ปัญหาของ Young Retirement ที่ตามมาหลังเกษียณเร็วเกินไป

Money, Life, Balance
7 Oct 2020
เรื่องโดย:

โอมศิริ วีระกุล

เป้าหมายหลักของชีวิตคนทำงานหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นการมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นสถานะที่ไม่ต้องมาพะวักพะวนกับเรื่องเงินต่อการใช้ชีวิตมากนัก นั่นทำให้เริ่มเกิดจำนวนของ Young Retirement หรือการเกษียณเร็วของคนหนุ่มสาวที่เติบโตขึ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงวัย 30-40 ปี เป็นต้นไป ถือว่าเป็นการเกษียณด้านการเงินที่รวดเร็วจนตัวผมเองก็แอบอิจฉาคนเหล่านี้อยู่พอสมควร แต่ว่าความสุขที่ไปถึงเป้าหมายอย่างการมีอิสรภาพทางการเงินนั้นก็มีความทุกข์ซ่อนอยู่เช่นกัน

        วันหนึ่งเพื่อนสมัยเรียนได้ทักทายผ่านกล่องข้อความของเฟซบุ๊กมาหาผม ประโยคแรกก็ทักทายตามปกติ ประโยคที่สองของเพื่อนคนนี้ได้บอกกับผมว่า ตัวเขาเองเกษียณจากการทำงานประจำมาสักพักแล้ว เพราะสามารถสร้างรายได้บนช่องทางออนไลน์ได้อย่างมหาศาล จนคำนวณแล้วว่าสามารถออกจากงานได้ ทุกอย่างเหมือนจะดี แต่แล้วไฮไลต์ของการทักทายมาครั้งนี้คือ การมาระบายความรู้สึกให้แก่ผมรับรู้ว่า หลังเขาออกจากงานได้ไม่นานก็ทำงานในสิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่พอวันเวลาผ่านไป กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าอะไรเลย ทั้งๆ ที่ไม่มีปัญหาเรื่องเงินแล้ว นี่จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจของการบรรลุเป้าหมายในการเกษียณอีกมุมหนึ่งของคนรุ่นใหม่

        แต่เมื่อนำปัญหาของการเกษียณเร็วของเพื่อนผมไปศึกษาต่อ ก็พบว่า อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับเพื่อนของผมคนเดียว เพราะในอีกซีกโลกหนึ่งก็เกิดขึ้นกับ แซม โดเจน (Sam Dogen) บล็อกเกอร์ชาวซานฟรานซิสโก ที่เกษียณงานตอนอายุ 34 ปี 

        โดเจนให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่าง Marketwatch ว่า ภายหลังที่ตัดสินใจเกษียณมานั้น ชีวิตค่อนข้างที่จะเงียบเหงา จากการที่เขามีบุคลิกแบบ Extrovert คือเป็นคนที่ชอบอยู่ในสังคม มีเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ และทำงานกับลูกค้ามาตลอด ที่สำคัญเขาเป็นคนทำงานหนักมาก ทำงานเฉลี่ย 12 ชั่วโมงต่อวัน แต่พอต้องเกษียณเร็ว มันทำให้ชีวิตขาดชีวิตชีวาไปพอสมควร 

        อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นกับเจย์ (นามสมมุติ) เจย์มีเป้าหมายอยากจะเกษียณเร็วตอนอายุ 41 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขากังวลคือ การเกษียณเร็วเกินไปอาจทำให้เขาสูญเสียรายได้หลัก หรือความสามารถอื่นๆ ทั้งที่ยังสามารถทำและพัฒนาต่อไปได้ นั่นก็ทำให้เขาต้องคิดอย่างละเอียดว่า การเกษียณเร็วนอกจากจะทำให้หมดความกังวลเรื่องเงินได้ก็จริง แต่มีอะไรที่จะทำให้ชีวิตของเจย์ขาดทุนในมิติอื่นๆ อีกบ้าง  ที่สำคัญคือเจย์กลัวสิ่งที่เขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการเกษียณเร็ว เช่น ตลาดหุ้นที่เขาลงทุนไว้เกิดพังล่มละลายกะทันหัน หรือความเจ็บป่วยอย่างรุนแรง เป็นต้น

        จากกรณีการเกษียณเร็วของเพื่อนผม แซม โดเจน และเจย์ มีจุดร่วมเหมือนกันคือการกลัวคุณค่าและความสามารถของตัวเองหายไประหว่างทางอันแสนสบาย ซึ่งถือว่าเป็น Happy Problem ในระดับรุนแรงอีกด้านหนึ่งของชีวิต และมันยิ่งตอกย้ำว่า คุณค่าของชีวิตก็สำคัญไม่น้อยกว่ามูลค่าเงินในบัญชีที่เราต้องพยายามสร้างมาเพื่อสร้างความมั่นคง และความสะดวกสบายในชีวิตเช่นกัน 

        ปัญหาการเกษียณเร็วจึงกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากบุคคลในแวดวงการเงินและอินฟลูเอนเซอร์ แกรี เวย์เนชัค (Gary Vaynerchuk) ยูทูเบอร์ชื่อดัง และยังเป็นผู้เขียนหนังสือ ‘Crush It: Why Now Is the Time to Cash In on Your Passion’ ได้มาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวด้วยว่า การมีรายได้โดยที่เราไม่ต้องทำงาน (Passive Income) ไม่ใช่ทางออกสำหรับทุกอย่างของชีวิต และการมีความคิดว่า ฉันไม่ต้องทำงานแล้วจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาชีวิต แถมแกรียังนิยาม Passive Income ของเขาได้อย่างน่าสนใจไว้ว่า จงทำงานเก็บเงินเอาไว้ และสร้างบางสิ่งบางอย่างให้แก่ตัวเอง และหัดเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกๆ 7 ปี ให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นธุรกิจของตัวเอง ที่สำคัญระหว่างนั้นสังเกตตัวเองดีๆ ว่า เรามีความหลงใหลกับสิ่งในในการทำงาน 

        ในขณะที่ วิกกิ โรบิน (Vicki Robin) กูรูด้านการจัดการการเงินส่วนบุคคล และยังเป็นผู้เขียนหนังสือ ‘Your Money or Your Life’ ซึ่งมีแปลเป็นฉบับภาษาไทยที่มีชื่อว่า ‘เงินหรือชีวิต’ ได้ออกมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ว่า การมีอิสรภาพทางด้านการเงินนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าเรามีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ความสามารถในการทำอาหาร การมีทักษะในการซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน หรือสิ่งอื่นๆ ที่มันสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ซึ่งสิ่งที่โรบินแนะนำนับเป็นการนำทักษะและความสามารถมาเติมเต็มคุณค่าให้ชีวิตได้เหมือนกัน เพราะทักษะเหล่านั้นสามารถช่วยเหลือแก่ผู้อื่นได้ด้วยนั่นเอง 

        ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ หากเลือกได้ผมเองก็อยากเป็นคนเกษียณเร็วเหมือนกัน อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องมากังวลใจกับเรื่องเงินในชีวิตว่าเดือนนี้หรือปีนี้จะมีเงินพอกินพอใช้หรือไม่ แต่ก็อย่างว่านั้นแหละครับ เงินสามารถอำนวยความสะดวกในชีวิตได้มากมาย แต่ก็มีโจทย์บางอย่างในชีวิตที่เงินไม่สามารถมาตอบสนองให้เรามีความสุขได้ทั้งหมดเหมือนกัน ฉะนั้น การมีเป้าเกษียณเร็ว เพื่อนำเวลาที่เหลือในชีวิตไปทำในสิ่งที่ชอบก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิด เพียงแต่ต้องมีการออกแบบและวางแผนให้ดีว่า หากไปใช้ชีวิตที่เคยวาดฝันไว้แล้วไม่เป็นไปตามที่คิด เราควรจะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเรียนรู้จากกรณีนี้ก็คือ เงินไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุขทุกมิติ เพราะชีวิตยังมีอีกหลายด้านให้เราได้สัมผัสมากกกว่าการใช้เงินแลกมา 

        “Once you have enough money to live comfortably, having more money won’t bring about any more happiness.”

        ขอให้ผู้อ่านทุกคนออกแบบการเงินและชีวิตอย่างมีความสุขครับ


อ้างอิง: https://www.marketwatch.com/story/heres-why-you-shouldnt-retire-super-early-even-if-you-can-2018-08-30

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โอมศิริ วีระกุล

ผู้เขียนหนังสือ สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก, เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน

 

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist