Hybrid Jobs สะพานที่จะเชื่อมเราไปสู่รายได้และโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต

Money, Life, Balance
15 Oct 2020
เรื่องโดย:

โอมศิริ วีระกุล

“เมื่อก่อนคนเราสามารถประสบความสำเร็จได้จากการเก่งเรื่องเดียว
แต่สมัยนี้คนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
กลับเป็นคนที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ด้านต่างๆ ได้ดี”
—แดเนียล พิงก์

Welcome to Hybrid Jobs Era 

        ประโยคข้างต้นที่เพิ่งได้อ่านกันไป ผมเห็นด้วยในเวลานี้กับ แดเนียล พิงก์ นะครับ ซึ่งประเด็นนี้ผมเพิ่งคุยกับน้องๆ ที่บริษัทไปเองว่า บางมุมก็อิจฉาคนยุคก่อนที่หากจะเก่งอะไรก็สามารถโฟกัสและดำดิ่งไปกับทักษะในสายอาชีพนั้นได้ไปเลย

        แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ลักษณะการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับทักษะที่ต้องหลากหลายขึ้นด้วย เราจึงเริ่มเห็นความจำเป็นของตำแหน่งงานเชิง Hybrid Jobs มากขึ้น เช่น เขียนบทความ สัมภาษณ์ ถ่ายภาพ ตัดต่อ แต่งภาพ ขายงาน ทั้งหมดสามารถอยู่ได้ภายในตัวคนคนเดียว

        เขียนมาแบบนี้แล้วหลายคนอาจเหนื่อยใจ แต่อยากบอกว่าโลกบังคับให้เราต้องมีอาวุธลับกับอาชีพที่ทำเพิ่มขึ้น เสมือนการหารายได้ที่มีทางเดียวย่อมไม่รอด ทักษะและประสบการณ์ทำงานก็เช่นเดียวกัน ซึ่งโลกการทำงานยุคใหม่จึงเกิดศาสตร์และศิลป์ที่ผสมผสานข้ามสายกันอย่างไม่มีเงื่อนไข

        ข้อดีคือเราจะได้เห็นสิ่งใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งก็มีการนำศาสตร์และประสบการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาอีกศาสตร์หนึ่งในแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง ซึ่งลักษณะการทำงานเช่นนี้เริ่มมีโครงสร้างเกิดขึ้นบ้างแล้วในบางองค์กร โดยเรียกหน่วยงานเฉพาะทางนี้ว่า Cross Functional Management ก็คือเอาขุนพลจากแผนกต่างๆ มารวมตัวกันทำโปรเจ็กต์พิเศษขององค์กรเนี่ยแหละครับ

        เขียนเรื่องแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงเรื่องราวมหัศจรรย์ของคนข้ามสายอย่าง สตอรี มัสเกรฟ (Story Musgrave) ครับ

Story Musgrave, a man who crazy to learn 160 courses 

        ภูมิหลังของ สตอรี มัสเกรฟ คือชายที่ไม่ค่อยชอบเรียนตามระบบการศึกษาเท่าไหร่ ทำให้ในวัยเด็กของเขามีปัญหากับการศึกษาพอสมควร แต่จนแล้วจนรอดเขาก็จบปริญญาด้านคณิตศาสตร์และสถิติ ด้านการเรียนรู้ของมัสเกรฟไม่ได้จบลงแค่นั้น ด้วยความที่เขาเป็นนักเรียนรู้และมีความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบด้าน

        ด้วยความบ้าบิ่นจนสุดทาง เขาลงเรียนคอร์สต่างๆ ไปกว่า 160 หลักสูตร (คนขายคอร์สออนไลน์ได้ลูกค้าแบบนี้คงดีใจ) อยากรู้ไหมครับว่ามัสเกรฟเรียนจบอะไรไปบ้าง

        เขาจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

        ด้านเคมี จากมหาวิทยาลัยมาเรียตต้า

        ด้านการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

        ด้านสรีระวิทยากับชีวฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยเคนทักกี

        ด้านวรรณคดี จากมหาวิทยาลัยฮิวสตัน

        และยังได้ใบรับรองจากการเป็นนักบินอีกด้วย

        บอกได้ถึงบรรทัดนี้เลยครับว่า สตอรี มัสเกรฟ คือคนบ้า!

Life Long Learning 

        ทว่าความบ้าของ สตอรี มัสเกรฟ สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่กำลังตะโกนบอกทุกคนว่าต้องมี Life Long Learning ซึ่งมัสเกรฟคือโมเดลตามที่โลกบอกแบบนั้น หากถามว่าแล้วสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดของมัสเกรฟได้เอาไปใช้จริงอะไรบ้าง หรือแค่สนใจและบ้าเรียนเพื่อสะสมดีกรีอย่างเดียว ลองไปฟังเหตุการณ์ต่อไปนี้ครับ

        ครั้งหนึ่ง สตอรี มัสเกรฟ เห็นทางนาซ่าประกาศรับสมัครนักวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าองค์กรอย่างนาซ่าเป็นองค์กรในฝันของใครหลายคน เมื่อโอกาสเปิดขนาดนี้ มัสเกรฟจึงไม่พลาดที่จะเข้าร่วมครับ โดยหน้าที่หลักคือการต้องมีความสามารถในการรักษาและซ่อมแซมคนและเครื่องยนต์ต่างๆ ได้ ซึ่งมัสเกรฟไม่ได้จบอย่างใดอย่างหนึ่งมาโดยตรง แต่ด้วยความหลากหลายของเขาก็สามารถนำทักษะที่ผ่านมา มาประยุกต์กับการทำงานได้

        โดยสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการยอมรับมากขึ้น เกิดจากเหตุการณ์ซ่อมกล้องฮับเบิลซึ่งก่อนหน้านี้ใช้เวลาไปแล้วนานเกือบสองสัปดาห์ และถือเป็นโจทย์ยากที่นาซ่าพยายามซ่อมแซม สุดท้ายกล้องฮับเบิลก็มาถึงมือของมัสเกรฟที่ได้ลงมือซ่อมแซมโดยใช้เวลาไปแค่ 22 ชั่วโมง จากที่ใครต่อใครมองว่ามันช่างซับซ้อน

        สตอรี มัสเกรฟ ให้เหตุผลของการซ่อมกล้องฮับเบิลภายใต้เวลาที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ เขาบอกว่าการซ่อมกล้องตัวนี้เขาได้นำประสบการณ์ตอนเรียนแพทย์ผ่าตัดเข้ามาใช้ด้วย เพราะจะทำให้มองปัญหาเดิมได้กว้างขึ้นกว่าทักษะเก่าที่เคยมีอยู่ เมื่อมีวิธีที่มองกว้างขึ้น จึงเกิดวิธีคิดในการทดลองและแก้ไขหาทางออกได้หลายวิธีต่อจุดบกพร่องของกล้องนั่นเอง

Hybrid Jobs Hybrid Income 

        เราเชื่อว่ากรณีของ สตอรี มัสเกรฟ จะค่อยๆ เริ่มถูกคนพูดถึงมากยิ่งขึ้นกับยุคที่เริ่มมีความหลากหลายและไหลลื่นของคนทำงาน ไม่ว่าจะถูกนิยามว่ายุคนี้คือการทำงานแบบ Work Life Flow หรือ Multi Task ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่มัสเกรฟทำให้เราเห็นได้ก็คือ ศักยภาพของมนุษย์ที่มีให้ต่อการเรียนรู้นั้น กว้างไกลและจบสิ้นได้ยากนั่นเอง และที่สำคัญกว่านั้น การมีทักษะที่หลากหลายและถูกการประยุกต์ใช้จนกลายเป็นสิ่งใหม่ ก็เป็นทั้งทางเลือกของชีวิตและการสร้างรายได้อีกหลายช่องทางของเราด้วยเช่นกัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน

 

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist