปถึงการบริหารการจัดการเงินสำรองไว้ให้เพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกค้าในอนาคต” คุณจุลนภ เล่าให้เราฟัง เมื่อเราบอกไปว่าไม่เคยได้ยินชื่อตำแหน่งนี้มาก่อน

        “เพราะว่าเมื่อเราขายสินค้าประกันภัยไปแล้ว ไม่ได้จบเลย สิ่งที่ลูกค้าจะมาใช้บริการเราต่อคือบริการหลังการขาย ซึ่งก็คือการเคลม เวลาเรากำหนดราคา หรือกำหนดทุนประกันภัย นักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องมีการคำนวณเงินสำรองไว้อีกส่วนหนึ่ง สมมติเราสำรองเงินไว้สองร้อยบาท แต่เราขายประกันภัยไปทั้งหมดสามร้อยบาท นักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องกลับมาคำนวณเงินสำรองใหม่ให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการขายที่มากขึ้น” คุณบุญรักษากล่าวเสริม

 

กรุงเทพประกันภัย

3| Risk Assessment (ประเมินความเสี่ยงภัย)

        โดยทั่วไปแล้ว เราจะรู้จักประกันภัยประเภทรถยนต์หรือบ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับกิจการขนาดใหญ่ เช่น อาคารสูง โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการเหล่านี้มีความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่า หากเกิดความเสียหายขึ้นมาแต่ละครั้งมักจะมีมูลค่าความเสียหายค่อนข้างมาก จึงต้องมีการทำทุนประกันภัยสูงเพื่อรองรับความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น บริษัทประกันภัยจึงต้องมีวิศวกรเข้ามาดูแลประเมินความเสี่ยงภัยในสถานประกอบกิจการต่างๆ หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

        เล่าให้เข้าใจง่ายว่าเจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัยจะทำงานสองส่วน ส่วนแรกคือการทำงานกับหน่วยงานภายในองค์กร ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่รับประกันภัย (Underwriter) หลังจากเจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัยไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือสถานประกอบการเรียบร้อยแล้ว ต้องสรุปความเสี่ยงภัยของสถานประกอบการนั้นๆ และรายงานให้เจ้าหน้าที่รับประกันภัยรับทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับพิจารณารับประกันภัยต่อไป

        อีกส่วนคือการทำงานร่วมกับลูกค้าในการประเมินความเสี่ยงภัยหน้างาน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัยสำรวจพื้นที่แล้ว จะพบถึงความเสี่ยงบางอย่างที่ลูกค้าอาจมองข้ามไปเพราะความเคยชิน เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัยจะชี้แจงให้ลูกค้าทราบถึงความเสี่ยงภัยที่มี พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำแก่ลูกค้าเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขในจุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงภัยนั้นๆ โดยอ้างอิงจากมาตรฐาน กฎหมายต่างๆ และข้อมูลหรือเหตุการณ์จากบริษัทประกันภัยที่เคยประสบมา

 

กรุงเทพประกันภัย

 

        “ปัจจุบันเรามีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำงาน เช่น เทอร์โมสแกน และโดรนสำรวจภัย อย่างตัวเทอร์โมสแกน ปกติเวลาเราได้ยินเหตุไฟไหม้ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เทอร์โมสแกนจะมาช่วยตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ทราบว่ามีจุดร้อนตรงไหนอย่างไรได้ทันที เจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการลดความเสี่ยงภัยในจุดนั้นได้” คุณพชร พุ่มพันธ์ เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงภัย เล่าให้เราฟัง

        ทักษะสำคัญของตำแหน่งนี้คือต้องเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านวิศวกรรมพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า เครื่องกล เคมี และมีประสบการณ์จากการไปดูหน้างาน นำมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและประสบการณ์ของประกันภัยที่เคยเกิดเหตุขึ้นมา ผนวกรวมกันเป็นข้อแนะนำให้กับลูกค้า

        “เราเคยเจอลูกค้าที่ไม่เคยเกิดเหตุมาเป็นสิบปี แต่พอเราเข้าไปแนะนำลูกค้าโดยอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมมาช่วยอธิบาย ลูกค้าก็เข้าใจมากขึ้นว่าในความจริงมีความเสี่ยงภัยอยู่ เพราะบางทีจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ลูกค้ามองข้ามไปอาจเกิดความเสียหายทั้งโรงงานเลยก็ได้”

 

กรุงเทพประกันภัย

4| IT (เทคโนโลยีสารสนเทศ)

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีถือว่ามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา รวมถึงธุรกิจประเภทต่างๆ ที่ต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีส่วนในการพัฒนาระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า รวมถึงธุรกิจประกันภัย ปัจจุบันกรุงเทพประกันภัยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้จากหลากหลายช่องทาง และยังมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนงานประกันภัยเช่นกัน อาทิ แอปพลิเคชัน BKI iCare เว็บไซต์บริษัท ระบบ e-surveyor สำหรับบริการเคลมรถยนต์ ให้พนักงานสามารถออกใบเคลมให้ลูกค้าจากสถานที่เกิดเหตุได้ทันที

        “บริษัทกรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญด้าน IT มาโดยตลอด ทำให้คนทำงานด้าน IT นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้า” คุณธีระชัย แพเพิ่มสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ พูดถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในยุคปัจจุบัน

 

กรุงเทพประกันภัย

 

        “IT มีส่วนงานที่ช่วยสนับสนุนการทำงานขององค์กร ทั้งเข้าไปช่วยวิเคราะห์กระบวนการทำงาน ลดการทำงานที่ไม่จำเป็น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน เช่น เรามีการนำ Robotic Process Automation เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานต่างๆ เพื่อลดระบบการทำงานของพนักงานลง และใช้ Robotic ทำงานแทน เพื่อลดการผิดพลาด และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น การออกใบเสนอราคาให้กับลูกค้า Robotic สามารถดึงข้อมูลจาก Email, PDF หรือ Excel มาบันทึกเพื่อออกเอกสารได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ลูกค้าจะได้รับเอกสารที่รวดเร็วไปด้วย”

        นอกจากความสะดวกสบายที่ลูกค้าได้รับจากการบริการของกรุงเทพประกันภัย สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากคือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงมีการควบคุมดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ (ISO 27001: 2013) และยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต (PCI DSS) อีกด้วย

 

กรุงเทพประกันภัย

5| Investment (การลงทุน)

        หนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยของลูกค้าคือสำนักการลงทุน ซึ่งเป็นเสมือนผู้จัดการกองทุนของบริษัท มีบทบาทหน้าที่ในการนำเบี้ยประกันภัยที่บริษัทได้รับจากลูกค้า ไปลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการลงทุนต่างๆ เช่น เงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ หน่วยลงทุน หุ้น และอื่นๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่บริษัท และเพื่อเตรียมความพร้อมในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกค้าได้ทันทีในกรณีเกิดการเรียกร้องค่าเสียหายขึ้น

        อธิบายให้เข้าใจง่ายคือธุรกิจประกันภัยจะมี 2 ส่วน คือด้านประกันภัยและด้านลงทุน สำหรับด้านลงทุนคือทำอย่างไรเพื่อให้บริษัทมีความมั่นคงทางการเงิน หากมีการเคลมเกิดขึ้น บริษัทมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกค้าได้

        “บริษัทมีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่มั่นคง ทำให้บริษัทสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่าง เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้เกิดเคลมค่าสินไหมทดแทนมูลค่ามหาศาล บริษัทสามารถบริหารจัดการเพื่อชำระค่าสินไหมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนที่ซื้อประกันภัยจึงมั่นใจได้ว่าบริษัทมีเงินมาจ่ายลูกค้าแน่ๆ ถ้าเกิดมีการเคลมเกิดขึ้น” คุณวิกรม ประทีปกาญจนา ผู้จัดการสำนักการลงทุน เล่าถึงความสำคัญของสำนักการลงทุน

 

 

        “บริษัทให้ความสำคัญในการนำเงินไปลงทุน จึงต้องใส่ใจในการวิเคราะห์ข้อมูลหลักทรัพย์ คำนึงถึงภาพรวมเศรษฐกิจ ภาวะตลาดรวมถึงรายละเอียดฐานะการเงินของแต่ละบริษัทที่จะเข้าลงทุน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ที่จะลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในอนาคต ทำให้มีเงินเพียงพอที่จะนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย หากมีการเคลมเกิดขึ้น”

        ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าความสำคัญของสำนักการลงทุนในบริษัทประกันภัยคือการเสริมสร้างความมั่นคงแข็งแกร่งให้กับองค์กร สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของลูกค้าที่จะเข้ามาทำประกันภัยกับบริษัท” คุณวิกรมกล่าวสรุป

 

        จากที่มีโอกาสรับฟังประสบการณ์การทำงานและมุมมองต่างๆ จากพนักงานหลากหลายหน่วยงานแล้ว ทำให้พบว่าแท้จริงแล้วกว่าที่บริษัทประกันภัยจะค้นคิดและพัฒนาสินค้าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และบริการที่มีประสิทธิภาพเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าแล้ว ยังมีหน่วยงานที่เป็นฟันเฟืองอีกมากมายที่ทำงานผสานกันและคอยมุ่งมั่นผลักดันมาตรฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อบริการที่เป็นเลิศที่สุดสำหรับลูกค้าของบริษัทกรุงเทพประกันภัย ช่วยเปิดและเปลี่ยนมุมมองเดิมๆ ว่าเรื่องของประกันภัย ไม่ได้มีแค่การเคลมอย่างที่ทุกคนเข้าใจเท่านั้น

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่