Photograph: ทุกห้วงความทรงจำจะยังคงมีชีวิตอยู่ในภาพถ่ายใบเดิมใบนั้นตลอดกาล

เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ที่แฟนเพลงชาวไทยเริ่มคุ้นชื่อศิลปินมาดเซอร์มากความสามารถนี้ ตั้งแต่ปี 2011 กับอัลบั้ม + (Plus) ก่อนที่จะมาโด่งดังกับอัลบั้มที่สอง x (multiply) โดยเฉพาะเพลงสุดซึ้งอย่าง Thinking Out Loud ที่กลายเป็นแทร็กประจำตัวของเอ็ด และยังได้รับความนิยมมาจนถึงตอนนี้ รวมไปถึงอัลบั้มอื่นๆ ที่ผลักให้เอ็ดได้แสดงพรสวรรค์อันเฉิดฉายกลายเป็นศิลปินยอดนิยมคนหนึ่งของโลกดนตรีปัจจุบัน

        ในอัลบั้มที่สองนี้ยังมีอีกแทร็กหนึ่งที่สะท้อนบุคลิก ความคิด และชีวิต ในมุมมองของเอ็ดได้เป็นอย่างดี (ก่อนที่เราจะเห็นการแต่งเนื้อเพลงและการเรียบเรียงเพลงแสนอบอุ่นแบบนี้อีกมากมายในอัลบั้มต่อๆ มา) เพลงที่ว่าคือ Photograph ที่เอ็ดเขียนกับ จอห์นนี แมคเดด (Johnny McDaid) สมาชิกวง Snow Petrol ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกมากมาย ติดหนึ่งในอันดับที่ห้าของชาร์ตในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรีย แคนาดา เป็นต้น ส่วนในสหราชอาณาจักรก็มียอดขายเป็นอันดับที่ 15 โดยมียอดรวมถึง 600,000 ก๊อบปี้ เลยทีเดียว

 

photograph

 

        ในแง่ของเนื้อเพลง เอ็ดพยายามสื่อถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่ต้องห่างไกล แต่ยังคงเก็บความรู้สึกดีๆ ของกันและกันไว้ผ่านภาพถ่าย และรอคอยวันที่จะกลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ของเอ็ดที่ต้องอยู่ไกลจากนีนา เนสบิตต์ (Nina Nesbitt) นักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรีชาวสกอต ซึ่งเป็นคนรักในขณะนั้นของเขา ช่วงที่เขาต้องไปทัวร์คอนเสิร์ต

        พูดถึงภาพถ่าย เราทุกคนย่อมมีภาพแห่งความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ สถานที่ หรือผู้คน ที่ทำให้เราหวนคิดถึงห้วงเหตุการณ์เหล่านั้นเสมอในยามที่ได้กลับไปดู ราวกับมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจากในวันวาน บ้างอาจเป็นภาพความไร้เดียงสาในวัยเยาว์ บ้างอาจเป็นความทรงจำห่ามๆ กับเพื่อน บ้างอาจเป็นภาพของบุคคลอันเป็นที่รัก หรือใครบางคนที่เราอยากลืม ทุกเหตุการณ์ล้วนบรรจุอยู่ในรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือคราบน้ำตา ที่ปรากฏในภาพนั้น และเป็นเครื่องยืนยันว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง และไม่ว่าผ่านมานานเท่าไหร่ ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่เคยจางหายไปไหน

 

 

Loving can hurt, loving can hurt sometimes

But it’s the only thing that I know

When it gets hard, you know it can get hard sometimes

It is the only thing makes us feel alive.

‘ความรักสามารถเป็นความเจ็บปวดได้ในบางครา แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่เรารับรู้ เมื่อทุกอย่างเริ่มดูยากลำบาก คุณก็รู้ว่าสามารถเป็นเช่นนั้นได้ในบางครา แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกถึงการมีชีวิต’

 

        ความรักเป็นเรื่องซับซ้อน บางครั้งเรามองความรักคือภาพแทนของความสุข แต่ในความเป็นจริงความรักเป็นเรื่องของ ‘ความจริง’ และความจริงนั้นหมายรวมทั้ง ‘ความสุข’ และ ‘ความทุกข์’ ไว้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้เนื้อเพลงท่อนแรกจะบอกว่ารักคือความเจ็บปวด แต่การที่เนื้อเพลงเล่าต่อไปว่า ‘มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกถึงการมีชีวิต’ นั่นหมายถึงว่า ทุกความเจ็บปวดนั้น คุ้มค่าที่จะต้องผ่าน

 

We keep this love in a photograph

We made these memories for ourselves

Where our eyes are never closing

Hearts are never broken

And time’s forever frozen still

‘เราล้วนเก็บความรักไว้ในภาพถ่าย เราสร้างความทรงจำเหล่านั้นเพื่อเราเอง ในที่ที่ดวงตาของเราไม่เคยหลับใหล หัวใจไม่เคยแหลกสลาย และห้วงเวลาที่คล้ายกับถูกแช่แข็งอยู่ชั่วนิรันดร์ไว้ ณ ขณะนั้น’

 

        ภาพถ่ายไม่เคยโกหก เพราะมันจับภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ ด้วยความสัตย์จริง ไม่ว่าในช่วงเวลานั้นคุณจะอยู่ในห้วงรัก โศกเศร้า เหงา หรืออะไรก็ตาม และถึงแม้เวลาล่วงผ่าน กาลเวลาได้ซ่อมแซมเยียวยาจิตใจคุณขึ้นใหม่อย่างไรก็ตาม แต่ทุกครั้งที่คุณได้กลับไปดูภาพถ่ายใบนั้น ความทรงจำในวันวานก็จะผุดขึ้นมาเพื่อยืนยันและย้ำเตือนความรู้สึกในวันนั้นเสมอ

        ในห้วงเวลาที่เอ็ดเขียนเพลงนี้ เขาเขียนด้วยความรัก ดังนั้น ภาพถ่ายในความหมายของเขาจึงเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อคนรักของเขาอย่างไม่เคยแปรเปลี่ยนยามห่างไกล และมันย้ำเตือนในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอทุกครั้งที่ได้เห็นภาพ

 

So you can keep me inside the pocket of your ripped jeans

Holding me closer ’til our eyes meet

You won’t ever be alone, wait for me to come home

‘คุณสามารถเก็บฉันไว้ในกระเป๋าของกางเกงยีนส์ขาดๆ ของคุณได้ เก็บฉันไว้ใกล้ๆ คุณ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง คุณไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวหรอก รอคอยฉันกลับบ้านก่อนนะ’

 

        ในความสัมพันธ์ที่ต้องห่างไกล การมีภาพถ่ายของกันและกันเก็บไว้น่าจะเป็นความอบอุ่นใจ และเป็นเครื่องย้ำเตือนในความรักและความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าภาพนั้นจะถูกเซฟอยู่ในคลังรูปของโทรศัพท์มือถือ หรือภาพถ่ายใบเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเงินก็ตาม และทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้รอคอยอย่างโดดเดี่ยว แต่ยังมีอีกคนที่รอการกลับมาของเราเช่นเดียวกัน

 

 

Loving can heal, loving can mend your soul

And it’s the only thing that I know, know

I swear it will get easier

Remember that with every piece of you

And it’s the only thing we take with us when we die

‘ความรักสามารถเยียวยา ความรักสามารถซ่อมแซมจิตวิญญาณของคุณ มันก็เป็นสิ่งเดียวที่เรารับรู้ ฉันสาบานเลยว่ามันจะง่ายดายขึ้น จดจำทุกชิ้นส่วนในความเป็นคุณไว้ มันเป็นสิ่งเดียวที่จะอยู่กับเราไปจนกระทั่งวันสุดท้าย’

 

        ตรงข้ามกับเนื้อเพลงในท่อนแรก ความรักสามารถเป็นเรื่องเจ็บปวดแต่มันก็สามารถซ่อมแซมเยียวยาหัวใจและจิตวิญญาณอันบอบช้ำของคุณได้เช่นกัน และเมื่อความเจ็บปวดได้พ้นผ่านไปแล้ว ประสบการณ์ล้วนสอนให้เราแข็งแกร่งขึ้น สามารถรับมือกับความเจ็บปวดในครั้งถัดไปอย่างมีสติมากขึ้น และสิ่งเหล่านั้นแหละ จะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเติบโตของคุณ และมันจะอยู่กับคุณไปกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต

 

So you can keep me inside the pocket of your ripped jeans

Holding me closer ’til our eyes meet

You won’t ever be alone

And if you hurt me, that’s okay baby

Only words bleed inside these pages

You just hold me

And I won’t ever let you go

Wait for me to come home

‘คุณสามารถเก็บฉันไว้ในกระเป๋าของกางเกงยีนส์ขาดๆ ของคุณได้ เก็บฉันไว้ใกล้ๆ คุณ จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง คุณไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวหรอก และถึงคุณทำฉันเจ็บก็ไม่เป็นไรหรอกนะ มันเป็นแค่คำพูดเท่านั้นแหละ ความจริงในภาพนั้นคุณก็ยังกอดฉันไว้อยู่ และฉันจะไม่มีวันปล่อยคุณไปแน่ รอคอยฉันกลับบ้านก่อนนะ’

 

        ในท่อนนี้อาจเปรียบเปรยความเจ็บปวดเป็นเหมือนความสัมพันธ์ที่สิ้นสุดลงก็ได้ แต่ถึงแม้ในความเป็นจริงความสัมพันธ์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่ภาพถ่ายเหล่านั้นกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง มันยังย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีความสุขต่อกัน ในภาพถ่ายนั้น เรายังคงกอดกันไว้และไม่ปล่อยกันไปไหน

        บางทีภาพถ่ายอาจบอกเป็นนัยว่ายังรอคอยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้หวนกลับมาอีกครั้งก็เป็นได้ ถึงแม้ในความเป็นจริงจะแสนยากเย็นก็ตาม และไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม

 

Oh you can fit me inside the necklace you got when you were sixteen

Next to your heartbeat where I should be

Keep it deep within your soul

And if you hurt me, that’s okay baby

Only words bleed inside these pages

You just hold me

And I won’t ever let you go

‘คุณจะยังเก็บฉันไว้ในสร้อยคอที่คุณได้รับมาตอนอายุ 16 ก็ได้นะ ใกล้ๆ กับดวงใจของคุณนั่นแหละคือที่ที่ฉันควรอยู่ เก็บไว้ให้ลึกลงไปในจิตวิญญาณของคุณเลย และถึงคุณทำฉันเจ็บก็ไม่เป็นไรหรอกนะ มันเป็นแค่คำพูดเท่านั้นแหละ ความจริงในภาพนั้นคุณก็ยังกอดฉันไว้อยู่ และฉันจะไม่มีวันปล่อยคุณไปแน่ รอคอยฉันกลับบ้านก่อนนะ’

 

        บางครั้งอาจไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่สิ่งของที่เราเคยให้กันและกันไว้ก็สามารถเป็นเครื่องบรรจุความทรงจำอันเอ่อล้นในวันวานได้เช่นกัน ทั้งสองสิ่งทำหน้าที่คล้ายกัน ภาพถ่ายอาจยืนยันเหตุการณ์ผ่านสิ่งที่ปรากฏอยู่บนแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่สิ่งของอาจเสริมจินตนาการของความทรงจำให้ฟุ้งทุกครั้งที่ได้สัมผัส

        และแน่นอนว่าทั้งสองสิ่งก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสุขในวันวานที่เคยมีต่อกันไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน (แม้ในวันที่ความพันธ์สะบั้นลง และมันกลายเป็นของดูต่างหน้าก็ตาม)

 

When I’m away, I will remember how you kissed me under the lamppost back on Sixth street

Hearing you whisper through the phone

Wait for me to come home

‘เมื่อฉันไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ฉันจะจดจำรสจูบของคุณที่ใต้เสาไฟบนถนนสาย 6 นั้นไว้ เงี่ยหูฟังเสียงกระซิบของคุณผ่านโทรศัพท์ ว่ารอคอยให้ฉันกลับไปยังบ้าน’

 

        มีเกร็ดเล่าว่า Sixth street หรือถนนสายที่ 6 ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า 6th Avenue ในเนื้อเพลงนั้น ตั้งอยู่ในเดนเวอร์ (Denver) และมีความพิเศษสำหรับเอ็ด เพราะเขาเขียนเพลงนี้เสร็จขณะที่อยู่ที่นั่น นอกจากนั้นเขายังสักตัวหนังสือ 6TH ไว้ที่แขนข้างซ้ายของเขาด้วย ซึ่งก็น่าจะบ่งบอกความสำคัญระหว่างเขากับบทเพลง Photograph นี้ได้เป็นอย่างดี

        อย่างที่เล่าไปตั้งแต่ต้นว่าเอ็ดเขียนบทเพลงนี้ให้กับความสัมพันธ์ระยะไกลระหว่างเขากับนีนาคนรักของเขาในช่วงที่เอ็ดต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตเป็นเวลา 5 เดือน ในปี 2012 น่าเสียดายที่สุดท้ายทั้งคู่ต้องเลิกรากันไปในปี 2013 แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะจบลง แต่ความรักของพวกเขาจะยังคงอยู่ในภาพถ่ายเสมอ เหมือนที่เนื้อเพลงบอกไว้ว่า ‘We keep this love in a photograph’

        เช่นกันกับทุกคน ถึงแม้กาลเวลาจะพาให้เรื่องราวในอดีตกลายเป็นสีซีดจางไปบ้าง หรือทำให้ภาพเหตุการณ์เลือนรางห่างไกลราวกับไม่แน่ใจว่าเคยเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า

        แต่ในทุกครั้งที่เราได้ย้อนกลับไปดูภาพถ่าย ความทรงจำต่างๆ จะยังคงมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในนั้นตลอดกาล

 


Recommended Tracks

01 Track: Lego House Album: + (plus) Released: 2011

02 Track: Perfect Album: ÷ (divide) Released: 2017

03 Track: Supermarket Flowers Album: ÷ (divide) Released: 2017