‘ยูเครน’ ศูนย์กลางใหม่ไอทีโลก แต่กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของ ‘รัสเซีย’

Dig-it-al
2 Mar 2022
เรื่องโดย:

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“จากรัสเซียถึงยูเครน จากยูเครนถึงโลก ปัญหาใหญ่ของวงการไอที ที่มาพร้อมการรุกราน”

        การปะทะกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกเหนือจะสร้างความเสียหายอย่างที่เราเห็นกันในการนำเสนอข่าวแล้ว ผมเชื่อว่ายังมีความเสียหายอีกมากที่เรามองไม่เห็น ความเสียหายบางอย่างเป็นเรื่องของคนในพื้นที่จริงๆ ที่จะเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง 

        อย่างหนึ่งที่ชาวเอเชียอย่างเรา ซึ่งอยู่ห่างจากยุโรปตะวันออกจนเราอาจคิดไม่ถึงและไม่ค่อยรู้ก็คือ ยูเครนนั้นปัจจุบันถือเป็นศูนย์กลางไอทีของยุโรปและเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญเสียด้วย 

        ฟังดูอาจไม่เซ็กซี่เหมือนลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางเงิน ปารีสเป็นศูนย์กลางแฟชั่น แต่เคียฟ (และเอาจริงๆ อีกหลายเมืองในยูเครน) เป็นอย่างนั้น 

        ยูเครนกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพชื่อดังหลายแห่งที่มาลงทุนเปิดบริษัทที่นี่ ในยุโรปหลายคนถึงกับบอกว่ายูเครน เป็นเสมือนอิสราเอลแห่งที่สอง พวกเขามีไอเดียดีๆ มีสตาร์ทอัพเจ๋งๆ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกไหล ในราคาของการลงทุนที่น่ารักกว่าเมื่อเทียบกับกากรเปิดสตาร์ทอัพแบบเดียวกันในลอนดอนหรือปารีสที่ทุกอย่างแพงกว่าที่เคียฟหลายเท่าตัว  

        รัฐบาลยูเครนสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 ทั้งเรื่องการยกเว้นภาษี การอำนวยความสะดวกให้กับใครก็ตามที่ต้องการทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับไอที ธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งนั่นก็ทำให้ยูเครนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตด้านไอทีรวดเร็วที่สุดในแห่งหนึ่งของยุโรป ตั้งแต่ปี 2003 ธุรกิจในสาขานี้เติบโตขึ้น 46 เท่า ทำรายได้ให้กับประเทศมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ยูเครนมีรายได้จากธุรกิจบริการด้านไอทีนี้เพียงแค่ 3 พันล้านบาทเท่านั้น ก็เรียกว่าเติบโตเร็วมากนะครับ ในการจัดอันดับ Global Outsourcing 100 ก็พบว่ายูเครนถือเป็นประเทศอันดับที่ 18 ของโลกจากการจัดอันดับ 100 ประเทศทั่วโลก ที่มีความก้าวหน้าด้านไอที ซึ่งถือว่าไม่เลวนักสำหรับประเทศที่ตั้งต้นเรื่องนี้มาไม่ถึง 20 ปี  

        นอกเหนือจากเรื่องของการเอื้อประโยชน์ทางภาษีแล้ว สิ่งที่ยูเครนทำคู่กันไปก็คือเรื่องการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ยูเครนมีโปรแกรมการเรียนการสอนที่เรียกว่า IT Talent Pool ซึ่งก็เอาไว้เป็นศูนย์กลางที่จัดการหาทรัพยากรบุคคล ป้อนสู่ตลาดแรงงานที่ต้องการวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างๆ ตอนนี้ยูเครนมีนักศึกษาใหม่ที่จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป คือมากกว่าเยอรมนีและฝรั่งเศสเสียด้วยซ้ำ แรงงานเหล่านี้รองรับบริษัททั้งบริษัทที่ดำเนินการโดนคนยูเครนเอง และบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งฐานวิจัยและพัฒนาที่นี่ (R&D) ซึ่งก็มีมากมายทั้งออราเคิล (Oracle) ซัมซุง(Samsung) โบอิ้ง (Boeing) กูเกิล (Google) บริษัทเทคเหล่านี้มีฐานกระจายอยู่ตามเมื่อใหญ่ๆ ของยูเครนทั้งในกรุงเคียฟ หรือเมืองใหญ่อื่นๆ อย่างคาร์เคียฟ (Kharkiv) โอเดสา (Odesa) หรือบริษัทใหญ่อย่างแอมะซอน (Amazon) เองก็มีฐานการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับ Security Automation อย่างเช่นสัญญาณเตือนภัย หรือกระดิ่งอัตโนมัติที่ผูกกับอเล็กซา ซึ่งอะเมซอนมีพนักงานทำงานอยู่ที่ยูเครนเกือบ 1,000 คน

        สิ่งที่ทำให้ยูเครนเป็นที่สนใจของเทคไจแอนต์ทั้งหลาย นอกเหนือจากการวางรากฐานของประเทศที่ต้องการทำหน้าที่เป็น IT Service Hub ของยุโรปแล้ว ที่นี่ยังเป็นสมรภูมิที่ดีของการลงทุน กล่าวคือ มีพรมแดนติดกับรัสเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีช่องทางออกสู่ทะเล มีการขนส่งทางบกที่เชื่อมต่อทั้งกับยุโรปตะวันออก รัสเซียและยุโรปตะวันตก ได้อย่างสะดวกสบาย บริษัทอเมริกันที่อาจไม่ค่อยสะดวกใจนักที่จะไปตั้งสาขาในรัสเซีย ก็เลือกที่จะมาตั้งสำนักงานที่นี่แทนเช่นเดียวกับอีกหลายบริษัท ในยุโรปตะวันตกที่สงวนท่าทีกับรัสเซียมาโดยตลอด เพราะยูเครนดูมีเสถียรภาพทางการเมืองที่คาดเดาได้ ทุกคนเห็นความพยายามสร้างระบบประชาธิปไตย มีระบบราชการที่ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลยุทธนี้ได้ผล ยูเครนดำเนินกลยุทธที่เรียกว่า คล้ายๆ กับการเติบโตของมุมไบของอินเดีย หรือกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ในการเป็นไอทีเซอร์วิส ก่อนจะค่อยๆ พัฒนามาเป็นอิสราเอล หรือซิลิคอนวัลเลย์ พัฒนาสตาร์ทอัพของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับต่อไป  ตอนนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลแล้วนะครับ เพราะมีสตาร์ทอัพจากยูเครนที่คุ้นหูของเราออกสู่ตลาดผู้ใช้งานระดับโลก อย่าง Grammarly ผู้ก่อตั้งเป็นคนอเมริกันเชื้อสายยูเครน ก็มาลงทุนที่ยูเครนและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเขียนจนเป็นผู้นำตลาดในด้านนี้ 

        ยังมี Readle แอพพลิเคชันให้บริการเกี่ยวกับเอกสาร Petcube ระบบกล้องสำหรับติดตามสัตว์เลี้ยง Ajax ผู้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านแบบไร้สาย หรือ PrePly แอพพลิเคชันติวเตอร์สำหรับครูและนักเรียน ยังมีบริษัทอีกมากมายที่เข้ามาตั้งฐานการทำงานที่ยูเครน ฉะนั้น การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ย่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัทและพนักงานจำนวนมากที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงาน 

แม้ว่ารัสเซียอ้างว่ามีการแจ้งล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้พลเมืองได้เตรียมตัว แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจมากเกินกว่าที่หลายคนคิดไว้ การโจมตีของรัสเซียส่วนหนึ่งสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ อย่างอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่ายโทรคมนาคม บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Meta, Google, Twitter มีการแจ้งเตือนพนักงานของตัวเอง และมีการย้ายฐานข้อมูลคลาวด์ของตัวเองไปยังแหล่งเก็บคลาวด์อื่นๆ แทน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการบุกรุกของรัสเซีย 

        ไม่เพียงเท่านั้นความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสทองของเหล่าแฮกเกอร์ที่จ้องจะเข้ามาบุกเจาะฐานข้อมูลของบริษัทต่างๆ ในช่วงเวลาอ่อนไหวเช่นนี้ มีรายงานจากหน่วนรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของยูเครนออกมาแถลงข่าวว่า เขาพบความพยายามของแฮกเกอร์ที่มาจากเบลารุสพยายามเจาะฐานข้อมูลททางการทหารของยูเครน 

        ยังไม่มีใครวิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับแวดวงไอทีอย่างชัดเจนมากนัก แต่มันก็ทำให้เราเห็นภาพว่าการรุกรานของรัสเซียต่อยูเครนนั้นมีความอ่อนไหวอยู่หลายด้านด้วยกัน การเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา หรือหลายประเทศในนยุโรปตะวันตก ที่นักธุรกิจของตัวเองเข้ามาลงทุนในยูเครนค่อนข้างมากนั้น พวกเขาจะทำอย่างไรในการจำกัดวงความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด 

        นอกเหนือจากสิ่งที่เราเห็นอย่างราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาเหล็กและผลผลิตทางการเกษตรอย่างข้าวสาลีอาจต้องขยับขึ้น ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงในอนาคต ที่เราอาจต้องจ่ายเพิ่มในอนาคตอีกมาก นอกจากนั้น การโจมตีของรัสเซียประเมินกันว่า อาจทำให้กระบวนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปชะลอตัวลง จากการที่พลังงานซึ่งอยู่ในระดับที่สูงอยู่แล้วพุ่งขึ้นไปอีก หากสงครามนี้ไม่จบลงง่ายๆ 

        ไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไรก็ตาม เมื่อความขัดแย้งได้เริ่มขึ้น ตอนจบมันก็มักจบเหมือนกันทุกครั้ง

        มันมีแต่ผู้แพ้เสมอ      

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

จบปริญญาโทด้านมานุษยวิทยา ชีวิตผกผันมาทำงานด้านสื่อสารมวลชนมากว่า 20 ปี ก่อนมีโอกาสได้ลองมาทำงานด้านการตลาดและแบรนด์ ปัจจุบันเป็น CMO ของบริษัทแห่งหนึ่ง และร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทรับผลิตเนื้อหาให้กับแบรนด์ ทำเพจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกิน เจ้าของผลงาน 'Coffee Backpacker' สนใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวโยงกับแง่มุมมานุษวิทยาทุกรูปแบบ