Time is Money: เวลากับการตัดสินใจที่จะส่งผลต่อเรื่องเงินๆ ทองๆ

Money, Life, Balance
7 Jan 2020
เรื่องโดย:

โอมศิริ วีระกุล

‘เวลา’ เป็นสิ่งมีค่า เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป มันจะไหลผ่านไปอย่างไม่มีวันกลับมา ในโลกของการลงทุนหรือการทำงาน ‘เวลา’ ยิ่งมีความความหมาย เพราะทุกวินาทีที่เสียไปย่อมเทียบเท่ากับมูลค่าของ ‘เงินตรา’ 

Time is Money

        ยิ่งใครที่ได้ทำงานประกบติดกับระดับผู้จัดการหรือระดับผู้บริหาร เราจะสัมผัสได้ว่า ‘เวลา’ คือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเงินทองเสียอีก เช่น ผู้บริหารคนหนึ่งได้รับสายเรียกเข้า เขารับสายแล้วพบว่าเป็นสายจากพนักงานขายประกันที่โทร.เข้ามาเพื่อนำเสนอกรมธรรม์ เขาจะใช้เวลาฟังไม่เกิน 30 วินาที จากนั้นก็กล่าวคำปฏิเสธไปอย่างสุภาพและกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสายไป 

        ผู้บริหารคนนี้ได้บอกเหตุผลไว้ว่า การรับฟังคือสิ่งสำคัญ แต่ถ้าฟังแล้วรู้ว่าวัตถุประสงค์กับความต้องการไม่สอดคล้องกันก็ไม่ควรเสียต้นทุนที่สำคัญอย่าง ‘เวลา’ เพราะในเมื่อรู้ผลลัพธ์สุดท้ายอยู่แล้วว่าต้องปฏิเสธ การบอกคำตอบก็เป็นผลดีต่อตัวเราเองและคนที่โทร.มาด้วย คือตัวเราไม่ต้องเสียเวลา ส่วนคนที่โทร.มาก็จะได้ใช้เวลาที่เหลือไปตามหาคนที่มีความต้องการมากกว่าตัวเรา ฉะนั้น เวลาสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  

Elevator Pitch

        เมื่อเขียนถึงเรื่องเวลากับการตัดสินใจที่จะส่งผลต่อเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว การสื่อสารจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งมุมนี้เป็นมุมของผู้เสนอที่ต้องต่อสู้กับเวลาของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเพื่อให้ได้งานและเงินมานั่นเอง ซึ่งสถานการณ์สุดพิเศษย่อมหนีไม่พ้น Elevator Pitch Situation ที่มีองค์ประกอบอย่างเวลามาท้าทายการตัดสินใจให้คล้อยตามเป้าหมายในใจเรา  

        ถามว่าสิ่งหนึ่งที่เราควรจะเตรียมตัวไว้ก็คือเป้าหมายและจุดขาย ผู้มีอำนาจเป็นคนแบบไหน สนใจอะไร กำลังมีปัญหาอะไร โครงการของเราช่วยเขาได้ในระดับไหน การเลือกใช้ภาษาที่เข้าหูและคำที่โดนใจ ที่สำคัญคืออยู่ในกรอบเวลาที่จะได้คำตอบมานั่นเอง 

Wasting Time is never harmless

        จากสองข้อที่ผ่านมา ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเป็นคนขายประกันที่โทร.เข้ามาแล้วถูกปฏิเสธ หรือเป็นนายทุนที่ตัดสินใจพลาดไม่ได้ลงทุนกับธุรกิจที่สุดท้ายเติบโตจนมีผลกำไรอันหอมหวาน ก็ถือว่านี่คือประสบการณ์ที่จะขัดเกลาให้การสื่อสารและการตัดสินใจในครั้งต่อไปมีความแม่นยำและละเอียดมากขึ้นต่อการนำเสนอและตัดสินใจนั่นเอง 

        นี่คือเหตุผลของการเสียเวลาที่ไม่ได้เสียหายอะไรเท่าไหร่ ถ้าเราเก็บความผิดพลาดมาทบทวนเหมือนการสอบอีกครั้ง

        เช่นเดียวกับพนักงานประจำหรือคนทำงานอีกหลายๆ คนที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อนำเสนอโปรเจ็กต์กันเป็นเดือน แต่สุดท้ายพ่ายแพ้ในการนำเสนอเพียง 30 นาทีต่อคู่แข่งหรือทีมอื่นๆ ซึ่งมองดูผิวเผินเหมือนจะเป็นการขาดทุนอย่างย่อยยับทั้งเรื่องเวลาและเงินทุน ทว่าหากมองกลับมุมอีกด้าน ความล้มเหลวก็เป็นส่วนหนึ่งในการลงทุนต่อการประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าเช่นกัน

        นี่จึงเป็นจุดร่วมของกลุ่มคนหลายสถานะ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย คนมีอำนาจที่จะตัดสินใจ รวมถึงคนทำงานแบบพวกเราเองเช่นกัน ความล้มเหลวคือต้นทุนอย่างหนึ่งที่จะทำให้มูลค่าของความคิดและประสบการณ์เพิ่มสูงขึ้นๆ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปเท่าไหร่ หรือเสียเงินก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเสียโอกาสไป คงน่าเสียดายแย่เลย

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน

 

ภาพโดย

พงศ์ธร ยิ้มแย้ม

บรรณาธิการฝ่ายศิลป์ลำดับที่สองของ adB ผู้เป็นบิดาของแมวสองตัว และมอบหัวใจให้กับจินตหรา สุขพัฒน์