อะไรจะเกิดขึ้นในปี 2022 (แล้วไทยเราอยู่ตรงไหน)​

Dig-it-al
5 Jan 2022
เรื่องโดย:

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“มีแต่คนโง่และคนตายที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย”
-จอห์น เฮนรี ปีเตอร์สัน

        เราเริ่มต้นปีด้วยความท้าทายที่รอเราข้างหน้า และหากคิดว่านี่คือปลายสุดของอุโมงค์แห่งการเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าเราประเมินโลกนี้ต่ำเกินไป 

        วิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราหลายอย่าง ยังไม่รวมถึงสถานการณ์อื่นๆ ของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไม่หยุด ทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำของพวกเราโดยตรงและสิ่งแปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ซึ่งบางอย่างก็ดูมีอนาคต แต่บางอย่างรู้แล้วก็อาจต้องทำใจร่มๆ  

        ผมจะพยายามรวมสิ่งที่เราจะเจอในปี 2022 แบบ macro trend แล้วลองย้อนกลับมาดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยดูว่า เราอยู่ตรงไหนของสายธารการเปลี่ยนแปลงของโลก    

 

ยุคแห่งแบตเตอรี่ใหม่  

        ปัจจุบันแบตเตอรี่ที่นิยมใช้กันในสมาร์ตโฟนและในรถยนต์ไฟฟ้าหรือในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นแบบลิเธียมไอออน มันถูกมองว่าเป็นตัวตายตัวแทนของโลกอนาคตที่จะเข้ามาแทนที่พลังงานฟอสซิล แต่เรื่องราวก็อาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เราคิด เพราะลำพังแค่การผลิตแบตเตอรี่ก็ใช้แร่ธาตุหลากหลายประเภท หนึ่งในส่วนประกอบของแบตเตอรี่เหล่านี้มีแร่โคบอลต์-แร่ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ลิเธียมทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า 

        แต่ปัญหาก็คือแร่โคบอลต์ ผู้ส่งออกหลักก็คือประเทศคองโกซึ่งยังมีประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนอยู่ค่อนข้างมาก และแน่นอนมันเกี่ยวกับเรื่องการเมืองระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการทดลองใช้แบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ มากขึ้นที่ไม่ต้องอาศัยแร่โคบอลต์ เช่น แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมฟอสเฟตหรือโซเดียมอิออนเข้ามาทดแทน ปีหน้าเราจะเริ่มได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแวดวงอุตสาหกรรมแบตเตอรี่มากขึ้นเรื่อยๆ 

        สิ่งที่ตามมาอีกประการหนึ่งคือการหาทางรีไซเคิลแบตเตอรี่เหล่านี้นำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การที่เริ่มการพูดถึง right to repair ซึ่งตอนนี้ยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลเริ่มขยับตัว ก็เชื่อได้ว่าจะทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องของแบตเตอรี่ เรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ และการจัดการแหล่งพลังงานใหม่ที่จะมาแทนฟอสซิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ไทยเราอยู่ตรงไหน:  ปี 2022 ไทยจะเริ่มการให้สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และว่ากันว่ามีการเจรจาที่จะตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่เมื่อมองในภาพรวม ไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่จะแข่งขันเรื่องนี้กับใครได้ ทั้งรัฐบาลยังไม่ชัดเจนเรื่องทิศทางการใช้พลังงานทดแทน ไทยยังไม่มีนโยบายการกระจายพลังงาน การผูกขาดพลังงานของรัฐ อาจเป็นอุปสรรคในการเอื้อให้เกิดการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล จำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทยยังไม่ถึง 1% แต่คนไทยใช้สมาร์ตโฟนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก     

 

ปีแห่งการปรับตัวของโซเชียลมีเดีย 

        นอกเหนือจากข่าวคราวที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของเฟซบุ๊ก ตามมาด้วยการประกาศของบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่อย่าง LUSH จากสหราชอาณาจักร และ Patagonia แบรนด์เครื่องแต่งกายเอาต์ดอร์จากสหรัฐอเมริกาที่ออกมาประกาศถอนตัวเองออกจากสื่อสังคมออนไลน์หลายๆ แพลตฟอร์มที่พวกเขามองว่าเป็นพิษและไม่ปลอดภัย ซึ่งหลายแบรนด์ไม่อยากนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ถูกกล่าวหา    

        การศึกษาของ Child Mild institute พบว่ากลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่ใช้เวลากับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยมมากเกินไป อาจสร้างแรงกดดันและผลกระทบทางด้านจิตใจ ซึ่งมีตั้งแต่ร้อยละ 13 ถึง 66 ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มศึกษา และมีความเป็นไปได้มากว่าผลกระทบที่รุนแรง เกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า 

        การศึกษาเมื่อปี 2017 พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเด็กเกรด 12 ในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเครียดเพิ่มมากขึ้น จากการใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้านั้นคือช่วงปี 2010 ถึง 2015 และแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายสูงขึ้นถึง 65 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ ตัวเลขนี้ปรากฏในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

        นั่นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของแพลตฟอร์ม และคิดว่าปีหน้าเราจะได้เห็นการปรับตัวขนานใหญ่ของบริษัทด้านเทคโนโลยีที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ กูเกิลเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเรื่องเนื้อหาที่ผู้ใช้งานเก็บไว้ใน Google Drive และคาดว่าจะออกกฎเรื่องที่ว่าเนื้อหาที่จะแชร์ออกไปนั้นจะต้องไม่ขัดกับกฎหมายหรือมีความเสี่ยงที่จะไปล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งกูเกิลจะสแกนเนื้อหาเหล่านี้ทั้งรูปและตัวอักษรก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง เช่นเดียวกันกับแอปเปิลที่ปีหน้าเราน่าจะได้เห็นฟังก์ชันการตรวจหารูปที่เก็บไว้ใน iCloud ว่าจะต้องไม่เป็นรูปที่ไม่ส่อไปในการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก

        ทั้งหมดทั้งมวลนี้เราต้องรอดูกันต่อไปว่า อัลกอริธึมจะทำงานได้ดีเพียงไหน กฎหมายเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลจะปรับเปลี่ยนไปในทางไหน การต่อสู่กันระหว่างศีลธรรม กฎหมายและอัลกอริธึมจะออกมาเป็นแบบไหน อันนี้ต้องติดตาม

        ไทยเราอยู่ตรงไหน: ไทยจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลดิจิทัลอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี ต้องรอดูกันต่อไปว่า หนึ่งในประเทศที่เป็นผู้ใช้งานโซเชียมีเดียติดอันดับโลก รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชั่วโมงท่องอินเตอร์เน็ตมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง เราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้จริงจังมากแค่ไหน และเราจะจริงจังกับเรื่องการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลได้มากแค่ไหน 

 

ปีแห่งการสำรวจอวกาศ

        สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้งานด้านสำรวจอวกาศนั้นล่าช้าออกไป แต่การเปิดตัวอย่างคึกคักของการท่องเที่ยวในอวกาศในช่วงปลายปีนี้ เป็นสัญญาณว่าปีหน้าเราจะได้เห็นโครงการอีกมากมายหลากหลายโครงการที่จะเกิดขึ้นสำหรับการสำรวจอวกาศที่ล่าช้ามา 

        ปีหน้านาซ่าจะเริ่มการศึกษาการจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร ในแคมป์กลางทะเลทราย Texan โดยจะมีลูกเรือทั้ง 4 คน ใช้ชีวิตอยู่ในแคมป์ขนาด 158 ตารางเมตรและเผชิญหน้ากับความท้าทายเสมือนจริง ตั้งแต่เครื่องมือในการดำรงชีวิตเสียหาย ไปจนถึงการเพาะปลูกทำการเกษตรเอง นอกจากนั้นช่วยปลายปีจะมีการส่งยาน EXOMARS ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารขององค์การสำรวจอวกาศแห่งยุโรปซึ่งล่าช้ามาจากปี 2020 โดยจะปล่อยยานในช่วงเดือนกันยายนของปีหน้า คาดว่ายานจะถึงดาวอังคารในช่วงกลางปี 2023 

        นอกจากนี้องค์การอวกาศของยุโรปยังมีแผนจะปล่อยยานสำรวจ JUICE เพื่อสำรวจดวงจันทร์ของดาวพฤหัสสามดวง (Ganymede, Calisto และ Europa) อีกด้วย เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ หากไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้มีโอกาสเห็นภาพแรกจากกล้องโทรทัศน์อวกาศที่ทันสมัยที่สุด กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ซึ่งจะถูกส่งกลับมาในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งมีความสามารถในการให้ภาพที่คมชัดกว่าฮับเบิ้ลถึง 6 เท่าและสังเกตการณ์ช่วงคลื่นแสงที่มองเห็นได้ไปจนถึงคลื่นอินฟราเรดกลาง ต่างจากฮับเบิลซึ่งสังเกตการณ์ตั้งแต่คลื่นใกล้อัลตราไวโอเลต คลื่นแสงที่มองเห็นได้และคลื่นใกล้อินฟราเรดเท่านั้น การที่เจมส์ เวบบ์สังเกตการณ์ในคลื่นที่ต่ำกว่าจะทำให้มันสามารถเห็นวัตถุหรือแสงที่เก่าแก่และไกลกว่าที่ฮับเบิลจะมองเห็นได้ 

        ไทยเราอยู่ตรงไหน: นอกเหนือจากการแถลงข่าวเมื่อต้นปี 2021 ของเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่าเราจะไปดวงจันทร์ได้ภายใน 7 ปี ก็ยังไม่เห็นมีข่าวสารอะไรเพิ่มเติม 

 

ปีแห่งการ Circular Living 

        สองปีมานี้มนุษย์เราน่าจะสร้างพลาสติกปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าปีไหนๆ ในประวัติศาสตร์ที่มีมา แม้ว่าเราอาจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้บ้างจากการกักตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่ในความเป็นจริงเราก็เพิ่มขยะขึ้นอีกมากมายจากการส่งสินค้ากันไปมา การสั่งอาหารมากินที่บ้านและเครื่องมือป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งส่วนมากล้วนมีส่วนประกอบของพลาสติกอยู่ในนั้น 

        ปี 2022 จึงเป็นปีแห่งการปรับตัว ฟื้นฟู และหันมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของแบรนด์ใหญ่ๆ เรื่องการลดใช้พลาสติกหรือการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจเลยไปถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจไปเลยก็ว่าได้ 

        กรณีที่น่าสนใจ เช่น การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพอย่าง Loop ร้านค้าปลีกเกี่ยวกับเครื่องสำอางและของใช้ส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมระหว่างลูกค้าที่อยากนำบรรจุภัณฑ์มาคืนหรือเอามาเติม แลกกับส่วนลดนิดหน่อยกับผู้ผลิตสินค้าที่อยากหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติก หรือมองหาแหล่งรับพลาสติกเพื่อรีไซเคิล เทรนด์นี้เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของผู้ผลิตสินค้าที่พยายามเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคช่วยกันรีไซเคิลสิ่งของ 

        ปีหน้าเราอาจเห็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากขยายไปถึงสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าแฟชั่นที่เริ่มมองหาหนทางใหม่ในการนำของเก่าตกรุ่น มาคืนที่ร้าน แล้วรับส่วนลดเพื่อนำของใหม่ไปใช้ เหมือนกับโปรแกรม trade-in ที่บริษัทแอปเปิ้ลและซัมซุงเริ่มนำมาใช้ 

        ไทยเราอยู่ตรงไหน: ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในผู้สร้างขยะที่ปล่อยลงสู่มหาสมุทรเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเรายังไม่ใช่ผู้นำเรื่องสิ่งแวดล้อม เรายังไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการลดการใช้พลาสติก เม็ดพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยังมีราคาแพงอยู่มาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นี่เป็นเรื่องท้าทายของรัฐบาลไทยอีกประการหนึ่งว่า เราจะสามารถจัดสรรงบประมาณอย่างไรให้เหมาะ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ ในการสร้าง Circular Living ได้จริง และยั่งยืน  

 

การปรับตัวครั้งใหญ่ของวงการการเงิน 

        แนวโน้มที่ว่าเงินกระเป๋าของเราไม่ถุกจัดการโดยธนาคารอีกต่อไป ดูเหมือนจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเรา การประกาศตัวยกเครื่องครั้งใหญ่ของ SCB ถือเป็นก้าวสำคัญของธุรกิจการเงินในบ้านเราว่า ต่อไปนี้บทบาทของธนาคารจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าการฝากเงิน ถอนเงินหรือแค่ลงทุน แต่ธนาคารจะจับมือกับคู่ค้าพันธมิตรมากหน้าหลายตาในการขยายธุรกิจของตัวเองออกไป ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อขนาดเล็ก ธุรกิจประกันภัย หรือการจัดการสินทรัพย์ การลงทุนรายย่อย ซึ่งเราเริ่มเห็นกันแล้วในแพลตฟอร์มธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เริ่มให้เราจ่ายก่อนผ่อนทีหลัง หรือให้วงเงินกู้ก้อนเล็กๆ เพื่อเสริมสภาพคล่องและซื้อสินค้าไปต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ในต่างประเทศ บริษัทอย่างอิเกียเริ่มทำธุรกิจกับ SME ในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ของตัวเองในชื่อ Lidl เรื่องแบบนี้เราอาจได้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ 

        ไทยเราอยู่ตรงไหน: การขยับตัวของภาคการธนาคารายใหญ่อย่าง SCB ที่ต้องการทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่ธุรกิจใหม่ที่เน้นผนวกเอางานการเงินเข้ากับเทคโนโลยี การเข้าซื้อกิจการของ Bitkub และการประกาศร่วมมือกับ CP และ AIS ดูเหมือนว่าจะเป็นแนวทางใหม่ๆ ของการทำธุรกิจที่น่าตื่นเต้นและน่าจะนำการเปลี่ยนแปลงมาให้กับวงการการเงินของไทยไม่น้อย คราวนี้ก็อยู่ที่ภาครัฐว่าจะขยับตัวและจะสนับสนุนภาคเอกชนอย่างไรให้ไปได้ต่อและไม่ผูกขาดการทำธุรกิจเกินไป

 

รัฐราชการกำลังทรานส์ฟอร์ม

        ในช่วงของการระบาดของโควิด-19 เราได้เห็นการปรับตัวในการทำธุรกิจมากมายแบบที่เราคาดไม่ถึงเช่นกัน ภาครัฐก็มีการปรับตัวเองเพื่อเข้าถึงการบริการประชาชนมากขึ้น การกักตัวอยู่ที่บ้าน การแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้รัฐต้องหาเครื่องมือมากมายในการเข้ามาจัดการพลเมืองของตัวเอง นั่นทำให้รัฐเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองเร็วขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนมากเห็นจะเป็นประเทศจีน ที่มีการคิดค้นระบบโดรนติดตามประชาชน การพัฒนาระบบ GPS และแอพพลิเคชันสำหรับติดตามผู้ป่วย รวมถึงระบบฐานข้อมูลประชากรต่างๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและปลอดภัย ความเกรงตัวต่อการระบาดทำให้หลายรัฐเริ่มลดการใช้กระดาษ มีการเปลี่ยนมาใช้เอกสารดิจิทัล และพยายามจัดฐานข้อมูลทุกอย่างเอาไปใว้ในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ ในบางประเทศเริ่มมีการทดลองการยกเลิกบัตรประชาชน หันมาใช้การระบุตัวตนผ่านสมาร์ตโฟน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลก และคิดว่าจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเก่า 

        ไทยเราอยู่ตรงไหน: การยกเลิกสำเนาบัตรประชาชนถือเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งยวดของประเทศไทยในยุค 4.0  

 

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

จบปริญญาโทด้านมานุษยวิทยา ชีวิตผกผันมาทำงานด้านสื่อสารมวลชนมากว่า 20 ปี ก่อนมีโอกาสได้ลองมาทำงานด้านการตลาดและแบรนด์ ปัจจุบันเป็น CMO ของบริษัทแห่งหนึ่ง และร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทรับผลิตเนื้อหาให้กับแบรนด์ ทำเพจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกิน เจ้าของผลงาน 'Coffee Backpacker' สนใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวโยงกับแง่มุมมานุษวิทยาทุกรูปแบบ