70 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน: จากประเทศด้อยพัฒนาสู่มหาอำนาจอันดับต้นของโลก

Hot Issue
1 Oct 2019
เรื่องโดย:

adB Team

        ในวันที่ 1 ตุลาคมที่กำลังจะถึงนี้ จะเป็นวันครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านจีนยุคใหม่ ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 ที่ขบวนการคอมมิวนิสต์ของ เหมา เจ๋อตุง เอาชนะพรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคปกครองสาธารณรัฐจีน และช่วงชิงการปกครองประเทศจีนหลังสงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ

        หลังการก่อตั้งสาธารณรัฐ จีนบอบช้ำอย่างรุนแรงทั้งจากแรงกระทบหลังจบสงครามโลกและการปฏิวัติวัฒนธรรมของ เหมา เจ๋อตุง ทำให้จีนเริ่มปิดประเทศ และปกครองประเทศด้วยระบบคอมมิวนิสต์เต็มรูปแบบ กวาดล้างอิทธิพลของทุนนิยม ในช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้จีนเป็นประเทศยากจนติดอันดับต้นๆ ของโลก ล้าหลังการพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและศักยภาพของบุคลากร

        จุดเปลี่ยนสำคัญสู่ความยิ่งใหญ่ของจีนเกิดขึ้นเมื่อ 41 ปีก่อน เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำรุ่นที่สองของจีน ได้พลิกแนวคิดการบริหารประเทศใหม่ ประกาศการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน ซึ่งมาพร้อมกับความท้าทายใหญ่ในการเปลี่ยนความคิดของคนในชาติกว่า 1,000 ล้านคน ให้มาเชื่อมั่นความมั่งคั่ง และค่อยๆ ปรับโครงการเปิดประเทศสู่ระบบกลไกตลาดทีละนิดเพื่อให้ต่างชาติมาลงทุน

        41 ปีต่อมา จีนพลิกโฉมประเทศไปมหาศาล กลายเป็นมหาอำนาจอันดับต้นๆ ของโลกเคียงคู่สหรัฐอเมริกา ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ไปจนถึงคุณภาพของบุคลากร สถิติระบุว่า ตั้งแต่ปี 1978-2018 จีดีพีของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 12.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 399 ล้านล้านบาท จากเดิมที่มีแค่ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท รวมทั้งจีนได้ยกระดับประชาชนกว่า 740 ล้านคน ให้พ้นเส้นความยากจนได้สำเร็จ ซึ่งไม่เคยมีประเทศใดในโลกสามารถทำได้รวดเร็วแบบนี้มาก่อน

        แต่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดที่ว่าก็มีหลากหลายปัญหาความท้าทายที่ทำให้จีนต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับตำแหน่งประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดในโลก แซงสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งจะสร้างแรงกดดันจีนเป็นอย่างมากบนเวทีนานาชาติในอนาคต ที่กระแสเรื่องสิ่งแวดล้อมถูกจุดขึ้นในตอนนี้ และน่าจะถูกให้ความสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต

        ความท้าทายในการเพิ่มระดับมาตรฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะไม่เติบโตรวดเร็วและสูงเท่ากับ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จากทั้งปัญหาการกีดกันทางการค้ากับยักษ์ใหญ่คู่แข่ง การส่งออกชะลอตัว ในปี 2018 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนต่ำที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าจีนจะเปลี่ยนแนวคิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว มาโฟกัสเรื่องคุณภาพมากขึ้น

        อีกหนึ่งปัญหา คือการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามองมากที่สุด คือการประท้วงต่อต้านในฮ่องกงที่เกิดต่อเนื่องมายาวนานหลายเดือนและกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาเรื่องการเซนเซอร์สื่อและประชาชน รวมทั้งการกวาดล้างผู้มีแนวคิดแตกต่าง ทำให้มีประวัติศาสตร์มากมายที่สูญหายไปในผืนแผ่นดินใหญ่ ยกตัวอย่างเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 1989 เป็นหนึ่งในภาระใหญ่ที่จีนต้องต้องจัดการ หากต้องการเดินอย่างผึ่งผายในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
       
        อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ 1 ตุลาคม จีนจะฉลองใหญ่ในโอกาสครบรอบ 70 ปี งานที่เกิดขึ้นคงจะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปีที่เคยมีมา และมีการคาดการณ์ว่าจีนจะใช้งานนี้ประกาศศักดาในฐานะมหาอำนาจโลก จะมีการเดินสวนสนามโชว์อาวุธที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อโชว์อำนาจทางการทหารไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งเราต้องจับตามังกรยักษ์ใหญ่ตัวนี้ เพราะจีนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระเบียบโลก โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ หลังจากที่ผ่านมาระเบียบโลกถูกผูกขาดจากฟากฝั่งตะวันตกมายาวนาน และแน่นอน ประเทศไทยจะต้องเจอกับผลกระทบจากการขยับตัวดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่