ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของคนทำงานที่เลี่ยงได้ไม่ยาก

Health and Heart
21 Apr 2021
เรื่องโดย:

adB Team

ออฟฟิศซินโดรม เป็นชื่อโรคที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนวันทำงานทั้งหลายต้องประสบพบเจอ เพราะสร้างความเจ็บปวดทรมานทั้งขณะที่ทำงานหรือแม้กระทั่งเลิกงานไปแล้ว บางคนมีอาการหนักจนถึงขั้นนอนไม่หลับก็มี แม้ในขณะนี้หลายคนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน แต่โรคนี้ก็ยังไม่เลือกสถานที่ แม้ชื่อโรคจำเกี่ยวข้องกับ ‘สำนักงาน’ ก็ตามที

        โรคออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ส่วนมากพบได้บ่อยในคนวัยทำงาน โดยเกิดจากการที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (overuse injury) จนยากแก่การซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อย่างสมบูรณ์  โดยอาการปวดมักจะเรื้อรัง ร่วมกับคลำพบลำกล้ามเนื้อแข็งเป็นแนว (taut band) และอาจมีจุดกดเจ็บในลำกล้ามเนื้อนั้นๆ (trigger point) ที่ทำให้ปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นตามแนวกล้ามเนื้อได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนกับโรคอื่น เช่น โรคปวดศีรษะข้างเดียว (ไมเกรน) หากมี trigger point ในกล้ามเนื้อบ่าหรือคอ และโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หากมี trigger point ในกล้ามเนื้อสะโพก เป็นต้น

        โรคออฟฟิศซินโดรมมีกลุ่มอาการหลากหลาย ดังนี้

        – กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด (ปวดเมื่อยตามร่างกาย) ซึ่งพบในเวชปฏิบัติได้บ่อยที่สุด 
        – กลุ่มอาการทางเส้นเอ็น (นิ้วล็อก, ปลอกหุ้มเส้นเอ็นอักเสบ)
        – กลุ่มอาการผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย (ชามือ, ชาลงขา)
        – กลุ่มอาการผิดปกติทางตาและการมองเห็น
        – กลุ่มอาการทางจิตใจ (ภาวะเครียด)
        – กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome)

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม

        สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ปัจจัยด้วยกัน 

        1. ปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดอาการ (Predisposing Factor) ได้แก่ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ, ภาวะกล้ามเนื้อมีความทนทานต่ำ
        2. ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ (Precipitating Factor) เป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยที่สุดแต่แก้ไขยากที่สุด เพราะเกี่ยวกับความเคยชินในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบุคลิกภาพและท่าทางที่ไม่เหมาะสมในขณะทำงาน
        3. ปัจจัยที่ทำให้อาการไม่หายและคงอยู่ตลอด (Perpetuating Factor)  ได้แก่ ความเครียดทางจิตใจ,  ภาวะพร่องทางโภชนาการต่างๆ เช่น วิตามินบี, วิตามินซี, โฟลิค, แร่ธาตุแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ธาตุโพแทสเซียม หรือภาวะพร่องโคเอนไซม์ คิวเทน (Co-enzyme Q10) เป็นต้น

หลักการรักษากลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืดจากโรคออฟฟิศซินโดรม

        การกำจัด Trigger Point

        1. การคลายจุดกดเจ็บในลำกล้ามเนื้อ (trigger point release) ด้วยการฝังเข็มซึ่งมีขนาดเล็กเข้ากล้ามเนื้อนั้นๆ โดยตรง หรือใช้การฉีดยาชา, ยาสเตียรอยด์ หรือยาโบทอกซ์ เฉพาะจุด
        2. การทำกายภาพบำบัดด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดและคลายจุด trigger point เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า, คลื่นอัลตราซาวนด์, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, พลังงานแสงเลเซอร์, คลื่นช็อกเวฟ, การประคบร้อน-เย็น, การแปะไคเนซิโอเทป (Kinesio Tape) ที่ผิวหนัง หรือการนวดเฉพาะจุด เป็นต้น

        การแก้ไขปัจจัยต่างๆ

        1. การปรับเปลี่ยนท่าทางในชีวิตประจำวัน หรือการนั่งทำงาน
        2. การออกกำลังเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกลุ่มกล้ามเนื้อที่มีปัญหา การยืดกล้ามเนื้อและข้อ เช่น โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพราะเป็นการยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น ๆ 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรวมถึงอุปกรณ์บางอย่าง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงกับอาการออฟฟิศซินโดรม

        ปรับพฤติกรรม

        1. กะพริบตาบ่อย ๆ
        2. เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที
        3. นั่งหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้
        4. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก ๆ 1 ชั่วโมง
        5. พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 10 นาที
        6. วางข้อมือในตำแหน่งตรง ไม่บิด หรืองอข้อมือขึ้นหรือลง บ่อยหรือนานเกินไป

        ปรับอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน

        1. คอมพิวเตอร์: ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดไว้ในแนวตรงกับหน้า ควรให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในมุมที่เหนือกว่าระดับตาเล็กน้อย ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ระดับสายตา ในท่านั่งที่คุณรู้สึกสบาย ใช้เมาส์ โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน และสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ และจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างเท่ากับความยาวแขน ซึ่งเป็นระยะที่อ่านสบายตา

        2. โต๊ะ-เก้าอี้: ควรปรับให้ขอบของเบาะเก้าอี้ต่ำกว่าระดับเข่า ปรับให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขาด้านหลัง ปรับที่วางคีย์บอร์ดให้อยู่ในระดับข้อศอก ทำมุม 90 องศา ปรับที่รองแขนให้อยู่ระดับข้อศอกและไหล่อยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย นั่งบนเก้าอี้ แล้ววางเท้าลงบนพื้น ให้ขาทำมุมประมาณ 90 องศา ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง ถ้าไม่สามารถทำได้ใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง


ออฟฟิศซินโดรม

บทความโดย: นายแพทย์ไพบูลย์ เลาหสินนุรักษ์
ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านด้านกระดูกสันหลังและข้อ 

ออฟฟิศซินโดรม

นายแพทย์สุรเมศวร์ ศิริจารุวงศ์
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและเวชศาสตร์การกีฬา

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่

ภาพโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter: @Matt_Doraemon