ณ ที่นี่ เราจำต้องรักษาความหวัง

Love Actually
9 Oct 2020
เรื่องโดย:

อุรุดา โควินท์

ฉันไม่ได้กินพิซซ่าฝีมือเขานานมาก น่าจะตั้งแต่ต้นปี เมื่อโควิด-19 ระบาด ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย หากจะนั่งกินอาหารในร้านติดแอร์ ร้านของชาวอิตาลีซึ่งมักมีชาวต่างชาติเต็มร้าน ครั้นความกลัวโควิดน้อยลง ความฝืดเคืองทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันไม่เคยลืมรสมือเขา ไม่เคยลืมว่าพนักงานของเขาเป็นมืออาชีพแค่ไหน

        กระเป๋าเงินไม่ได้ฟูขึ้นเลย แต่เหมือนปลายใบไม้พลิกมาสะกิดใจ-โอเค ฉันต้องไปแล้วล่ะ

        ฉันไม่เคยจอดรถบนถนนเส้นนี้ได้ แต่วันนี้โล่งมาก ฉันจอดรถหน้าร้าน ผลักประตูเข้าไป 

        ทุกคนหันมาทักทายโดยพร้อมเพรียง หางเสียงมีความสดชื่น เหมือนเพื่อนเก่าไม่ได้เจอกันนาน

        เขา-เจ้าของร้าน ยิ้มกว้างกว่าใคร Hello Hello Hello สามครั้งรัวๆ

        น้องพนักงานเสิร์ฟวางเมนูตรงหน้า “เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วนะคะ”

        รู้สึกผิด แปลก ที่ฉันรู้สึกอย่างนั้น ฉันไม่ค่อยมีเงิน แต่บางทีฉันก็เผลอซื้อข้าวของสวยงามซึ่งกินไม่ได้ แถมบ่อยครั้งไม่ได้ใช้ 

        อาหารฝีมือเขาต่างหากที่จำเป็น 

        กวาดตามองรอบร้าน อืม… เป็น 18.30 น. ที่เงียบเกินไป

        ฉันสั่งพิซซ่าหนึ่งถาดกับสลัด กินไม่หมดก็ห่อกลับบ้าน ฉันสั่งแบบนี้ทุกที คนทั้งร้านรู้ดี

        ส่งเมนูคืนน้องพนักงาน ฉันว่า “บอกเขาอดทนนะ อย่าเพิ่งปิดร้านล่ะ”

        “หนูไม่รู้ว่าเขาจะไหวมั้ย” เธอมองออกไปหน้าร้าน ซึ่งชายอิตาเลียนร่างเล็กยืนอยู่ “เขาเอาเงินส่วนตัวมาช่วยร้านหลายเดือนแล้วค่ะ ส่วนพวกหนูก็ลดชั่วโมงทำงาน และลดเงินเดือน”

        เขายืนอยู่บนทางเท้า มองทางซ้ายที ทางขวาที ก่อนนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ มองกลับเข้ามาในร้านของตัวเอง ซึ่งมีฉันและโต๊ะว่างเปล่า 6 โต๊ะ

        สลัดลงโต๊ะ เขาหายไปในครัวพักหนึ่ง ก่อนเดินมานั่งที่โต๊ะใกล้เคาน์เตอร์ ฉันมองผ่านๆ ไม่ได้สบตา แต่รู้สึกถึงสายตาของเขา

        เขาจำฉันได้อยู่แล้วล่ะ แม้เราจะแค่ทักทายกัน  ฉันเป็นลูกค้าที่เขาให้ส่วนลดพิเศษ เขาให้-โดยที่ฉันไม่เคยขอ ครั้งแรกที่ได้ส่วนลด ฉันคิดว่าเป็นช่วงโปรโมชัน ครั้นได้ครั้งที่สอง ฉันถามพนักงาน พนักงานบอกว่านี่เป็นส่วนลดที่เขาตั้งใจมอบให้ลูกค้าไม่กี่คน

        ก่อนช่วงโควิด-19 ฉันมากินอาหารร้านนี้เดือนละสองหรือสามครั้ง อาจเพราะสองสามครั้งนั่น ก็มากพอจะให้ส่วนลด หรือเพราะเขารู้สึก-มองเห็นบางอย่าง

        เหมือนที่ฉันรู้ ว่าเขาเดินออกไปนอกร้านทำไม 

        และนั่น เขาเพิ่งผลักประตูออกไปอีก มองทางซ้าย ทางขวา ก่อนนั่งมอเตอร์ไซค์คันเดิม 

        มีกระจกกั้น ทั้งเราอยู่ห่างกันราว 20 เมตร แต่ฉันเห็นสิ่งที่เขาแบกรับไว้  และคล้ายได้ยินเขาถอนหายใจ

        พิซซ่าอร่อยมาก สลัดสดมาก ชีสเลิศเลอ ฉันกินได้มากกว่าทุกครั้ง น่าจะไม่ต้องห่อกลับบ้าน ฉันจึงละเลียดกิน 

        ระหว่างนั้น เขาเดินเข้าเดินออกร้านไม่รู้กี่ครั้ง เพื่อจ้องมองถนนที่ว่างเปล่า

        ฉันเศร้า แต่ก็ยังตักอาหารเข้าปาก ยังอร่อย 

        ฉันเข้าใจเขา เพราะฉันก็ทำอาหารขาย หน้าร้านของฉันคือเฟซบุ๊กซึ่งเงียบลงตั้งแต่ต้นปี ยอดขายดิ่งลงเรื่อยๆ ทั้งที่ฉันทุ่มเทลงในอาหารมากกว่าเดิม 

        บางครั้งฉันต้องกลืนน้ำลายขมๆ ลงคอ ก่อนจะเปิดดูหน้าเพจ (หน้าร้านของฉัน) โดยหวังว่าจะมีออร์เดอร์ 

        มันมักว่างเปล่า แต่การเข้ามาดูและโพสต์ขาย คือหนทางเดียวที่จะได้ขาย

        เขาย่อมรู้ว่าการออกไปยืนหน้าร้านไม่ได้ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามา… แต่นั่นคือความหวัง

        สำหรับคนทำอาหารขาย เรายังอยากหวัง ว่ามีคนต้องการอาหารฝีมือเรา เรายังอยากคิดว่าเราสามารถเลี้ยงชีพด้วยฝีมือทำอาหาร

        ต่อให้หน้าร้านเงียบเป็นป่าช้า เราก็จะเปิดร้าน และขาย 

        พนักงานเอาใบเสร็จมาให้ เขาลดให้ฉันเหมือนเดิม 

        ฉันดูนาฬิกา อีกสองชั่วโมงร้านจะปิด หวังว่าฉันไม่ใช่ลูกค้ารายเดียวของวันนี้

        สิบเปอร์เซ็นต์ที่เขาลด ฉันวางไว้เป็นทิป “บอกเขาให้ทนอีกนิดนะ พอถึงฤดูหนาว น่าจะดีขึ้น” ฉันพูดกับพนักงานเสิร์ฟ แต่มองแผ่นหลังบอบบางของเขา

        ถ้อยคำหลุดไปแล้ว ฉันค่อยคิดได้ ไม่ได้บอกเพียงเขา ฉันพูดกับตัวเองด้วย

        ก่อนออกจากร้าน ฉันหันไปมองพนักงาน “พี่จะมาให้บ่อยขึ้นนะ” 

        ที่ฉันไม่ได้พูดก็คือ ถ้าฉันคล่องตัวกว่านี้ ถ้าเดือนไหนมีรายได้มากขึ้น ฉันจะมาถี่ขึ้น และจะทิปเยอะขึ้น

        “แล้วเจอกันนะคะ” ฉันบอกเขา 

        “Thank You” เขาพูดทุกครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ฉันรู้สึกถึงการขอบคุณเท่าครั้งนี้

        เราเชื่อมโยงกันด้วยความยากลำบาก ณ ที่แห่งนี้ เรายังอุตส่าห์มีความหวัง 

        ไม่ใช่สิ เราจำต้องมีความหวัง

        เราไม่รู้จักชื่อ ไม่เคยดูหนัง กินข้าวด้วยกัน แต่เราต่างยืนอยู่ในครัว ทำอาหารเลี้ยงชีพ ทั้งยังสัมพันธ์กันด้วยการกระจายรายได้ รายได้ซึ่งหมายถึงข้าวปลาอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ…

        ยิ้มหวานให้เขา 

        ฉันกลับมาเร็วๆ นี้ ร้านนี้ต้องอยู่รอด ฉันก็เช่นกัน  

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

อุรุดา โควินท์

นักเขียนประจำคอลัมน์ Love Actually

ภาพโดย

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม

บรรณาธิการฝ่ายศิลป์ลำดับที่สองของ adB ผู้เป็นบิดาของแมวสองตัว และมอบหัวใจให้กับจินตหรา สุขพัฒน์