โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งยุติการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับประเทศไทย

Hot Issue
29 Oct 2019
เรื่องโดย:

adB Team

        จากกรณีที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งยุติการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับประเทศไทย หรือตัดสิทธิ GSP กับสินค้าไทยหลายรายการ โดยทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ให้เหตุผลว่า ‘รัฐบาลไทยล้มเหลวในการจัดการเรื่องปัญหาด้านสิทธิแรงงาน’ เช่น สิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพ หรือสิทธิในการเจรจาต่อรองแบบกลุ่ม ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน

        GSP หรือ Generalized System of Preferences คือสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศที่กำลังพัฒนา โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าบางรายการเมื่อส่งสินค้าไปขายในประเทศผู้ให้สิทธิ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถส่งออกสินค้าไปแข่งขันกับสินค้าจากประเทศพัฒนาแล้ว หรือประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าราคาถูกและมีประสิทธิภาพ เช่น จีน

        คาดการณ์ว่าการตัดสิทธิ์ GSP ครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้สินค้าไทยถูกตัดสิทธิในการงดเว้นการเสียภาษี (เมื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ) กับสินค้าทั้งประเภทอุปโภคและบริโภคเกือบ 600 รายการ อาทิ ผัก, ผลไม้, เมล็ดพันธุ์พืช, น้ำเชื่อม, ซอสถั่วเหลือง, น้ำผัก-ผลไม้, อุปกรณ์เครื่องครัว, ประตู-หน้าต่าง, ไม้อัด ไม้แปรรูป, ดอกไม้ประดิษฐ์, เหล็ก สเตนเลส, จิวเวลรี เครื่องประดับ และทองรูปพรรณ ฯลฯ และโดยเฉพาะอาหารจากทะเลไทยที่จะถูกตัดสิทธิ GSP ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าถึง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 40,000 ล้านบาท

        หลังจากข่าวคราวการลงนามตัดสิทธิ GSP เกิดขึ้นก็เริ่มมีหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่าสาเหตุแท้จริงที่อยู่เบื้องหลังการตัด GSP ของสินค้าไทยว่าเป็นเพราะสหรัฐฯ ต้องการกดดันไทยจากกรณีที่รัฐบาลไทยประกาศแบนการนำเข้าสารพิษ 3 รายการ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต

        โดยก่อนการลงนามตัดสิทธิ GSP สถานทูตสหรัฐฯ เคยแสดงความกังวลเรื่องการแบนสารเคมีในประเทศไทยพร้อมกับได้ส่งหนังสือให้รัฐบาลไทยทบทวนเรื่องการแบนสารไกลโฟเซต ด้วยความกังวลว่าจะส่งผลกระทบกับสินค้าบางตัวที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐ เช่น ถั่วเหลือง แป้งสาลี และองุ่น ฯลฯ เพราะสินค้าเกษตรในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศยังอนุญาตใช้ไกลโฟเซตอยู่

        อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ในเวลานี้เป็นเพียงการคาดการณ์ ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่แท้จริง

        ทั้งนี้ เว็บไซต์ของสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ ได้ตีพิมพ์นำเสนอความเห็นของหนึ่งในตัวแทนผู้ผลิตอาหารทะเลไทยอย่าง พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ที่ชี้ให้เห็นว่า การตัดสิทธิ GSP ไม่ได้มีสัญญาณของความน่ากังวลมากนัก เพราะแต่ละปีไทยใช้สิทธิส่งออกเพียงมูลค่าไม่กี่พันล้านดอลลาร์ฯ เท่านั้น แต่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ ‘ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก’ ซึ่งส่งผลให้สินค้าไทยแพงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้สูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน โดยเฉพาะหมวดหมู่สินค้าเกษตรที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรไทย
       
        ในวัน 28 ตุลาคม 2562 กีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จะแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ ให้เราได้ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้ากันต่อไป

 


ที่มา:

ภาพ: Reuters

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่