เมื่อนักลั่นกระสุนกลายเป็นคนดัง ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องทบทวนถึงมูลค่าของพื้นที่สื่อหรือยัง

Hot Issue
14 Feb 2020
เรื่องโดย:

        เคยมีการศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งชื่อแปลเป็นไทยได้ว่า ‘สื่อทำให้นักฆ่าหมู่กลายเป็นคนดังโดยไม่ตั้งใจหรือเปล่า: การประเมินมูลค่าสื่อและโฆษณาฟรี’

        การศึกษานี้ (ดูได้ที่ http://bit.ly/2ULXzVX) เป็นงานของ Adam Lankford ซึ่งสนใจปัญหาการสังหารหมู่และการกราดยิงในสหรัฐอเมริกา ที่นอกจากจะ ‘ถี่ขึ้น’ เรื่อยๆ แล้ว แต่ละครั้งยัง ‘หนักหนา’ (เขาใช้คำว่า deadlier หรือมีผู้เสียชีวิตเยอะขึ้น) มากขึ้นด้วย

        มีอีกการศึกษาหนึ่งของหนังสือพิมพ์ Los Angeles Times เป็นการศึกษาที่ได้รับทุนจาก National Institute of Justice (ดูได้ที่ https://lat.ms/31T8dvr) ซึ่งงานวิจัยนี้ได้ย้อนกลับไปดูกรณีการกราดยิงต่างๆ เป็นเวลานานกว่า 50 ปี โดยมีอยู่ทั้งหมด 164 เคส

        ที่น่าสนใจก็คือ 20% ของ 164 เคสนั้น เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงห้าปีหลังเท่านั้นเอง โดยครึ่งหนึ่งเกิดหลังปี 2000 และ 33% เกิดหลังปี 2010 ส่วนปีที่มีคนตายมากที่สุดคือปี 2017 และ 2018 ในขณะที่ปี 2019 (ซึ่งในตอนนำเสนอผลวิจัย ยังไม่จบปี) พบว่าแนวโน้มก็เป็นไปในทางเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตต่อการกราดยิงก็เพิ่มขึ้นด้วย

        ถ้าดูในระดับทศวรรษจะพบว่า 1970s มีผู้เสียชีวิตจากการกราดยิง 5.7 คนต่อปี, 1980s สถิติคือ 14 คนต่อปี, 1990s พุ่งขึ้นไปแตะ 21 คนต่อปี ในทศวรรษ 2000s คือ 23.5 และทศวรรษ 2010s (ที่ยังไม่จบนั้น) ตัวเลขกระโดดขึ้นไปที่ 51 คนต่อปีแล้ว

        คำถามก็คือ – อะไรทำให้การกราดยิงเพิ่มพุ่งขึ้นมากขนาดนี้?

        ที่ต้องเน้นย้ำไว้ก่อนก็คือสิ่งที่ว่ามาทั้งหมดนี้คือสถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ไทย และอาจไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับที่อื่นๆ ในโลกได้เสมอไป เพราะแต่ละพื้นที่ต่างก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง แต่กระนั้นก็อาจเป็น ‘บทเรียน’ ให้ได้เรียนรู้ เพราะอย่างน้อยที่สุด ในสหรัฐอเมริกาก็มีการเก็บสถิติต่างๆ มาวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา

        คำตอบต่อคำถามข้างต้น ต้องย้อนไปที่การศึกษาเรื่องมูลค่าสื่อของ Adam Lankford

        เขาประเมินเอาไว้ว่า แต่ละครั้งที่เกิดเหตุกราดยิง สื่อได้มอบ ‘พื้นที่สื่อฟรี’ ให้ผู้ก่อเหตุมากถึงราว 75 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2,330 ล้านบาท (เน้นว่านี่เป็นการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น) ซึ่งเป็นพื้นที่สื่อระดับที่คนดัง เซเลบริตี้ นักกีฬา หรือกระทั่งดารานักร้อง ก็ยังไม่มีพื้นที่สื่อมากเทียบเท่า

        การศึกษานี้ยังพบด้วยว่า เหตุกราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตมาก จะยิ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ – เท่ากับได้พื้นที่สื่อเพิ่มมากขึ้นไปอีก

        เรื่องนี้จึงกลายเป็น dilemma หรือปัญหาเขาควายขัดแย้ง เพราะสื่อก็จำเป็นต้องนำเสนอข่าว และขณะที่นำเสนอ สื่อเองไม่รู้หรอกว่าพื้นที่สื่อรวมทั้งหมดที่ผู้ก่อเหตุได้รับนั้นมีมากเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธตัวเลขทางสถิติไม่ได้ว่า – การนำเสนอของสื่ออาจมีผลโน้มนำให้เกิดเหตุขึ้นได้

        กับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงอาจถึงเวลาแล้วที่สังคมสื่อไทยต้องพยายามหาข้อสรุปร่วมกัน ว่าควรนำเสนอข่าวทำนองนี้ด้วยท่วงทีและพื้นที่มากน้อยอย่างไร จึงจะสมดุลพอดี และไม่ทำให้สื่อกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรของการก่อเหตุเสียเอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้: