Explore to Trauma สำรวจบาดแผลภายใน เพื่อก้าวผ่านความทุกข์ใจไปสู่ความสุขสม

Health and Heart
11 Aug 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

เรามักเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ‘นักรบย่อมมีบาดแผล’ เพราะนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่านักรบคนนั้นมีประสบการณ์ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงคนธรรมดาอย่างเราก็มีบาดแผลได้ และเชื่อว่าย่อมมีกันทุกคน ทั้งบาดแผลภายนอกที่เห็นได้ตามร่างกาย รวมถึงบาดแผลภายในที่เรียกว่า ‘บาดแผลในใจ’

        ไม่ว่าจะเป็นแผลภายนอก หรือแผลในใจ ไม่ว่าเล็ก หรือใหญ่ แต่บาดแผลนั่นย่อมมีผลต่อการเติบโตด้วยกันทั้งนั้น แต่สำหรับบาดแผลที่อยู่ในใจ หรืออาจใช้คำว่า ปมในใจ เป็นสิ่งที่ยากจะรักษาให้หายได้ เนื่องจากความรุนแรงและความถี่ที่ทำให้เกิดบาดแผลนั่นย่อมแตกต่างกันไปตามสาเหตุที่เกิดกับคนแต่ละคน

Intro to ‘Trauma’

        ในบริบทของจิตวิทยา บาดแผลในใจ ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า ‘Trauma’ หมายถึงการตอบสนองทางอารมณ์ต่อเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนกับสภาวะจิตใจ  

        โดยบุคคลที่ถูกกระทบกระเทือนจิตใจอาจตอบสนองได้หลายวิธี เช่น เกิดสภาวะช็อก เศร้าสลด หรือปฏิเสธ ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการตอบสนองในทันทีหรือในระยะสั้น การบาดเจ็บยังอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาระยะยาวหลายอย่างในรูปแบบของความรู้สึกนึกคิดทางอารมณ์ เกิดภาพย้อนความทรงจำ มีความหุนหันพลันแล่น และเกิดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด นอกจากอาการทางจิตใจแล้ว บาดแผลยังสามารถนำไปสู่อาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ เฉื่อยชา และคลื่นไส้ได้ 

        ซึ่งการบาดเจ็บที่ทำให้เกิดแผลทางใจ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การบาดเจ็บเฉียบพลัน การบาดเจ็บเรื้อรัง และการบาดเจ็บที่ซับซ้อน

การบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Trauma)

        Acute Trauma ส่วนใหญ่เป็นผลจากการประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจเพียงครั้งเดียว เช่น อุบัติเหตุ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงพอจะคุกคามความมั่นคงทางอารมณ์ หรือร่างกายของบุคคล เหตุการณ์นั้นจึงสร้างความสะเทือนใจไม่รู้ลืมในจิตใจของบุคคล 

Trauma

        การบาดเจ็บเฉียบพลันมักแสดงในรูปแบบของ

  1. ความวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกมากเกินไป
  2. การระคายเคือง
  3. ความสับสน
  4. นอนไม่หลับ
  5. ความรู้สึกขาดจากสิ่งรอบข้าง
  6. ขาดความไว้วางใจอย่างไม่มีเหตุผล
  7. ไม่สามารถมีสมาธิกับงานหรือการเรียนได้
  8. ขาดการดูแลตนเองหรือกรูมมิ่ง
  9. พฤติกรรมก้าวร้าว

การบาดเจ็บเรื้อรัง (Chronic Trauma)

        Chronic Trauma เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจหลายครั้งในระยะยาวและ/หรือน่าวิตกกังวลเป็นระยะเวลานาน การบาดเจ็บเรื้อรังอาจเป็นผลมาจากการเจ็บป่วยที่รุนแรงในระยะยาว การถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงในครอบครัว การกลั่นแกล้ง และการประสบกับสถานการณ์ที่รุนแรง เช่น สงคราม เหตุการณ์ต่างๆ ของการบาดเจ็บเฉียบพลัน และการบาดเจ็บเฉียบพลันที่ไม่ได้รับการรักษา โดยอาการของการบาดเจ็บเรื้อรังมักปรากฏขึ้นหลังจากผ่านไปนานหลายปีหลังจากเหตุการณ์นั้น 

Trauma

        การบาดเจ็บเรื้อรังมักแสดงในรูปแบบของ

  1. แสดงออกมาเป็นอารมณ์แปรปรวนหรือคาดเดาไม่ได้ 
  2. ความวิตกกังวล 
  3. ความโกรธอย่างรุนแรง 
  4. เหตุการณ์ย้อนหลัง 
  5. เหนื่อยล้า 
  6. ปวดเมื่อยตามร่างกาย 
  7. ปวดหัว และคลื่นไส้ 
  8. อาจมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจ และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่มีความสัมพันธ์หรืองานที่มั่นคง 

การบาดเจ็บที่ซับซ้อน (Complex Trauma)

        การบาดเจ็บที่ซับซ้อน เป็นการบาดเจ็บที่ยืดเยื้อและเกิดซ้ำ ยิ่งกว่าการบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งเกิดขึ้นจากการสัมผัสกับเหตุการณ์ หรือประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจที่หลากหลาย โดยทั่วไปเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ที่อาจทำให้บุคคลนั้นรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ 

Trauma

        อาจพบเห็นได้ในบุคคลที่เคยตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมในวัยเด็ก การถูกละเลยความสำคัญ ความรุนแรงในครอบครัว ข้อพิพาทในครอบครัว และสถานการณ์ย่ำแย่อื่นๆ เช่น ความไม่สงบของบ้านเมือง ส่งผลต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ และประสิทธิภาพโดยรวมของบุคคลในประเทศ การบาดเจ็บที่ซับซ้อนมักส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจของบุคคลนั้น

        จึงทำให้บางคนอาจได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่นๆ คนเหล่านี้อาจติดอยู่กับผลกระทบทางอารมณ์ของบาดแผล และพบว่าเป็นการยากที่จะดำเนินชีวิตต่อไป การแสดงอาการชอกช้ำในระยะยาวสามารถนำไปสู่ภาวะทางจิตเรียกว่าโรค PTSD 

PTSD โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ

        PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย แม้ว่า PTSD จะจัดว่าเป็นความผิดปกติ แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ผิดปกติตามปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้

Trauma

        เมื่อเราประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ปฏิกิริยาของจิตใจจึงพยายามปรับและเยียวยาตัวเราจากการบาดเจ็บนั้น ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บมักจะลดลง และหายไปในช่วงสองสามสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม บางครั้งเราไม่สามารถเยียวยาตัวเองจากกระทบกระเทือนจิตใจนั้นได้ จึงเกิดการป้องกันตัวเองขึ้นส่งผลให้เกิดอาการ PTSD หรืออาการ PTSD ที่ซับซ้อนได้ โดยอาการที่เป็นผลกระทบจากแผลในใจนั้น อาจกลายเป็นโรค PTSD หลังจากมีอาการมานานกว่า 4 สัปดาห์

        ลักษณะอาการของโรค PTSD หรือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ได้แก่

  1. มักจะเห็นภาพความทรงจำซ้ำๆ หรือฝันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจบ่อย
  2. มีกมีความรู้สึกราวกับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกในช่วงเวลาปัจจุบัน
  3. มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากช่วงเวลาปัจจุบัน หรือประสบเหตุการณ์ย้อนหลัง
  4. มีความทุกข์ทางจิตใจ หรือปฏิกิริยาทางร่างกาย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ
  5. อาการหลีกเลี่ยงอย่างต่อเนื่อง
    5.1 พยายามหลีกเลี่ยงความคิด ความรู้สึก และอาการทางร่างกายที่กระตุ้นความทรงจำของเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ
    5.2 พยายามหลีกเลี่ยงการเตือนความจำภายนอกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจซึ่งอาจรวมถึงผู้คน สถานที่ และกิจกรรม
  6. การเปลี่ยนแปลงเชิงลบในการรับรู้และอารมณ์
    6.1 มีปัญหาในการจดจำแง่มุมที่สำคัญของเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ
    6.2 กำลังโทษตัวเอง หรือผู้อื่นที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ
    6.3 กำลังประสบกับอารมณ์ด้านลบของความโกรธ ความรู้สึกผิด หรือความอับอายที่เกี่ยวข้องกับบาดแผล
    6.4 รู้สึกโดดเดี่ยวจากโลกหรือคนอื่นๆ
    6.5 หมดความสนใจในกิจกรรม หรือความสนใจไปในสิ่งที่ชอบ
    6.6 รู้สึกยากที่จะมีอารมณ์เชิงบวก เช่น ความรัก ความสุข
  7. การเปลี่ยนแปลงในความตื่นตัวและการเกิดปฏิกิริยา
    7.1 แสดงพฤติกรรมที่หงุดหงิดหรือก้าวร้าว
    7.2 รู้สึกหุนหันพลันแล่น
    7.3 อยากทำร้ายตัวเอง
    7.4 ตกใจง่ายหรือรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา
    7.5 ปัญหาในการจดจ่อหรือนอนหลับ

        ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ มีความหมายแตกต่างกันไปในแต่ละคน อย่างไรก็ตาม อาการของการถูกกระทบกระเทือนจิตใจที่ไม่สามารถดีขึ้นได้มักเกิดจากกลยุทธ์การเผชิญปัญหาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น สิ่งที่จะเยียวยาความบอบช้ำจากบาดแผลที่เกิดขึ้น เริ่มจากก้าวแรกที่สำคัญคือ ความเข้าอกเข้าใจจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน ผู้รอดชีวิต ที่ปรึกษา บริการที่สนับสนุนการรักษา รวมถึงนักบำบัดทางจิตวิทยา


อ้างอิง:

 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ