‘ดื่มได้ ไม่กร่อย อร่อยด้วย’ เบื้องหลังน้ำประปาที่เป็นความภูมิใจของชาวปารีส

Here's How
15 Jan 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

ในขณะที่คนไทยยังถกเถียงกันเรื่องควรนำน้ำประปาไป ‘ทรีต’ อย่างไรก่อนดื่ม – ไม่ว่าจะต้มหรือกลั่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราไม่ค่อย ‘ไว้วางใจ’ น้ำประปาของไทย (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) เท่าไหร่ (แม้ว่าการประปานครหลวงจะประกาศมานานแล้วว่าน้ำประปาดื่มได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าดื่มจากก๊อกโดยตรง)

        แต่ในมหานครอีกแห่งหนึ่งของโลกอย่างกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ผู้คนที่นั่นกลับภาคภูมิใจในน้ำประปาของตัวเองอย่างมาก

        เรียกว่านอกจากไวน์และแชมเปญแล้ว เครื่องดื่มอีกอย่างหนึ่งที่ชาวปารีเซียงภาคภูมิใจนักหนา ก็คือ ‘น้ำก๊อก’ หรือน้ำประปานั่นเอง 

        ชาวปารีสนั้นมีน้ำประปาหรือน้ำก๊อกใช้ในบ้านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2324 ซึ่งเป็นปลายรัชสมัยของพระเจ้าตากสินแล้ว พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือมีน้ำประปาใช้ตามบ้านมาตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เสียอีก เพียงแต่ในยุคแรกๆ ท่อประปาเข้าถึงเฉพาะคนร่ำรวยหรือสูงศักดิ์เท่านั้น ยังไม่ได้เข้าถึงทุกคนเหมือนในปัจจุบัน         

 

น้ำประปาปารีส

 

        น้ำก๊อกของปารีสไม่ใช่น้ำก๊อกธรรมดาๆ เหม็นคลอรีนฉึ่งที่คนเมืองอื่นๆ คุ้นเคย แต่ชาวปารีเซียงทั้งปวงรู้ดีว่าน้ำที่ไหลออกมาทางก๊อกตามบ้าน หรือออกมาจาก ‘น้ำพุ’ (Fountain) ที่มีมากถึง 1,200 แห่ง ในกรุงปารีส และถือเป็น ‘น้ำสาธารณะ’ คือน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ แถมยังเป็น ‘น้ำแร่ฝรั่งเศส’ ที่มีคุณภาพดีอีกด้วย

        ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคนปารีสเห็นว่าน้ำประปาคือ ‘บริการสาธารณะ’ (Public Service) ที่สำคัญมาก อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า – น้ำคือชีวิต น้ำจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานยิ่งกว่าปัจจัย 4 ที่ ‘รัฐ’ จะต้องจัดหาให้กับประชาชนทุกผู้ทุกนาม

        น้ำประปาของฝรั่งเศสจึงคือตัวแทนของคุณค่าสี่อย่าง ได้แก่ Transparency ซึ่งหมายถึงทั้งความใสสะอาดและความโปร่งใสในการบริหารงาน, Closeness หมายถึงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค มีการติดต่อสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ รับฟังคำติชมต่างๆ, Quality ก็คือการดูแลน้ำก๊อกให้มีมาตรฐานชั้นเลิศที่สุด และสุดท้ายคือ Responsibility หรือความรับผิดชอบ ทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ รวมไปถึงรับผิดชอบต่อ ‘ประวัติศาสตร์’ ของการจัดหาน้ำประปาให้ปารีสด้วย

        น้ำประปาปารีสครึ่งหนึ่งมาจากแม่น้ำเซน (Seine) ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส แต่อีกครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งน้ำอื่นๆ เช่น น้ำพุที่ผุดขึ้นมาจากชั้นหินใต้ดินในบริเวณชานกรุงปารีส รวมถึงการสร้าง Aqueduct เก่าแก่โบราณ เพื่อนำน้ำคุณภาพดีจากที่ไกลออกไปมาสู่ปารีส

        Aqueduct สำคัญก็คือ Aqueduct de l’Avre ซึ่งนำน้ำจากแม่น้ำ Avre ในนอร์มังดีเข้ามา เป็นการสร้างให้มีความลาดเทเล็กน้อย น้ำจึงไหลโดยใช้แรงโน้มถ่วงล้วนๆ เป็นระยะทางยาวถึง 102 กิโลเมตร จนกระทั่งมาถึงกรุงปารีส

        คนที่เป็นวิศวกรออกแบบ Aqueduct แห่งนี้คือ Fulgence Bienvenue ซึ่งเป็นคนที่สร้างสรรค์รถไฟใต้ดินหรือเมโทรของปารีสด้วย แถมส่วนหนึ่งของ Aqueduct ที่แล่นข้ามแม่น้ำเซน ก็ยังสร้างเป็นสะพานสวย โดยผู้ออกแบบสะพานนี้ให้งดงาม ก็คือ กุสตาฟ ไอเฟล ผู้ออกแบบหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่งปารีสนั่นเอง โดยสะพานแห่งนี้อยู่ระหว่างสวน Saint Cloud กับ Bois de Boulogne ซึ่งปัจจุบันนี้คุณก็ยังสามารถไปเดินเล่นชื่นชมสะพานแห่งนี้ได้อยู่

        นั่นแสดงให้เห็นว่า ชาวปารีสให้ความสำคัญกับน้ำดื่มน้ำใช้ในเมืองมากขนาดไหน

 

        ในสมัยนโปเลียนที่สาม ในศตวรรษที่ 19 มีการ renovate เมืองขนานใหญ่ คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือบารอนเฮาส์แมน (Haussmann) มีการสร้างท่อประปาเชื่อมต่อไปทั่วเมือง ในปี ค.ศ. 1884 น้ำประปาจึงกระจายไปถึงชาวปารีสมากถึงสองในสามส่วนของเมือง

       มีการสร้างโรงงานกรองน้ำให้บริสุทธิ์หลายแห่งนอกเมืองปารีส โดยชาวฝรั่งเศสถือว่า ‘น้ำ’ คือ ‘อาหาร’ ที่ได้รับการควบคุมดูแลอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด เริ่มตั้งแต่การ ‘จับน้ำ’ (Capturing) จากแหล่งต่างๆ ทั้งในและนอกปารีสเข้ามา น้ำเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะอาดใสอยู่แล้ว เพราะผ่านการกรองโดยธรรมชาติจากชั้นหิน (Sub-Strata) แต่ก็ต้องมีการกรอง (Refining) ซ้ำอีกหน เพื่อกำจัดสารเคมีต่างๆ ออกไป แล้วจากนั้นก็ต้องมีการบำบัด (Treating) ซึ่งจะมีหลายขั้นตอน จากนั้นก็ส่ง (Transporting) เอาไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ (Reservoirs) ซึ่งในปารีสมีอยู่ด้วยกัน 5 แห่ง แต่ละแห่งจะเป็นอ่างเก็บน้ำใต้ดิน มีปริมาณมากพอให้ชาวปารีสใช้ได้สองวัน โดยทั้งหมดนี้จะมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดเข้มงวด

 

น้ำประปาปารีส

 

        ที่จริงน้ำประปาปารีสมีคลอรีนอยู่ด้วย แต่ก็มีปริมาณน้อยมากจนไม่ได้กลิ่นคลอรีนเลย จุดเด่นก็คือมีแร่ธาตุสำคัญๆ ที่อยู่ในสมดุลชั้นเลิศ มีทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ และในบรรดาน้ำพุ 1,200 แห่งในปารีส มีอยู่ 6 แห่ง ที่เป็นน้ำพุแบบมีพรายฟอง หรือ Sparkling Water เสียด้วย

        หน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำประปาของปารีสนั้นเปลี่ยนแปลงแต่สืบเนื่องกันมาตลอด จาก Paris Water Company ในปลายศตวรรษที่ 18 ที่ปั๊มน้ำจากแถบน็อทร์ดามขึ้นมาเป็นน้ำกินน้ำใช้ จนต่อมาก็เกิดบริษัทเอกชนสองแห่งที่ดูแลเรื่องน้ำให้ปารีส (คือ Compagnie Générale des Eaux กับ Lyonnaise des Eaux) จนกระทั่งในปี 2009 ก็เกิดหน่วยงานในรูปบริษัทที่ทางเมืองปารีสถือหุ้นขึ้นเพื่อดูแลเรื่องน้ำประปาหรือน้ำก๊อกของปารีสให้ยังสะอาดบริสุทธิ์ โดยบริษัทนี้มีชื่อเก๋ไก๋ว่า Eau de Paris ทำหน้าที่ทั้งผลิตและแจกจ่ายน้ำไปทั่วเมือง

        ที่สำคัญก็คือ ถ้าถามว่าคนปารีสภูมิใจใน ‘น้ำก๊อก’ ของเขามากแค่ไหน ก็ต้องบอกว่า – ขนาดที่ Eau de Paris ผลิต ‘น้ำก๊อก’ ออกมาขายเป็นของที่ระลึกนั่นแหละครับ

        ขวดน้ำของ Eau de Paris จะมีลักษณะเป็นขวดแบบคาราฟ บรรจุน้ำ 1 ลิตร เป็นขวดแก้ว โดยในแต่ละเขต (Arrondissement) จะมีอะไรแตกต่างกันไปเล็กๆ น้อยๆ ในการดีไซน์ ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในน้ำดื่มแต่ละเขต โดยน้ำก๊อกของแต่ละเขตจะมีปริมาณแร่ธาตุที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย และบางเขต (เช่น เขต 15) ก็ชวนดีไซเนอร์ชั้นนำของโลกอย่าง ฟิลิปป์ สตาร์ก (Phillpe Starck) มาออกแบบขวดด้วย

        จะเห็นได้ว่า แม้แต่เรื่องน้ำประปาธรรมดาสามัญ ก็ยังแสดงให้เห็นจิตวิญญาณประชาธิปไตยแบบฝรั่งเศสที่ต้องพยายามสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนหมู่มาก

        น้ำก๊อกที่มี Transparency, Closeness, Quality และ Responsibility (ตามที่ Eau de Paris บอก) จึงคือการแสดงให้เราเห็นว่า ชาวปารีสคิดว่า ‘น้ำ’ คือบริการสาธารณะสำคัญที่เป็นพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์ขนาดไหน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN