ทำงานให้เป็นจอมยุทธที่ทั้งยุทธจักรต้องเรียกหา แล้วเงินกับโอกาสจะตามมาเอง

Money, Life, Balance
10 Sep 2019
เรื่องโดย:

โอมศิริ วีระกุล

สวัสดีผู้อ่านทุกคนครับ บังเอิญผมไปอ่านเจอข้อมูลเกี่ยวกับฟรีแลนซ์ของไทย ซึ่งมีมุมน่าสนใจพอสมควร เลยอยากหยิบยกมาเขียนถึงกันสักหน่อย เพราะผมเชื่อว่ายุคนี้ ต่อให้เราเป็นพนักงานประจำก็สามารถรับงานเสริมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายได้หลักในชีวิตได้เช่นกัน แต่ข้อระวังคืออย่าไปเบียดเบียนงานประจำ เพราะแบบนั้นดูไม่มืออาชีพเท่าไหร่

        พอเขียนถึงฟรีแลนซ์แล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงวิถีและคุณภาพชีวิตแบบตัวละครอย่างยุ่น จากภาพยนตร์ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ซึ่งเป็นมือรีทัชภาพที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนล้มป่วยลงและเกือบเอาชีวิตไม่รอด ชีวิตของยุ่นในภาพยนตร์เหมือนกำลังบอกคนดูว่า ถ้าอยากได้เงินมากก็ต้องทำงานให้มากแล้วเงินจะมาหาเอง

        ทว่าข้อมูลจากการวิเคราะห์ผลสำรวจของ EIC ในปี 2018 ได้ไปสำรวจฟรีแลนซ์สายงานต่างๆ เช่น พนักงานขาย นักวิจัย นักแสดง นักวาด นักเขียน ล่าม ฯลฯ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจต่อเรื่องการบริหารเวลาทำงานเพื่อหารายได้ในเชิง Work Smart not Harder

        โดยผลสำรวจออกมาว่า ระยะเวลาทำงานไม่ได้สอดคล้องต่อปริมาณรายได้ที่จะได้รับเสมอไป นั่นหมายความการโหมทำงานหนัก ใช่ว่ารายได้เราจะมากขึ้นเสมอไป และคุณภาพของงานบางครั้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำ เพราะงานบางอย่างต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำ ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่างานที่ได้รับมากขึ้นด้วย รวมถึงการบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพเพื่อนำเวลาที่เหลือไปใช้ประโยชน์ต่องานอื่นที่สามารถเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

        ปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการอ้างถึงความคุ้มค่าในการสร้างรายได้ที่ดีจากงานฟรีแลนซ์จากผลสำรวจของ EIC มีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือระดับการศึกษากับประสบการณ์ และคอนเน็กชันนั่นเอง

        จากข้อมูลนั้นชี้แจงว่าเรื่องระดับการศึกษามีผลน้อยมากในวงการฟรีแลนซ์ แต่หากเป็นในแวดวงของมนุษย์เงินเดือนจะส่งผลมากกว่า ส่วนที่สำคัญสุดจึงเป็นเรื่องของประสบการณ์และความชำนาญ บวกกับการหางานจากคอนเน็กชัน

        ข้อมูลระบุว่า ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สูงในระดับหลักแสนต่อเดือน มักได้งานจากคอนเน็กชันมากกว่าหางานตามเว็บไซต์ ซึ่งมีอัตราการแข่งขันสูงและเป็นสนามแข่งที่ดุเดือด จนบางครั้งมีการตัดราคากันเอง และบางทีตลาดตรงนั้นยังไม่ได้ต้องการผู้ที่มีฝีมือเฉพาะทางมากนักในการว่าจ้าง

        จากข้อมูลที่ได้รับมานั้นมีประเด็นหนึ่งที่สอนคนทำงานประจำแบบผมนั่นคือการฝึกให้ตัวเองเป็นจอมยุทธ์ในยุทธภพสายวิชาชีพที่เราทำงานอยู่นั่นเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานเงินเดือน แม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟ พ่อครัว ครีเอทีฟ ช่างภาพ ก็ขอให้หมั่นพัฒนาจนกลายเป็นบุคคลที่ตลาดต้องการและคอยเรียกหาอยู่เสมอ

        ที่สำคัญอย่ามีเรื่องบาดหมางกับคนในวิชาชีพเดียวกันให้มากนัก เพราะคำว่าโลกมันแคบกว่าที่คุณคิดนั้นเป็นเรื่องจริงในชีวิตการทำงาน เพราะบางทีคนที่เรามีเรื่องด้วยในปัจจุบัน อาจจะมีความเกี่ยวพันกับงานใหม่ในอนาคตที่เราต้องไปทำงานด้วยก็เป็นได้ครับ

        ดังนั้นแล้ว ก็ตั้งใจทำงาน สร้างผลงานให้โดดเด่น บริหารเวลาให้เป็น และแวดล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่ดีเยอะๆ ผมว่าแค่นี้ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออมและลงทุน ชีวิตก็ไม่อดตายแล้วครับ ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะพนักงานเงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ก็ตาม

 


อ้างอิง: การวิเคราะห์ผลสำรวจจาก EIC ธันวาคม 2018

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน

 

ภาพโดย

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม

บรรณาธิการฝ่ายศิลป์ลำดับที่สองของ adB ผู้เป็นบิดาของแมวสองตัว และมอบหัวใจให้กับจินตหรา สุขพัฒน์