ทำความรู้จักกลุ่ม ‘DINKs’ สถานะชีวิตคู่ที่คนรุ่นใหม่ยินดีที่จะใช้

Money, Life, Balance
11 Jun 2019
เรื่องโดย:

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม, โอมศิริ วีระกุล

เช้าวันหยุด ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ผมพาภรรยากับหลานสาวไปออกกำลังกาย เราวิ่งสลับเดินฉบับคนที่ไม่ค่อยจริงจังกับการออกกำลังกายมากนัก วิ่งๆ เดินๆ ไปสักพักก็หยุดพักที่บริเวณลานออกกำลังกายที่เต็มไปด้วยผู้สูงวัยมายืดเส้นยืดสาย ขยับแข้งขยับขา พร้อมกับบทสนทนาอีกมากมาย

“ลูกสาวเหรอครับ” คุณลุงสูงวัยแต่ยังดูแข็งแรงเดินเข้ามาถามผม

“เปล่าครับ คนนี้หลานสาวครับ” ผมตอบคุณลุงกลับไป

     จากนั้นคุณลุงก็เริ่มถามอายุของผมกับภรรยา แล้วก็เริ่มตั้งคำถามถึงการมีลูกอีกมากมาย จากนั้นคุณลุงก็เริ่มสาธยายถึงเรื่องราวของตัวเองและการมีลูกสาวอันเป็นที่น่าภาคภูมิใจจากหน้าที่การงานและรายได้ของลูกสาวที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก

     ผมกับภรรยาพยายามเป็นผู้ฟังที่ดี เราสองคนได้แต่ส่งยิ้มให้คุณลุงอย่างเดียว โดยรวมคุณลุงเชียร์ให้เรามีลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสาว และยังแชร์เกร็ดความรู้เรื่องการไปขอบุตรที่เจ้าพ่อวัดโน้นวัดนี้เต็มไปหมด จนสุดท้ายคุณลุงเดินจากเราไปพร้อมกับอวยพรให้ชีวิตคู่ของเรามีแต่ความสุข และจะมีความสุขอย่างยิ่งถ้ามีลูก!

     คำอวยพรของคุณลุงกับแรงเชียร์เรื่องการมีลูกนั้น ทำให้ผมนึกถึงศัพท์คำหนึ่งขึ้นมาทันที นั่นคือ ‘DINKs’ ครับ

     ‘DINKs’ ย่อมาจาก ‘Double Income No Kids’ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่เน้นการมีชีวิตคู่ คือแต่งงานอยู่กินด้วยกัน แต่ไม่มีลูกนั่นเอง ถือเป็นแนวทางการออกแบบชีวิตคู่รูปแบบหนึ่งที่เริ่มขยายตัวมากขึ้นในสังคมเมือง ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ความพึงพอใจในการใช้ชีวิตของสามีภรรยา ความไม่พร้อมในการดูแลค่าใช้จ่ายที่จะตามมา ความกลัวต่อสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปในเชิงลบ และอื่นๆ อีกมากมาย

     เหตุผลเหล่านี้ที่ยกมา ล้วนเป็นสิ่งที่ผมได้ยินอยู่บ่อยๆ จากพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เข้าสู่วัยที่มีครอบครัวกันเสียส่วนใหญ่แล้วทั้งนั้น ดังนั้น การมีชีวิตคู่โดยปราศจากลูกจึงไม่ได้เป็นมาตรวัดว่าชีวิตจะไม่มีความสุข หรือความสุขของชีวิตคู่จะลดลงหากไม่ทำตามแบบที่คุณลุงแนะนำ

     อย่างผมกับภรรยาก็จัดว่าเป็นกลุ่ม DINKs อย่างจำนน เพราะเราสองคนยังคงมีความสุขกับรูปแบบชีวิตที่เป็นอยู่ คือสนุกกับการทำงาน และคอยส่องหาทริปท่องเที่ยวประจำปีอยู่บ่อยๆ และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือรายได้และรายจ่ายของชีวิตคู่นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่กำลังพอดี ไม่ได้ขัดสนมากจนเกินไป การย้อนมองไปถึงเรื่องของไลฟ์สไตล์และสถานภาพการเงินจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ชีวิตคู่มีความสมดุลด้วยเช่นกัน

 

     เมื่อเขียนถึงกลุ่ม DINKs แล้ว หากมองในมุมของผู้ประกอบการ นี่คือกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้ใหม่มากนัก แต่น่าจะขยายตัวมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และแน่นอนว่าเราจะได้เห็นสินค้าและบริการที่จะออกแบบมาเพื่อกลุ่ม DINKs มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจเที่ยวคู่ โปรโมชันเส้นทางสายการบิน หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่จับมือกับเฮลท์แคร์สร้างพื้นที่ที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยในอนาคตที่ไม่มีลูก

     เขียนแล้วก็ขอเล่าขยายถึงปัญหาใหญ่สำหรับผู้สูงอายุเสียหน่อย

     *ในฝั่งตะวันตกนั้นมีการสำรวจและพบว่าภาวะปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุไม่ใช่โรคชรา แต่กลับเป็นความเหงาและความโดดเดี่ยว มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการให้ผู้สูงอายุมาสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กๆ ที่มีอายุประมาณ 4 ขวบ ซึ่งผลลัพธ์จากการทดลองนั้นกลับดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

     มีการเปิดเผยว่า การให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมกับเด็กๆ นั้น สามารถลดปัญหาจิตตก และยังพัฒนาสุขภาพทางกาย รวมถึงความจำของผู้สูงอายุได้ดีขึ้นอีกด้วย ในขณะที่เด็กๆ เองก็ได้สร้างความมั่นใจจากการเรียนรู้กับเพื่อนต่างวัย และมุมอื่นๆ ของผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน กรณีสำรวจนี้อาจเป็นเหตุผลที่คุณลุงอยากให้ผมกับภรรยามีลูกก็ได้

     แต่ที่สุดแล้วหากยังคิดที่จะไม่มีลูก ก็ต้องเคารพการตัดสินใจในเส้นทางอนาคตของตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขพร้อมกับอย่าลืมเก็บออมและหัดลงทุนเพื่อให้เงินในวันนี้กลับมาเลี้ยงดูตัวเราเองในอนาคตด้วย เพราะการไม่มีบุตรหลานก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงอีกแบบหนึ่งที่เราเองก็ต้องออกแบบชีวิตให้ดี ไม่ว่าจะเป็นมุมของเรื่องสุขภาพ กาย ใจ และทรัพย์สิน ให้มั่นคงและแข็งแรงอย่างยั่งยืนด้วย

     สุดท้ายแล้วก็ขอบคุณคุณลุงในเช้าวันนั้นที่ทำให้เกิดบทความชิ้นนี้ขึ้นมาครับ

 


*อ้างอิง: หนังสือ ทุกพฤติกรรมมีความเสี่ยงโปรดอย่าลำเอียงก่อนตัดสินใจ จากบทโรงเรียนอนุบาลในบ้านพักคนชรา ทางเลือกใหม่คลายเหงาสำหรับไม้ไกลฝั่งชาวอังกฤษ เขียนโดย ณัฐวุฒิ เผ่าทวี

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม

บรรณาธิการฝ่ายศิลป์ลำดับที่สองของ adB ผู้เป็นบิดาของแมวสองตัว และมอบหัวใจให้กับจินตหรา สุขพัฒน์

เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน