I Won’t Give Up: ขอแค่เพียงไม่ยอมแพ้ ชีวิตจะมอบบทเรียนและความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้เสมอ

ในช่วงฤดูร้อนปี 2010 เจสัน มราซ (Jason Mraz) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เดินทางไปยังอ่าวเม็กซิโก เพื่อร่วมกิจกรรมทำความสะอาด Deepwater Horizon สถานีขุดเจาะน้ำมันขนาดมหึมา ภายหลังเกิดการระเบิดและเกิดการรั่วไหลของน้ำมันดิบปริมาณมหาศาลสู่อ่าวเม็กซิโก ต่อมา เขาเดินทางต่อสู่ประเทศกานาเพื่อร่วมต่อสู้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อปลดปล่อยการเป็นทาส ในประเด็นการค้าทาสเด็ก หลังจากนั้น เขาไปใช้เวลาที่แอนตาร์กติการ่วมกับ อัล กอร์ (Al Gore) และเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกับ National Geographic Explorer

 

I Won’t Give Up

 

        ช่วงระหว่างที่ เจสัน มราซ ไปร่วมทำกิจกรรมทางสังคมนั้น เขาได้เริ่มเขียนและอัดเพลงสำหรับอัลบั้มที่สี่ของเขาอย่าง Love is a Four Letter Word ร่วมกับโปรดิวเซอร์ โจ ชิคคาเรลลี (Joe Chiccarelli) ประสบการณ์การเดินทางช่วยหล่อหลอมความคิดในบางแง่มุมในการเขียนเพลงให้กับเขา หนึ่งในบทเพลงที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในอัลบั้มนี้คือ I Won’t Give Up เพลงอะคูสติกบัลลาดที่พูดถึงการไม่ยอมแพ้ต่อการรักใครสักคน การรักตนเอง และไม่ยอมแพ้ต่อความฝันตนเอง ซึ่งได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์ดนตรีในเชิงบวก ในฐานะที่มีความตรงไปตรงมา เต็มไปด้วยอารมณ์และสร้างแรงบันดาลใจ

        เจสัน มราซ สารภาพไว้ในการสัมภาษณ์กับทางบิลบอร์ดว่า เขาไม่ได้สนใจที่จะทำเพลงฮิตต่อจาก I’m Yours ที่โด่งดังจากอัลบั้ม We Sing. We Dance. We Steal Things (2008) แต่เขาใช้ I’m Yours เป็นเชื้อเพลิงในการเขียน I Won’t Give Up และพยายามขัดเกลาผลงานให้ไปไกลกว่าเดิม

        “ความกดดันที่ผมมีต่อตนเอง หรือสิ่งที่ผมคาดหวังว่าเพลง I Won’t Give Up จะทำได้คือการสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของผู้คน ผมต้องออกเดินทางและวางฝ่าเท้าของผมเองลงบนผืนทวีปที่แตกต่างกัน เปิดเผยตัวตนให้กับวัฒนธรรมและเหตุผลที่แตกต่างกัน นั่นเพียงผมต้องการจะรู้ว่าผมเป็นใครได้อีก… นอกเหนือจากงานดนตรี”

        เราทุกคนล้วนมีเรื่องที่ต้องต่อสู้และพยายามเพื่อที่จะได้สิ่งนั้นมา ไม่ว่าเพื่อชัยชนะในการแข่งขัน หรือแค่การพยายามงดอาหารบางประเภทเพื่อลดน้ำหนัก จะเป็นสิ่งใดก็ตาม ไม่มีอะไรที่เล็กเกินกว่าจะต่อสู้เพื่อให้ได้มา ทุกความพยายามที่จะไม่ยอมแพ้ล้วนมีค่า และเปลี่ยนเราไปจากเดิมเสมอ

 

 

When I look into your eyes

It’s like watching the night sky or a beautiful sunrise

There’s so much they hold and just like them old stars

I see that you’ve come so far to be right where you are

How old is your soul?

‘เมื่อฉันมองเข้าไปในดวงตาของคุณ คล้ายดั่งกำลังมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนหรือรุ่งอรุณอันงดงาม มีอะไรมากมายที่ซ่อนอยู่เหมือนกับดวงดาวเหล่านั้น ฉันรู้ว่าคุณรอนแรมมาไกลเพื่อที่จะได้มายังที่ที่คุณควรอยู่ จิตวิญญาณของคุณผ่านอะไรมามากมายแค่ไหนกัน?’

 

        ชีวิตของเราก็คล้ายแสงของดวงดาราบนฟากฟ้า ที่เดินทางผ่านกาลเวลามานับพันปีก่อนจะตกกระทบมาถึงดวงตาของเรา แสงดวงดาวเหล่านั้นเป็นจุดสะท้อนประสบการณ์ของการเดินทางอันยาวนานที่ยากจะจินตนาการทั้งหลาย ช่วงชีวิตของคนเราที่ถูกสั่งสมผ่านประสบการณ์มากมาย ช่วยมอบปัญญาให้กับเรา และเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราอยู่ ณ ปัจจุบันนี้

 

I won’t give up on us even if the skies get rough

I’m giving you all my love

I’m still looking up

‘ฉันจะไม่ยอมแพ้ในเรื่องของเรา ถึงแม้ท้องฟ้าจะไม่เป็นใจก็ตาม ฉันจะมอบความรักทั้งหมดที่ฉันมีให้คุณ ฉันยังคงเฝ้ามองไปที่คุณอยู่’

 

        ในยามที่ท้องฟ้ามืดหม่น ดูเหมือนพายุกำลังก่อตัวและเตรียมพัดมาในไม่ช้า ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะวิ่งหาที่หลบฝน แต่อย่างไรก็ตาม ในบริบทของความสัมพันธ์ เจสันเลือกที่จะตอกย้ำความภักดีของเขาในยามที่พายุพัดผ่านหรือความลำบากมาเยือน มากกว่าที่จะดิ้นรนวิ่งหนีอันตรายนั้น เขายังคงมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้

        เช่นกันกับทุกคน ในยามที่ความสัมพันธ์ไม่เป็นใจ บททดสอบของการฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความจริงใจที่มีต่อกันได้

 

And when you’re needing your space to do some navigating

I’ll be here patiently waiting to see what you find

‘และเมื่อเธอต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อค้นหาเส้นทางเดินต่อ ฉันจะอยู่ตรงนี้ อดทนรอคอยเพื่อรอดูสิ่งที่เธอได้ค้นพบ’

 

        แน่นอนว่าความสัมพันธ์อาจไม่ใช่เรื่องของการเคียงคู่ชิดใกล้ตลอดเวลา มีสุภาษิตโบราณที่บอกว่า ‘วิหารจะยังคงตั้งอยู่ได้ ก็ต่อเมื่อเสาสองต้นอยู่ห่างกัน’ เพราะหากเสาสองต้นอยู่ชิดกัน คงไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของตัววิหารได้อย่างแน่นอน แต่หากเสาสองต้นต่างตั้งอยู่โดยมีระยะห่างที่พอเหมาะพอดีก็จะสามารถช่วยแบ่งเบาน้ำหนักของวิหารได้อย่างมั่นคง

        เปรียบเสมือนในความสัมพันธ์ที่ควรจะมีช่องว่างหรือพื้นที่ให้สำหรับกันและกันบ้าง บางทีการเฝ้ามองการเติบโตผ่านความรัก ความห่วงใย น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าการพยายามเข้าไปจัดการชีวิตของอีกฝ่ายจนอาจกลายเป็นความเกินพอดี

 

’Cause even the stars they burn some even fall to the earth

We’ve got a lot to learn

God knows we’re worth it

No, I won’t give up

‘เพราะถึงแม้ดวงดาวจะมอดไหม้ บ้างก็ตกลงมาบนโลก เรายังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย พระผู้เป็นเจ้ารู้ว่าทุกอย่างจะคุ้มค่า ไม่, ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้’     

 

        ดวงดาวเปรียบเสมือนความสูงส่งที่มาจากสรวงสวรรค์เคียงข้างเทพเจ้า แต่เช่นกันกับทุกสรรพสิ่ง ในที่สุดดวงดาวก็จะมอดไหม้สลายหายไป บางดวงก็ร่วงตกลงบนพื้นโลกเหมือนอุกกาบาต อย่างไรก็ตาม เศษอุกกาบาตนั้นก็ยังมีสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ ไม่มีสิ่งใดสูญสลายไปอย่างไร้ค่า ในความสัมพันธ์ก็เช่นกัน แม้ในบางครั้งมันอาจจบลง แต่ก็ยังมีบทเรียนแง่งามให้เราเรียนรู้ได้เสมอ

 

 

I don’t wanna be someone who walks away so easily

I’m here to stay and make the difference that I can make

Our differences they do a lot to teach us how to use the tools and gifts we got yeah, we got a lot at stake

And in the end, you’re still my friend at least we did intend for us to work we didn’t break, we didn’t burn

We had to learn how to bend without the world caving in

I had to learn what I’ve got, and what I’m not and who I am

‘ฉันไม่อยากเป็นคนที่เดินหนีไปอย่างง่ายดาย ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อสร้างความแตกต่างที่ฉันสามารถทำได้ ความแตกต่างช่วยสอนอะไรมากมายให้เราได้เรียนรู้ เครื่องมือและพรสวรรค์ที่เรามี เดิมพันที่มากมาย บั้นปลายท้ายสุด เธอยังคงเป็นเพื่อนของฉัน อย่างน้อยเราตั้งใจทำดีที่สุดแล้ว เพื่อที่เรายังคงไปด้วยกันได้และจะไม่แตกหักจากกันไป เราต้องเรียนรู้วิธีปรับตัวเข้ากับโลกที่ยังไม่ล่มสลาย ฉันต้องเรียนรู้ว่าอะไรที่ฉันมี อะไรที่ฉันไม่มีและฉันเป็นใครกันแน่’

 

        ไม่ต่างกับทุกความสัมพันธ์บนโลกใบนี้ที่ล้วนมีความแตกต่างไม่มากก็น้อยอยู่เสมอ แต่ความแตกต่างเหล่านั้นคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยบ่งบอกว่าใครเป็นใคร ความรักที่แท้จริงสามารถใช้ความแตกต่างเหล่านั้นเป็นเครื่องมือที่จะก้าวข้ามอุปสรรคและความท้าทายทั้งหลายได้

        บั้นปลายท้ายที่สุด ถึงแม้บทสรุปของความสัมพันธ์อาจไม่เป็นไปดั่งฝัน แต่การพยายามและไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้ายอาจให้บทเรียนที่แท้จริงกับความผิดหวังนั้นได้มากกว่าการยอมแพ้อย่างง่ายดายและมีเพียงผลลัพธ์ที่คลุมเครือให้เราได้เรียนรู้

        แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน การพยายามจนถึงที่สุดไม่เคยมอบสิ่งที่ว่างเปล่าให้เรา บทเรียนสำคัญมีไว้สำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เท่านั้น แม้ว่าบางครั้งเราไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว แต่บางทีผลลัพธ์อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ความเจ็บปวด ความพ่ายแพ้ อาจเป็นยาดีที่สอนให้เราเติบโตได้มากกว่าความสำเร็จก็ได้

        การพยายามจนถึงที่สุดอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ของความเปลี่ยนแปลงที่ดีหรือยิ่งใหญ่ที่สุด แต่อย่างน้อยการล้มนั้นก็ทำให้เราไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป

        …ขอ (จง) อย่ายอมแพ้

 


Recommended Tracks

01 Track: Make It Mine Album: We Sing. We Dance. We Steal Things Released: 2008

02 Track: The World As I See It Album: Love Is a Four Letter Word Released: 2012

03 Track: Hello, You Beautiful Thing Album: Yes! Released: 2014