การเงิน การงาน กับคนไร้การศึกษาในศตวรรษที่ 21

Money, Life, Balance
24 Dec 2019
เรื่องโดย:

โอมศิริ วีระกุล

น้องที่ทำงานคนหนึ่งเคยถามว่า ผมมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการเลือกเรียนปริญญาโทในขณะที่เราเองก็มีอายุเยอะแล้ว 

        ผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งผิดแปลกอะไรเลย ตรงกันข้ามมันกลายเป็นเรื่องจำเป็นในยุคสมัยที่เราต้องผลัดใบความรู้อยู่เสมอด้วยซ้ำ เพราะกฎของการอยู่ยืนในยุคปัจจุบันและอนาคตคือถ้าไม่หมั่นเติมเสริมความรู้และทักษะที่มีก็เตรียมตัวเตรียมใจรับความลำบากได้เลย 

        คำถามดังกล่าวนี้ทำให้ผมนึกถึงประโยคของ อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ (Alvin Toffler) ผู้เขียนหนังสือ Future Shock (1970) ซึ่งเขียนถึงประเด็นของการเรียนรู้ไว้ว่า

        “คนไร้การศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะไม่ใช่คนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่จะเป็นคนที่ไม่สามารถเรียนรู้ใหม่หรือทิ้งสิ่งที่เคยเรียนรู้เดิมได้ทั้งหมด” 

        คำกล่าวของเขานับเป็นนิยามที่อ่านแล้วรู้สึกน่าเจ็บปวดพอสมควร และเมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเขาสำคัญมากแค่ไหน เชื่อว่าทุกคนคงรู้ดี 

        ประเด็นเกี่ยวกับการเรียนรู้กับอายุที่มากขึ้นยังทำให้ผมนึกถึงความคิดของอินฟลูเอนเซอร์สายเดินทางท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาและได้รับคำตอบที่น่าประทับใจกลับมา 

         อินฟลูเอนเซอร์คนนี้เริ่มต้นทำเพจเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวตอนอายุ 30 ปี ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยที่มากพอสมควรหากเทียบกับคนรุ่นใหม่ที่ได้เริ่มต้นทำมาก่อนแล้ว ผมจึงยิงคำถามไปว่า การเริ่มต้นทำเพจแนวเดินทางท่องเที่ยวตอนที่ตัวเองอายุ 30 ปีอย่างนี้ ไม่คิดว่าเราเริ่มต้นช้าไปเหรอ? 

        เขาคิดว่าการเริ่มต้นในช่วงนี้ไม่ถือว่าช้าหรือเร็วเกินไปสำหรับตัวเอง หากแต่เป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะเขาฝันมาตลอดว่าอยากเที่ยวรอบโลก และอยากให้เรื่อง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ กับ ‘การทำงาน’ ไปด้วยกันได้

        การเริ่มต้นทำในสิ่งที่รักตอนอายุ 30 จึงไม่ได้เป็นปัญหา ถึงแม้ว่าจะไม่เคยถ่ายรูปและวิดีโอด้วยตัวเอง รวมถึงตัดต่อด้วย แต่เขาก็เลือกที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมด แถมยังเป็นการเรียนรู้ในช่วงที่ตัวอายุเปลี่ยนหลักและมันยังเปลี่ยนชีวิตของเขาให้เข้าไปสู่โลกของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ปัจจุบันเขามีกลุ่มคนติดตามในออนไลน์เป็นจำนวนมากทีเดียว

        เขายกเหตุการณ์ครั้งหนึ่งระหว่างการเดินขึ้นเขาที่สวิสเซอร์แลนด์ให้ฟัง มันเป็นทริปที่ทำให้เขาเข้าใจการดำเนินชีวิตและการทำงานไปโดยปริยาย โดยเขาบอกว่าช่วงเวลาระหว่างเดินขึ้นเขาอยู่นั้นเป็นช่วงที่เขาทั้งเหนื่อยและล้ามาก แต่เชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่ที่เดินลงจากเขาลูกนั้นล้วนเป็นผู้สูงอายุแทบทั้งสิ้น––การเดินทางจึงสอนเขาว่า ชีวิตเปรียบได้กับการวิ่งมาราธอน ซึ่งการเริ่มช้าหรือเร็วไม่ได้สลักสำคัญ หากแต่เป็นตัวเราที่ยังคงวิ่งหรือเดินต่อไปในเส้นทางที่เราเลือก 

        ถ้าเรายังยืนหยัดที่จะทำต่อไป เส้นทางนี้ย่อมไม่มีคนแพ้ ไม่มีใครล้มเหลว แต่หนทางเดียวที่จะทำให้เราแพ้คือการล้มเลิกที่จะก้าวต่อไป และที่สำคัญคือไม่ว่าคุณจะถึงเส้นชัยช้าหรือเร็ว สุดท้ายจะยังมีคนรอปรบมือให้คุณอยู่เสมอ 

        ดังนั้น การเริ่มต้นเรียนรู้และทำสิ่งที่รักตอนอายุ 30 จึงไม่ได้สายเกินไป––และนี่คือคำตอบที่ผมอยากจะบอกกับน้องที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเรียนต่อปริญญาโทคนนั้น

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน

 

ภาพโดย

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม

บรรณาธิการฝ่ายศิลป์ลำดับที่สองของ adB ผู้เป็นบิดาของแมวสองตัว และมอบหัวใจให้กับจินตหรา สุขพัฒน์