สภาผู้แทนราษฎรจัดประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาข้อตกลงเบร็กซิต

Hot Issue
22 Oct 2019
เรื่องโดย:

adB Team

        วันที่ 19 ตุลาคม 2019 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของอังกฤษอีกวันหนึ่ง เพราะสภาผู้แทนราษฎรจัดประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาข้อตกลงเบร็กซิตล่าสุดที่ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี เพิ่งตกลงได้กับอียู เพียง 2 วันก่อนหน้า ซึ่งหากข้อตกลงนี้ผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎร เบร็กซิตจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ตามเส้นตายล่าสุดที่อังกฤษตกลงไว้กับอียู ถือเป็นการสิ้นสุดการเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปที่ยาวนานถึง 46 ปี

        หลังการเจรจาที่ยืดเยื้อและยังหาทางออกไม่ได้ รวมถึงเข้าใกล้เส้นตายเบร็กซิตเรื่อยๆ จึงทำให้เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากทั้งฝ่ายที่สนับสนุนเบร็กซิตและฝ่ายที่ต่อต้าน ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่สองเหตุการณ์ในวันนี้ ทั้งการประชุมนัดพิเศษ ที่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปีของรัฐสภาอังกฤษ นับตั้งแต่มีการประชุมเกี่ยวกับสงครามหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และการประท้วงครั้งใหญ่ของกลุ่มคนที่เรียกร้องประชามติรอบใหม่ว่าสหราชอาณาจักรจะอยู่หรือ ออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

        โดยสาระสำคัญของข้อตกลงล่าสุดคือนายจอห์นสัน ได้เสนอมาตรการใหม่ที่จะมาแทนที่แผนแบ็กสต็อป (backstop) หรือการที่สหราชอาณาจักรจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพศุลกากรของอียู จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบร่วมกันว่าให้ยุติลง โดยตามข้อตกลงล่าสุด ระบุว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากระบบศุลกากรของสหภาพยุโรป ส่งผลให้สหราชอาณาจักรจะสามารถทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต

        อนึ่ง เส้นตายแรกของเบร็กซิตคือวันที่ 29 มีนาคม 2019 แต่ข้อตกลงเบร็กซิตไม่ผ่านการรับรองจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทน ทำให้ เทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นต้องเจรจาขอเลื่อนเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน ซึ่งก็คือวันที่ 30 มิถุนายน 2019 และต่อมาได้ขอเลื่อนเส้นตายอีกครั้งเป็น 31 ตุลาคม 2019 ความล้มเหลวในการผ่านข้อตกลงเบร็กซิตจากสภาผู้แทนฯ ครั้งที่ 3 ของนางเมย์ ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง และนายจอห์นสัน ได้รับเลือกให้มาทำหน้าที่แทน

        ในขณะนี้เป็นเวลาช่วงเช้าที่อังกฤษ ซึ่งกำลังมีการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ จึงยังคงต้องมีการจับตาดูต่อว่ามหากาพย์เบร็กซิตจะสามารถหาข้อสรุปได้หรือไม่

 


ที่มา: www.bbc.com/thai/international-50100208

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่