บางความสัมพันธ์นั้นแสนสั้น แต่กลับมากด้วยความหมาย

Love Actually
21 Jun 2019
เรื่องโดย:

ตินกานต์

เคยมีคนถามฉันว่าเชื่อเรื่องโซลเมต (Soulmate) ไหม แน่นอน ฉันตอบว่าเชื่ออย่างไร้ไขว้เขว เขาถามต่อว่าโซลเมตสำหรับฉันคือใคร ฉันตอบกระชับ คือสองคนที่พบกันเพื่อร่วมเรียนรู้ผ่านความสัมพันธ์และพัฒนาจิตวิญญาณ

        “แล้วถ้าทั้งสองไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน คุณยังจะเรียกว่าโซลเมตอยู่ไหม?”

        ฉันเพิ่งเปิดดูภาพยนตร์เรื่อง Once อีกครั้ง ในครั้งแรกที่ดูนั้น ฉันรักหนังเรื่องนี้หมดหัวจิตหัวใจ หนังฟอร์มเล็ก ทุนสร้างต่ำ คนแสดงที่ไม่ได้มาทางสายแสดง แต่ประโยค ‘I don’t know you but I want you.’ ของ เกล็น แฮนซาร์ด (Glen Hansard) ในเพลง Falling Slowly และเสียงแผ่วเศร้าของ มาร์เกตา อีโกลวา (Marketa Irglova) กับคำถาม ‘Are you really here?’ ในขึ้นต้นของเพลง If you want me ยังตรึงอยู่ในชีวิตของฉัน ทั้งที่หนังก็นานกว่า 10 ปีมาแล้ว

 

 

        กลางกรุงดับลิน, ประเทศไอร์แลนด์ บางความใฝ่ฝันของใครบางคนกำลังลอยล่องไร้ทิศราวขนนกเบาหวิว หนุ่มนักดนตรีเปิดหมวกไม่เคยกล้าร้องเพลงของตนเองในยามฟ้าสว่าง สาวเร่ขายดอกไม้หล่อเลี้ยงหัวใจด้วยการขอเล่นเปียโนในร้านขายเครื่องดนตรี

        เสียงเพลงของเขาดึงดูดให้เธอเข้าหา ยืนตรงหน้ากัน ทำความรู้จัก บอกเล่าความฝัน แล้ววันหนึ่งที่ฟ้ายังไม่ทันมืด เขาก็กล้าเล่นเพลงของตัวเองขึ้นมา ร้องถ้อยคำที่ตนเขียน นิ้วกรีดลงบนสายกีตาร์ ส่วนเธอนั่งอยู่หน้าเปียโนที่ยังขายไม่ออก เล่นเพลงของเขาไปพร้อมกัน

        บทเพลงของนักดนตรีโนเนมที่เคยถูกซุกไว้เปล่งเสียงออกมาแล้ว เมื่อมีใครอีกคนร่วมฟัง ท่วงทำนองไร้คำก็มีคนมาเติมเต็มให้ เสียงหนักแน่นของเขาได้เสียงโศกหวานของเธอมาประสาน ลมล่องหนได้หนุนใต้ปีกให้นกที่ไร้ความมั่นใจตัวหนึ่งกล้าออกบิน

 

        ในที่สุดเดโมเพลงก็เสร็จสิ้น เขาจะถือแผ่นเพลงมุ่งหน้าสู่ลอนดอนเพื่อฉายแสงในวงการดนตรี และชวนเธอไปแสวงโชคด้วยกัน

        ทว่าอีกฝ่ายไม่ใช่หญิงตัวเปล่าเล่าเปลือย เธอมีลูกสาววัยกำลังน่ารักหนึ่งคน

        “คุณพาลูกไปด้วยก็ได้”

        “แล้วฉันพาแม่ไปด้วยได้ไหม” แม่ที่เลี้ยงหลานอยู่บ้านยามที่เธอต้องออกไปขายดอกไม้

        เขาเงียบและเธออาจฉุกคิด อนาคตแสนหวานสะดุดลงตรงนั้น

 

        หนังก็นานมากแล้ว คงไม่ว่ากันหากฉันจะเฉลยตอนท้าย

        ชายหนุ่มมุ่งหน้าสู่ลอนดอนพร้อมเพลงจากห้องอัดราคาถูก ขณะที่ฝ่ายสาวกลับไปคืนดีกับสามีที่เคยแยกกันอยู่

        เปียโนหลังที่เธอเคยขอคนอื่นเล่นขายออกแล้ว ก่อนจากไป เขาเอาเงินเท่าที่มีซื้อและส่งไปให้เธอ

        ฉากสุดท้ายของหนังที่หญิงสาวพรมนิ้วอยู่บนของขวัญจากชายนักดนตรี แล้วหันมองนอกหน้าต่าง พร้อมยิ้มอย่างรู้เห็นเพียงลำพัง ทำให้ฉันนึกถึงคำถามในอดีต

        “แล้วถ้าทั้งสองไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน คุณยังจะเรียกว่าโซลเมตอยู่ไหม”

        ฉันอ่านเจอคำกล่าวหนึ่งของเกล็นในบทความของเว็บไซต์ Fungjaizine ผู้เขียนแปลคำพูดของศิลปินผู้มีเคราครึ้มไว้ให้เสร็จสรรพ

        เกล็นบอกว่า “จงตามหาคนที่ทำให้คุณสามารถทำทุกอย่างได้ดีขึ้น ในแบบที่คุณไม่สามารถทำได้เวลามีเพียงตัวคนเดียว แล้วคุณจะได้พบช่วงเวลาที่สวยงาม”

        ชีวิตจริงของเกล็นและมาร์เกตาก็คลับคล้ายกับหนังที่ทั้งคู่เล่น สองคนที่รักในเสียงเพลง ตกหลุมรักในกันและกัน พากันไปสู่สิ่งที่ฝัน ช่วยกันเขียนเพลง ออกอัลบั้มด้วยกัน ขึ้นเล่นบนเวทีข้างกัน จนถึงวันที่เวลาของความเป็นคู่รักสิ้นสุดลง

        “ถ้าทั้งสองไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ฉันยังจะเรียกว่าโซลเมตอยู่ไหม”

 

        “Sometimes, soulmate may meet, stay together until a task or life lesson is completed, and then move on. This is not a tragedy, only a matter of learning.” Dr. Brian L. Weiss

 

        และนี่คือคำตอบอย่างที่ฉันเชื่อ

        มนุษย์พบกันเพื่อใช้เวลาร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ กระทั่งภารกิจหรือบทเรียนนั้นๆ ของชีวิตบริบูรณ์ เพื่อแยกย้ายไปสู่ภารกิจใหม่ ไปเรียนรู้บทเรียนอื่นกับคนอื่นต่อไป ฉันจึงเชื่อว่าในหนึ่งชีวิต เรามีโซลเมตได้หลายคน เรามีความรักได้หลายหน เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่ได้เรื่อยๆ (คนละประเด็นกับการคบซ้อน) ความรักหนึ่งจบไป ความรักใหม่เดินทางมาสู่เราได้เสมอ

        การได้อยู่ร่วมหรือไม่ หรือระยะเวลากี่มากน้อย อาจไม่สลักสำคัญเท่าระดับความสัมพันธ์ที่เข้มข้นลึกซึ้งที่เรามีต่อกันในช่วงเวลานั้น

        โมงยามของบางคู่ก็แสนสั้น แต่กลับบังเกิดความสัมพันธ์ที่เปี่ยมความหมาย รักเต็มรัก เกื้อกูล สนับสนุน มอบบทเรียนล้ำค่า พากันเติบโตขึ้น งดงามขึ้น เป็นบางอย่างที่เราในอดีตไม่เคยเป็นได้

        แต่ถึงอย่างไร หากคุณได้พบใครคนหนึ่งที่เป็นอย่างที่เกล็นกล่าวไว้ ฉันก็หวังว่าคุณจะมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาวด้วยเช่นกัน แต่เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเวลาของคนสองคนจะดำเนินไปถึงเมื่อไหร่ อย่างเดียวที่เราทำได้คือจงยินดีต่อความรักนี้ ใช้ความรักที่ได้รับเป็นพลัง เป็นแรงหนุนให้กล้าทำในสิ่งไม่เคยกล้า ผลัดกันเป็นลมใต้ปีก โอบอุ้มกันไปสู่สิ่งที่ใฝ่ฝัน

 

        นักดนตรีหนุ่มและสาวขายดอกไม้คือโซลเมตสำหรับฉัน

        เกล็นและมาร์เกตา ก็ใช่

        เพียงแต่สองคนมีเวลาแก่กันเท่านั้น จากกันด้วยสำเร็จเสร็จสิ้นในจุดมุ่งหมายสูงสุดที่มีต่อกัน บางความสัมพันธ์นั้นแสนสั้น แต่กลับมากด้วยความหมาย

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ตินกานต์

ผู้เขียน ‘ดอก รัก’ หนังสือรวมเรื่องสั้น ที่ว่าด้วยผู้หญิง ความรัก และดอกไม้ สำนักพิมพ์ a book Publishing