Aruna สตาร์ทอัพ e-Commerce อาหารทะเลจากอินโดนีเซีย ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินหลักหมื่นต้นๆ จนกลายเป็นบริษัทพันล้าน กับภารกิจส่งเสริมชาวประมงให้จับปลาแบบยั่งยืน

Modern Business Stories
20 Jul 2022
เรื่องโดย:

โสภณ ศุภมั่งมี

อูทาริ อ็อคทาเวียนที (Utari Octavianty) มักถูกมองข้ามโดยคนอื่นๆ มาโดยตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อาจจะด้วยความที่เกิดเป็นผู้หญิงในประเทศที่ความเท่าเทียมทางเพศยังถือว่าเป็นปัญหาใหญ่อย่างอินโดนีเซีย (ในการจัดอันดับของ World Economic Forum’s Global Gender Gap 2021 พบว่าอินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 101 จากทั้งหมด 156 ประเทศ) หรือบางทีอาจเพราะถิ่นกำเนิดของเธอที่มาจากชนบทของหมู่บ้านชาวประมงกัมปุงบาห์รู (Kampung Bahru) ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองกาลิมันตัน (Kalimantan) ที่ประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำ

        ถ้าเราจะเรียกเธอว่า ‘ม้านอกสายตา’ หรือ ‘Underdog’ ก็คงไม่ผิดนัก

        “ถ้าคุณมาจากหมู่บ้านประมง คุณไม่มีทางชนะหรอก” อูทาริกล่าวถึงประโยคที่คนทั่วไปมักพูดเสมอในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ CNBC เธอเล่าว่าตัวเอง ‘โชคดี’ ที่พ่อแม่ตัดสินใจส่งไปเรียนมัธยมต้นในตัวเมือง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับเด็กบ้านนอกเมื่อเข้าไปอยู่ในเมือง พื้นเพที่แตกต่างและช่องว่างทางสังคมระหว่างเธอกับเพื่อน ๆ ในห้อง กลายเป็นประเด็นที่ทำให้เธอโดนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ “ฉันโดนแกล้งเสมอเพราะมาจากหมู่บ้านชายทะเล ฉันไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้รับการศึกษาที่ดีและครอบครัวไม่ได้เผชิญกับความยากจน”

        ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเชื้อเพลิงในใจให้อูทาริลุกขึ้นมาสร้างความแตกต่าง เธอตั้งปณิธานชีวิตไว้เลยว่าวันหนึ่งจะทำให้ทุกคนรู้ว่าบ้านเกิดของเธอนั้นมีอะไรอีกมากมาย ไม่ใช่แค่เมืองชาวประมงที่ยากจนเหมือนที่ทุกคนคิดเท่านั้น

        “ตอนนั้นฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำยังไงให้ไปถึงตรงนั้นได้ แค่เขียนในไดอารีของตัวเองเท่านั้น”

        ในวันนี้ดูเหมือนว่าความตั้งใจของเธอใกล้จะเป็นความจริงแล้ว ด้วยวัย 28 ปี อูทาริได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Aruna สตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซแบบ end-to-end ด้านการประมงของอินโดนีเซียที่เชื่อมชาวประมงเข้ากับเครือข่ายของลูกค้าทั่วโลก ถึงตอนนี้ได้ระดมทุนรอบซีรีส์ A ไปแล้วกว่า 65 ล้านเหรียญฯ ซึ่งถือว่าเป็นสตาร์ทอัพของอินโดนีเซียที่ได้รับเงินในรอบนี้มากที่สุดก็ว่าได้ 

ภาพ: https://aruna.id/

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ

        เส้นทางของการเป็นผู้ประกอบการของอูทาริเริ่มขึ้นในปี 2015 ระหว่างที่เธอกำลังเรียนปริญญาตรีด้านเทคโนโลยีปีสุดท้ายที่เมืองบันดุง (Bandung) ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดและหาอาหารทะเลกินได้ยาก ไอเดียของสตาร์ทอัพเกิดขึ้นในวันหนึ่งที่เกิดความอยากกินอาหารทะเลขึ้นมา

        “มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะหาอาหารทะเลดีๆ ที่บ้านเรากินอาหารทะเลทุกวัน แต่จู่ๆ ก็ไม่มีให้กินเลย ฉันเลยคิดว่ามันจะเยี่ยมขนาดไหนนะถ้าเราสามารถซื้ออาหารทะเลได้โดยตรงจากชาวประมงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชายทะเล”

        เธอเริ่มแชร์ไอเดียให้กับ ฟารีด นาอูฟัล อัสลาม (Farid Naufal Aslam) และ อินดราคา ฟาดท์ลิลลาห์ (Indraka Fadhlillah) เพื่อนร่วมชั้นเรียนว่าเธออยากทำอะไร พวกเขาตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยตั้งเป้าเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าทั่วประเทศที่อยากกินอาหารทะเลแต่หาไม่ได้อย่างอูทาริในวันนั้น แล้วเชื่อมเว็บไซต์กับคนขายที่เป็นชาวประมงโดยตรง ด้วยวัย 21 ปีในตอนนั้น เธอกับเพื่อนๆ ตัดสินใจนำไอเดียนี้เข้าประกวดในโครงการ ‘Hackathon Merdeka’ เพื่อจะหาเงินมาเป็นทุนตั้งตน ไอเดียของพวกเขาชนะและนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Aruna

        แต่สิ่งที่พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อคือความสนใจในตัว Aruna หลังจากที่เว็บไซต์เปิดตัวออกไป อูทาริเล่าว่า

        “เราได้รับความสนใจจากลูกค้าที่จะสั่งอาหารทะเลมากกว่า 1,000 ตัน ทั้งจากร้านอาหารและบริษัทนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งต้องการอาหารทะเลอยู่ตลอดเวลา”

        ทั้งสามคนรีบกลับมาทำงานทันทีด้วย MacBook สองเครื่องที่ได้รับเป็นของรางวัลจากการแข่งขัน จ้างฟรีแลนซ์มาออกแบบเว็บไซต์แล้วก็ลงมือสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยเงินเริ่มต้นเพียงแค่ $700 (ประมาณ 25,000 บาท) ที่เป็นรางวัลจากการแข่งขันเท่านั้น

        แม้จะเป็นเงินไม่มาก (ถือว่าน้อยเลยแหละ) แต่พวกเขาก็ใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพมากทีเดียว หลังจากสร้างเว็บไซต์ต้นแบบเรียบร้อยก็ไปเริ่มต้นทดสอบระบบที่เมืองบาลิกปาปัน (Balikpapan) เมืองท่าแห่งหนึ่งของกาลิมันตันตะวันออก โดยอาศัยอยู่กับครอบครัวของชาวประมงเป็นเดือนๆ 

        หลังจากพยายามอย่างหนัก ในที่สุดช่วงสุดท้ายของการทดสอบ พวกเขาก็ได้ลูกค้าคนแรกซึ่งเป็นร้านอาหารในเมืองบันดุง และนั่นคือจังหวะที่พวกเขารู้แล้วว่าไอเดียนี้ใช้งานได้จริงๆ ไม่ใช่แค่บนกระดาษเท่านั้น

        “เราสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ”

 

                

ภาพ: https://aruna.id/

หานักลงทุนที่ใช่

        ตลอดช่วงหลายปีต่อจากนั้น Aruna ขยายออกไปยังเมืองประมงอื่นๆ ทั่วประเทศอินโดนีเซีย ยิ่งมีความต้องการอาหารทะเลมากเท่าไหร่ บริษัทของพวกเขาก็เติบโตมากขึ้นเท่านั้น แต่ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่มากกว่าการขยายธุรกิจที่อูทาริต้องเผชิญก็คือการหานักลงทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจที่มีแนวคิดเหมือนกันมากกว่า อูทาริบอกว่า

        “ที่อินโดนีเซียมีนักลงทุนเยอะมาก แต่การหานักลงทุนที่เข้าใจธุรกิจของเราไม่ใช่เรื่องง่ายเลย…นักลงทุนบางคนจะสนใจเพราะเห็นความเป็นได้ของธุรกิจที่จะขยายได้ แต่เราก็ต้องเลือกนะ เราอยากได้นักลงทุนที่ไม่ใช่อยากลงทุนเพราะความเป็นไปได้ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องสนใจเรื่องผลกระทบของมันด้วย”

        แพลตฟอร์มของพวกเขาได้ส่งออกอาหารทะเลของอินโดนีเซียไปยังเจ็ดประเทศในปี 2021 นับได้กว่า 44 ล้านกิโลกรัม แต่อูทาริบอกว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอคือการมอบโอกาสให้ชาวประมงได้เข้าถึงลูกค้าในตลาดได้โดยตรง สร้างรายได้ให้กับพวกเขาในระดับที่น่าพอใจมากขึ้นด้วย

        “เราช่วยให้ชาวประมงได้เงินมากขึ้นสองถึงสามเท่าก่อนที่จะมาขายใน Aruna”

        การที่พวกเขาเลือกนักลงทุนอย่างละเอียดยิ่งทำให้ Aruna กลายเป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย

        “เราบอกนักลงทุนทุกคนถึงความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่ แต่ในทางกลับกัน เราก็คาดหวังให้พวกเขาช่วยสร้างเครือข่ายให้หรือช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น”

 

ภาพ: https://aruna.id/

อนาคตที่ยั่งยืน

        ช่วงต้นปี 2022 Aruna ได้รับเงินลงทุนไป 30 ล้านเหรียญฯ นำโดยกลุ่มทุนใหญ่ๆ เช่น Vertex Ventures Southeast Asia and India โดยเงินที่ได้มานั้น พวกเขาจะนำไปขยายธุรกิจสู่เมืองชายทะเลต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนั้นจะลงทุนในอุตสาหกรรมประมงที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

        ถึงตอนนี้แพลตฟอร์ม Aruna ของพวกเขามีชาวประมงเป็นสมาชิกแล้วกว่า 26,000 คน จากชุมชนประมงกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ อูทาริเล่าว่า

        “ตอนนี้เราได้เปิดตลาดและมีชาวประมงมาอยู่กับเราเยอะขึ้นแล้ว เราต้องระวังมากๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องสต็อกของปลาเพราะถึงตอนนี้อินโดนีเซียก็ทำการประมงมากเกินไปแล้ว” 

        Aruna จึงเน้นย้ำให้กับชาวประมงที่อยู่บนระบบให้โฟกัสไปที่คุณภาพ ไม่ใช่จำนวนของปลาที่จับได้ และงดการทำประมงในพื้นที่คุ้มครองทางทะเลด้วย นอกจากนั้นยังแนะนำให้ชาวประมงหยุดใช้อุปกรณ์ที่สร้างความเสียหายต่อแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ทะเลอย่างอวนลากและระเบิดด้วย อูทาริเสริมในตอนจบเกี่ยวกับเป้าหมายต่อไปของ Aruna ด้วยว่า

        “มันเป็นเรื่องของสร้างแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรมด้วย เราเห็นบริษัทที่ทำธุรกิจประมงเยอะมากในประเทศอินโดนีเซียที่ไม่สนใจเกี่ยวกับความยั่งยืนของธรรมชาติเลย”


อ้างอิง:

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โสภณ ศุภมั่งมี

คุณพ่อลูกหนึ่งจากเชียงใหม่ ที่รักการเขียน การอ่าน และการดองหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เคยเป็นโปรแกรมเมอร์บริษัทใหญ่อย่าง Microsoft อยู่ห้าปี ทำธุรกิจกับที่บ้านก็ลุยมาแล้ว แยกออกมาทำธุรกิจของตัวเองหลายอัน สตาร์ทอัพก็มี SME ก็เคยทำ ล้มเหลวไปก็เยอะ สำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ก็มีอยู่ แต่ที่สำคัญคือชอบเรียนรู้และอ่านเรื่องราวของโลกธุรกิจและเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง หลงใหลเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจและเป้าหมายการทำงาน เป้าประสงค์ที่เป็นมากกว่าแค่ผลกำไรของเม็ดเงินและการทำงานหนักจนลืมความหมายของการมีชีวิตอยู่