Trader Joe’s Organic Bolivian Blend

Koffee Kult
14 Nov 2021
เรื่องโดย:

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

        กาแฟจากเทรดเดอร์ โจส์ น่าจะเป็นแบรนด์เดียวที่ขายกาแฟแบบใช้กระปุกกระดาษทรงกระบอกแบบนี้ เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของเขา ผมรู้จักกับเทรดเดอร์ โจส์เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่น มีโอกาสหอบหิ้วมาฝากกันอยู่บ้าง ยามมีโอกาสไปสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ลืมจะแวะซื้อหาติดไม้ติดมือกลับมา 

        เทรดเดอร์ โจส์เป็นแบรนด์ที่หลายคนมองข้าม เพราะถุงไม่ค่อยสวย ดูไม่มีราคา แบรนด์เองก็ไม่ได้ทำโปรโมตอะไรมากนัก แต่รสชาติและคุณภาพของเมล็ดกาแฟนั้นไม่ขี้เหร่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยกักเก็บความสดใหม่ของเมล็ดไว้ก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดีเลย กระปุกนี้ฝากเพื่อนผู้บินไปฉีดวัคซีนที่นิวยอร์กหิ้วมาให้ เรียกว่าเป็นกาแฟจากโบลีเวีย ในบ้านเราหาดื่มยากหน่อยเนื่องจากชื่อชั้นไม่ใช่แหล่งปลูกที่คนไทยคุ้นเคย และที่สำคัญมักถูกเพื่อนบ้านบดบังรัศมีทั้งบราซิล เปรู จริงๆ แล้วโบลีเวียมีพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกกาแฟอยู่เหมือนกัน ตามแนวของเทือกเขาแอนดีสที่ทอดตัวยาวตามทวีปอเมริกาเหนือ  โดยเฉพาะบริเวณเมานต์ ซาจามา (Mount Sajama) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของโบลิเวียและมีบางส่วนที่อยู่ใกล้กับป่าอะเมซอน ก็มีการปลูกกาแฟอะราบิกาเป็นไร่เล็กๆ 

        กาแฟจากโบลิเวียก็เหมือนเมล็ดกาแฟที่มาจากแถบนี้ ส่วนมากนิยมคั่วมาระดับกลางค่อนไปทางเข้ม การชงแบบผ่านน้ำหรือจะบดละเอียดหน่อย ชงเป็นเอสเพรสโซหรือใส่หม้อมอกก้าให้รสชาติชวนฝันไม่น้อย กระปุกนี้ได้ USDA จากสหรัฐอเมริกาว่าเป็นออร์แกนิกด้วย กลิ่นคาราเมลชัดเจน หวานติดลิ้นในตอนจบเมื่อกลืนลงคอ ชงร้อนอร่อยกว่าเย็นครับ


แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะจิบกาแฟแล้ว (จริงๆ)   

        หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำโลก COP26 ที่กลาสโกลว์ สกอตแลนด์ เกี่ยวกับปัญหาโลกที่ร้อนขึ้น และร้อนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบรคได้บอกตรงๆ ว่าเอาเข้าจริงๆ เราก็ยังไม่รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลในที่ประชุม และบนโลกนี้จะสามารถแก้ปัญหาโลกร้อนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะดูๆ แล้วประเทศร่ำรวยเหล่านี้ก็ไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ของตัวเอง ส่วนประเทศเล็กๆ ก็ไม่มีแรงพอที่จะทำอะไรได้ ปัญหานี้จะแก้ไขเพียงลำพังก็จะพังกันตั้งแต่คิด  และปัญหาโลกร้อนนี้ก็ไม่ได้กระทบแต่ภาพใหญ่เท่านั้น ภาพเล็กๆ อย่างปัญหาของกาแฟที่เราดื่มกันอยู่ทุกเช้า ก็เจอหางเลขกับเขาเช่นเดียวกัน โลกร้อนขึ้นส่งผลให้กาแฟที่เราดื่มมีแนวโน้มสูงขึ้น และอนาคตอาจเป็นของแพงกว่านี้ ผลกระทบนี้ไม่ต้องรอนานครับ เพราะคาดว่าปีหน้าเราน่าจะได้เห็นราคาของกาแฟที่เขยิบขึ้นแน่นอน 

        รายงานของ World Coffee Cost ประจำปี 2021 บอกว่าเมล็ดกาแฟอะราบิกาที่ส่งออกมาจากบราซิลซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ราคาเขยิบขึ้นประมาณ 4.44 ดอลลาร์ฯ ต่อกิโลกรัม ขึ้นมาประมาณร้อยกว่าบาท แต่ที่เรายังสามารถดื่มสตาร์บัคส์ได้ในราคาเท่าเดิม นั่นเพราะว่าราคากาแฟมีการซื้อขายกันล่วงหน้าเพื่อลดการผันผวนของปัจจัยต่างๆ นานาที่อาจเกิดขึ้น เหมือนกับราคาน้ำมัน กระดาษ หรือพลาสติก ฉะนั้น ราคาจึงขึ้นกับสต็อกที่มีอยู่ และปัญหาอื่นๆ ที่เข้ามาแทรกแซงระหว่างทาง จึงถือเป็นโชคดีของเราในตอนนี้ แต่ปีหน้ามิตรรักกาแฟทั้งหลายก็อาจต้องเตรียมใจรับมือกับราคาที่เพิ่มขึ้น  และคิดว่าน่าจะเพิ่มไปเรื่อยๆ แน่นอน 

        หากเทียบกับชา กาแฟเป็นพืชที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมากกว่ามากครับ ยิ่งกาแฟอะราบิกาด้วยแล้ว เงื่อนไขในการปลูกมีค่อนข้างมาก เช่น ต้องปลูกบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลหลายร้อยเมตร เป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ใหญ่ในการช่วยปกป้อง ต้องการดินที่ดีเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟให้แตกต่าง นี่ยังไม่นับความยากลำบากในการดูแลและเก็บเกี่ยวเพราะเวลาปลูกยาก การเก็บก็ทำได้ยากไปด้วย เป็นพืชที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ในการเก็บเมล็ด ทั้งหมดนี้ทำให้เมล็ดกาแฟที่มาจากแหล่งปลูกที่มาจากคอสตาริกา กัวเตมาลา สุมาตรา หรือกาแฟโคน่าของฮาวาย สร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หันมาดูในบ้านเราก็เหมือนกันครับ กาแฟอะราบิกาส่วนมากที่ปลูกได้ ก็ล้วนแต่ต้องปลูกบนที่สูง ที่ที่ ยังมีป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควรถึงปลูกกาแฟได้ดี ได้เมล็ดที่มีคุณภาพ เอามาคั่วแล้วก็สมราคาค่าที่ต้องใช้เวลาประคบประหงมกันหน่อย 

        การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศของโลกส่งผลโดยตรงกับการทำไร่กาแฟ ไม่ต่างจากเจ้าของไร่องุ่นในออสเตรเลีย หรือฝรั่งเศสที่โดนผลกระทบจากโลกร้อนเช่นเดียวกัน แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือเมล็ดกาแฟที่ดีมักมาจากประเทศเล็กๆ ที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีในการเกษตรมากมายและไม่มีแรงไปต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงของโลกมากนัก   

        ในบราซิลมีรายงานเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนโดยเฉพาะฤดูพายุที่มาแบบ ‘ไม่ปกติ’ ตั้งแต่ปี 2010 ตอนนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก เมื่อ ประธานาธิบดีจาร์อี โบลโซนาโร ส่งเสริมให้ถางป่าแอมะซอนเพื่อทำการเกษตร ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิม บราซิลในฐานะผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ก็มีการส่งสัญญาณมาเรื่อยๆ เรื่องของราคาเมล็ดกาแฟ เข้าใจว่า ตลอดช่วงระยะเวลานี้ ก็มีการปรับราคาขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังไม่มีช่วงไหนที่ราคาดีดตัวแรงขนาดนี้มาก่อน  

        เรื่องนี้ขาใหญ่ของวงการอย่างสตาร์บัคส์ก็รู้ดี และมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ต้นกาแฟ เพื่อสู้กับโรคและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ รวมถึงการพัฒนากระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยวเพื่อให้คุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ได้ยังมีคุณภาพที่ดีและยังคงให้รสชาติตามอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Identity) จริงๆ เขาเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2013 แต่เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมืองปี 2019 ว่ากันว่าสตาร์บัคส์ใช้เงินลงทุนมากมายกว่า 500 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 16,000 ล้านบาท) ในโครงการนี้

        นอกเหนือจากนั้น หน่วยงานอย่าง World Coffee Research (WRC) ก็มีการเก็บรวบรวมข้อมูลนักดื่มกาแฟทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1999 โดยร่วมมือกับสตาร์บัคส์ด้วย เป็นการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟในแง่มุมต่างๆ ครอบคลุม 1,100 ไร่กาแฟจาก 20 ประเทศทั่วโลก พวกเขาเคลมว่าตั้งแต่เริ่มทำโปรเจกต์นี้ มีกาแฟที่ถูกเก็บข้อมูลไปแล้วมากกว่า 18,000 ล้านแก้ว เรียกว่าเป็นฐานข้อมูลการดื่มกาแฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ข้อมูลที่เก็บก็จะมีทั้งเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคและรวมไปถึงแนวโน้มของการขายกาแฟ ตอนนี้หัวข้อหนึ่งที่เป็นที่สนใจก็คือเรื่องกาแฟกับสิ่งแวดล้อม เพราะหากดูกันลึกๆ นักดื่มอย่างเราก็มีส่วนอย่างมาก ในการสร้างขยะที่มาจากร้านกาแฟ 

        กาแฟเกี่ยวพันกับคนมากกว่าครึ่งหนึ่งบนโลกใบนี้ เราดื่มกาแฟกันทุกเช้า เฉพาะคนอเมริกันวัยผู้ใหญ่กว่า 80% ดื่มกาแฟหนึ่งแก้วทุกๆ วัน ภาพลักษณ์ของกาแฟที่เชื่อมโยงกับนักดื่มกาแฟ ส่วนมากจะเป็นไปในทางบวก กาแฟมักอยู่ในความทรงจำดีๆ อย่างเช่นการตื่นมาชงกาแฟตอนเช้า หรือว่าการเดตครั้งแรกของใครหลายคนก็เริ่มจากร้านกาแฟ แต่นักดื่มอย่างเราไม่มากก็น้อยก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขยะจำนวนมหาศาลที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะแก้วกาแฟ ซึ่งยังเป็นปัญหาคลาสสิก เนื่องจากมันยังจัดว่าเป็นของใช้ที่ย่อยสลายไม่ได้และนำกลับมารีไซเคิลก็ไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน 

        ต่อจากนี้นอกเหนือจากต้นทุนการปลูกของกาแฟที่จะเพิ่มขึ้นเพราะพื้นที่ปลูกหายากขึ้น แรงงานหายากขึ้น เรายังจะมีต้นทุนทางสังคมและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่เราต้องจ่ายในกาแฟแต่ละแก้วพ่วงเข้าไปด้วย 

        เช้านี้หากต้องดื่มกาแฟ จำไว้เสมอครับว่าออกจากบ้านพร้อมแก้วส่วนตัวของคุณ 


อ้างอิง: 

https://www.natureworldnews.com/articles/47696/20211004/coffee-prices-expected-skyroclet-producers-struggle-climate-change.htm 

https://www.myhighplains.com/news/local-news/coffee-prices-spike-as-demand-grows-and-supply-dwindles/ 

https://www.natureworldnews.com/articles/47696/20211004/coffee-prices-expected-skyroclet-producers-struggle-climate-change.htm    

https://ticotimes.net/2019/03/09/starbucks-investigating-climate-change-resistant-coffee-in-costa-rica 


คอลัมน์สำหรับอ่านแกล้มกาแฟ ยามเช้า สาย หรือจะบ่ายๆ ก็ยังได้ Koffee Kult’ ว่าด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจของกาแฟในแง่มุมต่างๆ พร้อมพาคุณไปเปิดถุงกาแฟประจำสัปดาห์จากนักเขียนผู้สะสมถุงกาแฟและรักการดื่มของขมเป็นชีวิตจิตใจ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

จบปริญญาโทด้านมานุษยวิทยา ชีวิตผกผันมาทำงานด้านสื่อสารมวลชนมากว่า 20 ปี ก่อนมีโอกาสได้ลองมาทำงานด้านการตลาดและแบรนด์ ปัจจุบันเป็น CMO ของบริษัทแห่งหนึ่ง และร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทรับผลิตเนื้อหาให้กับแบรนด์ ทำเพจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกิน เจ้าของผลงาน 'Coffee Backpacker' สนใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวโยงกับแง่มุมมานุษวิทยาทุกรูปแบบ