TCP: ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนให้ทันการเปลี่ยนแปลง เราจะกลายเป็นองค์กรที่เดินตามไม่ทันโลก

Branded Content
13 Sep 2019
เรื่องโดย:

a day BULLETIN Team

Highlights

“ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ในที่สุดเราจะกลายเป็นองค์กรที่เดินตามไม่ทันโลก”

        ประโยคที่เขาเผยออกมาระหว่างให้สัมภาษณ์ สะท้อนความจริงที่กำลังท้าทายทุกองค์กรในปัจจุบันได้อย่างชัดเจนและตรงจุด เพราะการเฝ้าสำรวจตรวจสอบตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันและการไม่หยุดที่จะเรียนรู้ คือสปิริตที่สำคัญที่ทำให้กลุ่ม TCP ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานในเมืองไทย แถมยังสยายปีกธุรกิจไปสร้างชื่อเสียงในหลายประเทศ

        ในวาระที่ TCP ประกาศปรับโฉมองค์กรครั้งใหญ่ สู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company) นอกจากการทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.3 พันล้านบาท เพื่อนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ให้กลายเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังน่าสนใจตรงที่การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ดำเนินอย่างสอดคล้องกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมคือ ‘ไม่ปลดพนักงาน’ และ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’

         เพราะเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ทุกคน จึงมองเห็นจุดแข็งในตัวคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ที่นำมาผสมผสานและต่อยอดทางธุรกิจได้ ประกรรษ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ กลุ่มธุรกิจ TCP ตอบทุกคำถามของเราด้วยความมั่นใจ และพร้อมแล้วที่จะพาบุคลากรกว่า 5,000 ชีวิตเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ภายใต้แนวคิดที่สำคัญอย่าง ‘การเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงและหมั่นเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง’ 

 

TCP

ถ้าไม่ดิสรัปต์ตัวเอง เราเองจะถูกดิสรัปต์

        “ในการทำงานยุคปัจจุบัน ประโยคที่เราจะได้ยินกันบ่อยๆ คือถ้าเราไม่ดิสรัปต์ตัวเอง เราเองจะถูกดิสรัปต์ในที่สุด ถือเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง และทำให้องค์กรของเราต้องเร่งปรับตัวและปลูกฝังนิสัยของการไม่หยุดที่จะเรียนรู้ให้กับบุคลากรทุกคน”

        แม้ว่าที่ผ่านมา TCP จะขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่เป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรม เช่น การเป็นผู้คิดค้นพัฒนาสินค้าประเภทเครื่องดื่มให้พลังงาน (Energy Drink) ในประเทศไทย ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกสินค้าเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ในตลาดไทยและตลาดโลก แต่ประกรรษ์มองว่า การยึดติดกับชื่อเสียงและความสำเร็จในวันวานคือตัวการที่จะทำให้ความคิดหยุดพัฒนาไปด้วย

        “ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ในที่สุดเราจะกลายเป็นองค์กรที่เดินตามไม่ทันโลก ตัวอย่างเช่น เราเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มให้พลังงาน แต่ถ้าวันหนึ่งโลกเราไม่จำเป็นต้องมีคนคอยทำหน้าที่ขับรถส่งของอีกต่อไปแล้ว แปลว่าคนย่อมไม่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เขาตื่นตัวหรือมีพลังงานในการขับรถ ซึ่งหมายความว่าสินค้าของเราจะกลายเป็นสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นไปในทันที นี่คือโจทย์ที่คอยท้าทายเราอยู่ในทุกๆ วัน” 

 

TCP

 

        อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของ TCP และการเป็นธุรกิจที่นำพาประเทศไทยออกไปให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศคือต้นทุนที่มีคุณค่ามหาศาล ฉะนั้น การพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากต้องปกปักรักษาจุดแข็งเดิมแล้วยังต้องรู้จักพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้นด้วย

        “ดังนั้น การเติบโตขององค์กรในยุคดิสรัปต์จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและรูปแบบการทำงาน รวมถึงติดอาวุธให้กับพนักงานทุกคนให้ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต เราจึงได้ออกแบบการทำงานใหม่ภายใต้แนวคิด 3C ที่มุ่งให้บุคลากรทุกคนได้ก้าวข้ามกรอบการทำงานแบบเดิมสู่นวัตกรรมใหม่ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีดิจิตอลกับกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึงดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมงานมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต”

 

C1: เปลี่ยนรูปแบบสำนักงานใหม่ สู่การเป็นองค์กรแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม

        การปรับตัวสู่การเป็นองค์กรแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมเกิดจากการปรับเปลี่ยนและริเริ่มในหลายมิติ เช่น การเปลี่ยนรูปแบบสำนักงานใหม่ โดย TCP ได้ลงทุนราว 740 ล้านบาท เพื่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยสำนักงานใหญ่แห่งใหม่จะติดกับสำนักงานปัจจุบัน ออกแบบโดยเน้นพื้นที่การทำงานแบบเปิดโล่ง และจัดสรรพื้นที่กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางเพื่อให้พนักงานทุกแผนก ทุกระดับ ได้ใช้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดในบรรยากาศผ่อนคลาย

 

tcp

 

        “ในการปรับโฉมองค์กร เราถือคติว่าจะไม่ปลดพนักงานและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเราเชื่อว่าบุคลากรทุกคนมีคุณค่า คนรุ่นใหม่มีจุดแข็งคือพวกเขาเรียนรู้ไวและเก่งเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ส่วนคนรุ่นเก่าคือคนที่สั่งสมประสบการณ์ในการทำงานมาอย่างยาวนาน พวกเขามีองค์ความรู้ของการทำธุรกิจที่ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ ในการปรับเปลี่ยนองค์กรที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนจึงขาดบุคลากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไปไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข ภายใต้โจทย์อันท้าทายนี้จึงนำมาสู่การสร้างออฟฟิศใหม่ที่เน้นให้เป็น Open Office เพื่อเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น”

        นอกจากนี้ทาง TCP ยังได้นำกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ที่มีหัวใจสำคัญคือคิดเร็ว ทำเร็ว (Fail Fast) ใช้ทรัพยากรไม่เยอะ (Fail Cheap) และรีบคิด รีบปรับต้นแบบ (Fail Forward) มาปรับใช้เพื่อเอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างไอเดียใหม่ๆ เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

        “ผมคิดว่ามุมมองที่สำคัญเมื่อเรานำกระบวนการคิดแบบ Design Thinking มาใช้กับการทำงานคือการเปิดโอกาสให้ทุกไอเดียได้ทำงานอย่างแท้จริง อาจมีล้มเหลวบ้าง พลาดบ้าง แต่เราต้องเชื่อใจและให้โอกาสคนทำงาน ซึ่งถ้าไอเดียไหนที่ประสบความสำเร็จจะได้ไปต่อ แต่ถ้าไอเดียไหนที่ยังดูจับต้องไม่ได้หรือยังไม่เหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจะไม่ทิ้งไอเดียให้สูญเปล่า แต่จะนำไปรวมอยู่ในถังไอเดียกลาง แปลว่าในอนาคตทุกไอเดียอาจถูกหยิบมาต่อยอดทางธุรกิจได้”

 

C2: เปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ สร้างองค์กรยืดหยุ่นแต่ทรงพลัง

        นวัตกรรมคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ TCP จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้รูปแบบการทำงานใหม่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานและลดทอนขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไปให้มากที่สุด 

        “เราจะเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถมี virtual office ที่เป็นเสมือนสำนักงานเคลื่อนที่ ทำงานผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เช่น โน้ตบุ๊ก หรือโทรศัพท์มือถือ กล่าวคือไม่ว่าพนักงานจะอยู่ตรงไหนเขาจะส่งข้อมูลถึงกันหรือประชุมทางไกลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตามความสะดวกของเขา หรือถ้าไม่อยากทำงานที่ออฟฟิศ แต่สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านไม่แรงพอ เรายังมีพาร์ตเนอร์ที่เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซอยู่ตามจุดต่างๆ ในเมือง ซึ่งพนักงานเข้าไปเช็กอิน นั่งทำงาน และใช้อินเทอร์เน็ตในสถานที่เหล่านั้นได้เลย”

        เด็กรุ่นใหม่มีความฝันในการทำหลายสิ่งหลายอย่าง องค์กรจึงต้องปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขา เพราะความเชื่อใจ ความยืดหยุ่น และการให้อิสระต่อคนทำงานจะส่งผลให้คนเกิดทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงาน นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าเงื่อนไขที่ดีเหล่านี้จะก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น

        “เด็กรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ พวกเขามีความฝันมากมายและอยากลองทำงานหลากหลายรูปแบบ เช่น ในวันหนึ่งเขาอาจจะอยากทำงานให้เราวันละ 4 ชั่วโมง ซึ่งเรายินดีถ้าคุณใช้เวลา 4 ชั่วโมงนั้นทำงานอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นคุณจะไปทำสตาร์ทอัพของตัวเองก็ได้ เราสนับสนุนให้คุณได้เลือกเวลาทำงานของตัวเองและใส่ไอเดียที่อยากทำได้อย่างเต็มที่เช่นกัน”

 

tcp

 

        นอกจากนั้น TCP ยังนำแนวคิดการทำงาน agile รวมทั้ง scrum มาใช้ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบ cross-functional และ cross-generational ซึ่งเป็นการผสมผสานแนวทางการทำงานตามมาตรฐานระดับโลก เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สร้างความสำเร็จให้แก่ทีม

        “การทำงานในยุคก่อนคือการทำงานแบบเป็นลำดับขั้น โดยไล่ระดับลงมา (waterfall) แบ่งรูปแบบการทำงานตามฟังก์ชัน เช่น แผนกบุคคล แผนกการตลาด ฯลฯ ต่างฝ่ายต่างทำงาน กว่าที่ความคิดหนึ่งจะเดินทางไปสู่ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์จะเต็มไปด้วยขั้นตอนต่างๆ มากมายและใช้เวลานาน เราจึงเริ่มนำแนวคิดการทำงานแบบ agile ที่เน้นความคล่องตัวมาปรับใช้ในองค์กร การทำงานจะมีลักษณะเป็นโปรเจ็กต์ที่รวมเอาบุคลากรจากแผนกต่างๆ มาร่วมกันระดมคิด ระดมทำมากขึ้น และผสมผสานคนหลากหลายตำแหน่ง เพิ่มการพูดคุยและปฏิสัมพันธ์ต่อกัน แต่จะไม่ใช่การประชุมในรูปแบบที่เป็นทางการเหมือนการทำงานแบบเก่าแล้ว”

C3: เปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่

        “เราสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีเพื่อให้ทุกคนติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงานแต่ละคนให้มากที่สุด เช่น การทำ virtual office ที่เล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนต้น และเราจะนำ AI แชตบอต มาใช้ในการสื่อสารกับพนักงานและลูกค้าของบริษัทด้วย ทั้งในเรื่องของการให้ข้อมูลความรู้ ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ต่อไปนี้ถ้าพนักงานอยากรู้ว่าปีนี้เขายังสามารถเบิกค่าทำฟันได้อีกเท่าไหร่ก็ไม่ต้องรอไปสอบถามจากฝ่ายบุคคลอีกต่อไปแล้ว แต่เขาสามารถแชตไปสอบถามแชตบอตได้เลย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนา อีกไม่นานจะได้ทดลองใช้จริง นอกจากนี้เรายังใช้ AI ในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อต่อยอดทางธุรกิจขององค์กร รวมถึงสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับพาร์ตเนอร์ของเราด้วย”

        อีกไม่นานเราน่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มาจากการสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม เพราะ TCP ได้จัดตั้งทีมงาน ‘Incubator’ ที่สนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ ทดลอง และทดสอบไอเดียใหม่ๆ รวมถึงต่อยอดไอเดียเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่จะนำไปสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่โดนใจลูกค้า

 

tcp

 

         “ในอนาคตเรามุ่งหวังให้ TCP เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม เราลงทุนเพื่อสร้างสรรค์ให้พื้นที่ของการคิดค้นเชิงนวัตกรรมโดยได้ก่อตั้ง TCP Incubator เพื่อให้เป็นพื้นที่ของการทดลองและสร้างสรรค์ไอเดียเชิงนวัตกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งบุคลากรที่จะมาร่วมทำงานในทีมนี้จะสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือว่าจะทำแบบฟรีแลนซ์ เรามีเงินทุนสนับสนุน มีการให้ผลตอบแทนทั้งในแง่ของค่าจ้างและผลประโยชน์จากนวัตกรรมที่คิดค้นได้ ซึ่งเราเชื่อว่าทีมนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต”

         ทั้งนี้ ทีม Incubator ได้ปลุกปั้นไอเดียสร้างสรรค์จนกลายเป็นนวัตกรรมที่พร้อมออกสู่ตลาดแล้ว ประกรรษ์แอบกระซิบว่าปลายปีนี้พวกเราน่าจะได้ทดลองผลิตภัณฑ์นี้พร้อมๆ กัน

Learn-Unlearn-Relearn

        เทคโนโลยีสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลและนับวันยิ่งเร่งสปีดให้โลกหมุนเร็วขึ้น ซึ่งคนที่ตามไม่ทันมักจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

        “การทำธุรกิจอยู่ใน red ocean การแข่งขันสูง มาร์จินต่ำ ซึ่งนวัตกรรมคือสิ่งที่จะพาเราออกไปอยู่ใน blue ocean เมื่อธุรกิจของเราโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง มาร์จินของเราก็จะสูง แต่ถ้าเราทำสำเร็จและมัวไปยึดติดกับมัน วันหนึ่งเราจะต้องถูกย้ายจาก blue ocean มาสู่ red ocean อยู่ดี การสะสมไอเดียต่างๆ ไว้ในถังจึงเป็นการเตรียมพร้อมต่อการนำมาแก้ไขต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต” 

        ด้วยเชื่อในคุณค่าและความสามารถของคนทุกคน หากเรามีหัวใจที่เปิดรับ พร้อมปรับเปลี่ยน และได้รับโอกาสมากพอ เราทุกคนย่อมพร้อมต่อการเรียนรู้ใหม่เสมอ

         “มายด์เซตส่งผลสำคัญต่อการทำงานและการใช้ชีวิต ยิ่งในยุคดิสรัปต์ คุณต้องพร้อมที่จะเปิดรับไอเดียและวิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ การเรียนรู้ในยุคนี้คือการไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเรียนรู้มา (Unlearn) และการเรียนรู้สิ่งที่เคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ๆ (Relearn) ซึ่งเคล็ดลับในการพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุดคือการหมั่นเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง”

 


About TCP

        กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มที่อยู่คู่คนไทยมาถึง 7 ทศวรรษ แจ้งเกิดจนเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้คิดค้นพัฒนาสินค้าประเภทเครื่องดื่มให้พลังงาน ที่รู้จักกันในนามเครื่องดื่มกระทิงแดง ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ในหลากหลายหมวดหมู่ ได้แก่ เครื่องดื่มให้พลังงาน เครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ชาพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ และขนมขบเคี้ยว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

a day BULLETIN Team

Where the Conversations Begin: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่