เข้าใจปัญหา ‘ผู้ลี้ภัย’ ผ่านประสบการณ์ใน Metaverse

Meta Frontier
13 Jan 2022
เรื่องโดย:

รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถ่ายทอดปัญหาสาธารณะให้ ‘กระทบใจ’ ประชาชน องค์กรไม่แสวงหากำไรจำนวนมากจึงเลือกสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย บ้างบอกเล่าผ่านบทความ บ้างถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ แต่ในวันที่ข้อมูลข่าวสารที่เราได้รับในแต่ละวันนั้นล้นหลาม คงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่คงไม่สามารถจดจ่อกับปัญหาสังคมที่หนักหน่วงซึ่งต้องแก่งแย่งชิงความสนใจกับคลิปวีดีโอเบาสมองหรือบทความที่อ่านแล้วชุ่มชื่นหัวใจ

        ทางที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจปัญหาคือ การเผชิญหน้าผ่านประสบการณ์ตรง แต่คงมีน้อยคนที่จะมีโอกาสผ่านประสบการณ์ที่สลับซับซ้อนและไกลตัวอย่าง ‘ผู้ลี้ภัย’

        นี่คือโจทย์ใหญ่ของ Friends of Refugees องค์กรการกุศลในสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโดยมอบโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และสร้างเสริมคุณภาพชีวิต องค์กรดังกล่าวอยู่รอดได้ด้วยเงินบริจาคจากสาธารณะ แต่จะทำอย่างไรให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ลี้ภัยไปถึงกลุ่มเป้าหมายในวันที่วิธีเล่าเรื่องแบบเดิมอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป

        แน่นอนครับว่าคนส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกไร้หัวใจหรือขาดแคลนมนุษยธรรม พวกเขาเพียงโดนถล่มโดยสารพัดสื่อและโฆษณาจนไม่เหลือเวลามามองปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างละเอียดลออ นอกจากนี้ ปัญหาผู้ลี้ภัยยังถูกย่นย่อเหลือเพียงตัวเลขทางสถิติไร้ชีวิต หรือเรื่องราวน่าเศร้าที่อ่านแล้วชวนให้รู้สึกหม่นมัว ทางออกที่เป็นไปได้ในปัจจุบันคือการส่งมอบ ‘ประสบการณ์’ รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงความรู้สึกของผู้รับชม ผ่านนวัตกรรมเมตาเวิร์ส โลกเสมือนจริงที่ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเรื่องราวตรงหน้าไปแบบ 360 องศา และไม่มีสิ่งเร้าอื่นๆ ดึงดูดสายตาหรือความสนใจ

ออกแบบประสบการณ์ ‘ผู้ลี้ภัย’

        ในปี พ.ศ. 2561 Friends of Refugees สมัครเข้าร่วมโครงการ Oculus VR for Good และได้จับคู่กับ Céline Tricart ผู้กำกับ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Metaverse และผู้ก่อตั้ง Lucid Dreams Productions เธอคือเจ้าของผลงาน ‘The Sun Ladies’ ประสบการณ์เสมือนจริงที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานแห่งอิรักที่หลบหนีจากการรุกรานของกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอซิส

        เธอเริ่มทำความเข้าใจปัญหาของผู้ลี้ภัยด้วยการเข้าเวิร์กช็อปสำหรับอาสาสมัครของ Friends of Refugees ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจปัญหาตัวตนที่พังทลายของผู้คนที่ถูกบังคับให้อพยพย้ายถิ่นฐาน ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปจะได้รับกระดาษสีสามแผ่นเป็นตัวแทนคนรักและครอบครัว กิจกรรมในชีวิตประจำวัน และทรัพย์สมบัติ กระดาษสีเหล่านี้จะถูกช่วงชิงไปโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อผู้ลี้ภัยต้องเข้ากระบวนการต่างๆ ตั้งแต่จุดคัดกรอง ด่านตรวจคนเข้าเมือง และค่ายสำหรับผู้ลี้ภัย  

        นี่คือพื้นฐานแนวคิดในการสร้างประสบการณ์ในโลกเสมือนของ Tricart ที่มีเป้าหมายในการถ่ายทอดความรู้สึกสูญเสียทั้งสามสิ่งในรูปแบบที่จับต้องได้ แต่เธอก็ยังมีอีกความท้าทาย คือเรื่องราวทั้งหมดจะต้องถูกบีบอัดอยู่ในกรอบเวลาประมาณ 20 นาที

        ทั้ง Tricart และ Friends of Refugees ต่างต้องการหลีกเลี่ยงวิธีนำเสนอประสบการณ์เสมือนจริงผ่านการเล่าเรื่องค่ายผู้ลี้ภัยแบบตรงไปตรงมา ผลลัพธ์ที่ได้คือ การสร้างสรรค์เรื่องราวขึ้นมาใหม่ในโลกแฟนตาซี พร้อมเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับเนื้อเรื่องโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการใช้อุปกรณ์อย่าง Oculus มาก่อนเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

        เธอรวบรวมทีมงานกว่า 57 ชีวิตเพื่อสร้างโลกแฟนตาซี ในระหว่างนั้น Tricart เดินทางไปยังประเทศอิรักเพื่อรวบรวมภาพถ่ายกว่า 1,000 ใบในสถานที่ต่างๆ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นบทสรุปของเนื้อเรื่อง โดยภาพเหล่านั้นถูกประมวลผลให้กลายเป็นภาพสามมิติสมจริงด้วยฝีมือของบริษัทสัญชาติเยอรมัน Realities.io 

        ภาพนั้นคือสภาพภายในบ้านที่ว่างเปล่าท่ามกลางซากปรักหักพังใจกลางเมือง นี่คือฉากสุดท้ายที่ทำให้ผมลืมไม่ลง

เรื่องเล่าใน The Key

        ผมลืมตาขึ้นมาในโลกเสมือนจริง ท้องฟ้าแต้มระบายด้วยสีน้ำเทาทะมึน รอบตัวมีแต่ความว่างเปล่า มองไปไกลๆ เห็นเพียงเงาดำวูบไหวคล้ายกับความทรงจำที่เลือนราง ไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงแนะนำตัวเองว่าชื่อแอนนา เธอเล่าว่าเธอสูญเสียความทรงจำและจมดิ่งอยู่ในความฝันแปลกประหลาด แต่น่าแปลกที่ในความฝันทุกครั้งเธอจะพบ ‘กุญแจ’ ดอกหนึ่งอยู่เสมอ

        ไม่นานกุญแจดอกนั้นก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า แอนนาบอกให้ผมคว้ามันเอาไว้ เธอพาผมจมดิ่งไปในความทรงจำสู่ห้องสีขาวดำห้องหนึ่งซึ่งเธอเรียกว่า ‘บ้านก้อนเมฆ’ ก่อนจะแนะนำให้รู้จักลูกแก้ววิเศษสามสีซึ่งเป็นเพื่อนของเธอ ลูกแก้วทั้งสามมีอุปนิสัยแตกต่างกัน บ้างขี้เล่น บ้างก็ขี้อ้อน หลังจากผมสัมผัสมันไม่นาน รอบตัวก็เปลี่ยนเป็นสีสันสดใส ความทรงจำของแอนนากำลังค่อยๆ ฟื้นกลับคืนมา แต่แล้วบ้านทั้งหลังก็สั่นคลอนเพราะพายุลูกใหญ่ที่ปรากฏขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว สองมือของผมคว้าลูกแก้วไว้ได้เพียงสองลูกและต้องจำใจมองลูกแก้วลูกหนึ่งหายลับไปกับตา

        ผมเดินทางอย่างไร้จุดหมายก่อนที่เพื่อนที่เหลืออยู่ทั้งสองจะถูกช่วงชิงไป โลกทั้งใบกลับมาเป็นสีเทาดำอีกครั้ง เบื้องหน้าคือแถวของมนุษย์ไร้ใบหน้าที่ยืดยาวราวกับไร้ที่สิ้นสุด ผมไม่เหลือเพื่อน ไม่เหลือใคร และไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างอิสระ ต้องต่อแถวที่ขยับอย่างเชื่องช้าเพื่อเจอกับนายด่านไร้หัวใจที่ขับไล่อย่างไม่ไยดี

        เมื่อไม่มีทางเลือก ผมและเพื่อนหลายคนจึงต้องหันหน้าสู่ทะเล ผมคว้าโอกาสสุดท้ายเอาไว้พร้อมกับรูกุญแจที่ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า แอนนาบอกให้ผมนำกุญแจที่เธอมอบให้เพื่อไขความทรงจำนั้นออกมา กุญแจนั้นพาผมย้อนกลับไปที่บ้านบนก้อนเมฆอีกครั้ง แต่หลังจากกระพริบตาสองสามครั้ง ภาพบ้านในฝันก็แปลงสภาพเป็นบ้านที่ว่างเปล่าท่ามกลางซากปรักหักพังใจกลางเมือง พร้อมกับคำบอกเล่าที่ว่า

        “ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ยังคงพกกุญแจบ้านในประเทศที่พวกเขาและเธอจากมาอยู่กับตัวเสมอ มันคือวัตถุที่มีคุณค่าทางความรู้สึกที่ชวนให้นึกถึงวันเวลาในอดีต พวกเขาจะเก็บกุญแจเหล่านั้นเอาไว้ทั้งๆ ที่รู้ว่าแทบไม่มีโอกาสได้กลับไปอีกแล้ว”

        ผมอดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม นี่คือประสบการณ์ที่พาเราไปร่วมสัมผัสความเจ็บปวดจากการสูญเสียของแอนนาและผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ภายในเวลาเพียง 20 นาที เป็นการสื่อสารอย่างทรงพลังที่สื่ออื่นไม่มีทางเทียบได้

        แอพพลิเคชันดังกล่าวชื่อว่า The Key ซึ่งเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์ทริเบก้า (Tribeca Film Festival) ประจำปี พ.ศ. 2562 พร้อมกับรางวัล Storyscapes Award จากการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเล่าเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากนั้นในปีเดียวกัน ผลงานชิ้นดังกล่าวก็ได้รางวัลผลงานโลกเสมือนจริงยอดเยี่ยม (Grand Jury Prize for Best Immersive VR Work) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส

        ความสำเร็จในการสื่อสารยังสะท้อนผ่านยอดระดมทุนของ Friends of Refugees ที่เพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งยอดคนเข้าชมเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียขององค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากที่ The Key ได้รับรางวัลอีกด้วย

        เมตาเวิร์สจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าจับตาในการสื่อสารประเด็นสังคมให้กระทบใจ นี่คือความเป็นไปได้ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่อาจปรับใช้เพื่อปรุงเรื่องราวที่ซับซ้อนยุ่งยากให้กลมกล่อมและเข้าถึงสาธารณชน


*สำหรับที่ใครอยากลองเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใน The Key สามารถดาวน์โหลดผ่านแพลตฟอร์ม Oculus ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

เอกสารประกอบการเขียน

A Virtual Reality Experience for Refugee Awareness

How Tribeca’s VR award winner The Key made magic out of metaphor

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

นักเรียนรู้ตลอดชีวิต นักนิยมธรรมชาติ นักบัญชีที่ชอบเขียนหนังสือมากกว่าเดบิตเครดิต ผู้หลงรักโลกออนไลน์เป็นชีวิตจิตใจ และมีชีวิตในฝันคือการอาศัยในโลกเมตาเวิร์ส

ภาพโดย

ภัทร สุวรรณรงค์

วาดภาพประกอบ ทำงานสามมิติหาเลี้ยงชีพ ชอบนั่งอ่านวรรณกรรมเพื่อใช้งานสมอง กับออกไปเล่นสเกตบอร์ดใต้สะพาน และแก่นแท้ของศิลปะคือ 'เงิน'