ผลกระทบของไวรัสที่มีต่ออุตสาหกรรมการบิน เมื่อนกเหล็กนับพันต้องจอดพลันอยู่บนพื้นดิน

Scientifica
30 Mar 2020
เรื่องโดย:

กรทอง วิริยะเศวตกุล

ในตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงรุนแรงและกระจายตัวไปแทบทุกพื้นที่บนโลก 

        ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ เป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นห้างร้านที่ว่างเปล่า ระบบขนส่งมวลชนที่แทบไม่หลงเหลือผู้โดยสาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมการบินที่ตอนนี้แทบจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ 

        ภาพที่ชวนหดหู่คือจากบรรยากาศการเดินทางเชื่อมต่อทุกมุมโลกที่คึกคัก จนดูเหมือนว่าสนามบินไม่เคยหลับใหล บัดนี้ไฟลต์บินนับหมื่นถูกยกเลิก เพราะความน่าหวาดกลัวของ COVID-19 จนสนามบินกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม ที่น้อยคนอยากจะย่างกรายเข้าไปในช่วงนี้ 

        ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องบอกว่าภาคธุรกิจการบินทั่วโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่เข้าขั้นน่าเป็นห่วงมากจริงๆ

        เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไฟลต์บินเข้าและออกจากประเทศจีนมีเพียงแค่ 5,991 เที่ยวบินเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ที่มีทั้งหมด 14,510 เที่ยวบิน จะพบว่าลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยการลดลงของไฟลต์บินนั้นเริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2020 ที่ข่าวการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 แพร่ไปทั่วโลก และต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมีนาคม 

        ล่าสุดสหรัฐฯ ได้ออกประกาศแบนการท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศในเอเชีย รวมไปถึงอเมริกาใต้ อีกทั้งยังให้สายการบินต่างๆ ลดจำนวนหรือระงับไฟลต์บินลงอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้คาดการณ์ได้เลยว่าจะมีการลดลงของจำนวนเที่ยวบินต่อเนื่องไปอีกสักพักใหญ่ 

        สัญญาณดังกล่าวชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อสายการบินอย่าง Virigin Atlantic ประกาศลด 4 ใน 5 เที่ยวบินของบริษัทลง รวมถึงหยุดให้บริการเส้นทางบินไปยังต่างประเทศแทบทั้งหมด พร้อมให้พนักงานหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือนเป็นระยะเวลา 2 เดือนด้วยกัน ในฟากของสายการบินฝั่งยุโรปก็เกิดผลกระทบที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่สายการบินโลว์คอสต์อย่าง Ryanair และ EasyJet ที่ตัดสินใจหยุดให้บริการเที่ยวบินส่วนใหญ่ลง ไปจนถึงสายการบินระดับ British Airways และ Norwegian Air ที่ต่างทั้งระงับเที่ยวบินและลดพนักงานลงในช่วงนี้เช่นกัน 

        เที่ยวบินส่วนใหญ่ที่ยังได้รับอนุญาตอยู่นั้นมักจะเป็นเที่ยวบินขนสินค้าหรือเที่ยวบินช่วยเหลือในการอพยพผู้คนกลับสู่ประเทศต้นทางของสายการบินนั้นๆ         

        แน่นอนว่า ปรากฏการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นกับสายการบินในบ้านเราด้วย โดยสถานการณ์ล่าสุดคือ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เห็นชอบให้สายการบินสัญชาติไทยจำนวน 9 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทย สายการบินไทยสมายล์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินไทยเวียดเจ็ท สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์​ และสายการบินนกสกู๊ต หยุดทำการบิน ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ สายการบินระหว่างประเทศอีกหลายแห่งก็ได้ทำการระงับเที่ยวบินมายังประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกกรณีล้วนเป็นผลจากความน่าหวาดหวั่นของ COVID-19 ทั้งสิ้น 

        ในตอนนี้มีประมาณ 150 ประเทศทั่วโลก ที่มีมาตรการจำกัดการเดินทางทางอากาศ ซึ่งนับเป็นเส้นทางบินถึง 80% ของไฟลต์ทั่วโลกเลยทีเดียว จำนวนของประเทศและพื้นที่ที่ออกมาตรการเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากสถานการณ์ของการระบาดยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น องค์กรระดับโลกด้านการบิน เช่น ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ได้ออกมาประกาศให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านการบินต่างๆ ให้ความร่วมมือในการระงับเที่ยวบิน รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตอีกด้วย

        ซึ่งเมื่อมีมาตรการจำกัดเที่ยวบินเกิดขึ้นก็ส่งผลให้ปรากฏการณ์นี้กลายเป็นการลดเที่ยวบินมากที่สุดในประวัติศาสตร์การบินที่ผ่านมา และผลกระทบเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับบรรดาสนามบินน้อยใหญ่ทั่วโลกในไม่ช้านี้

        ตัวอย่างเช่น สนามบิน Milan Malpensa ในประเทศอิตาลี ที่ตั้งอยู่ในใจกลางของการระบาด และมาตรการกักตัวระดับประเทศ ซึ่งถูกลดจำนวนไฟลต์บินอย่างเห็นได้ชัด 

        โดยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 มี 288 เที่ยวบินที่เทกออฟจากรันเวย์ แต่ในวันที่ 15 มีนาคม 2020 มีเพียง 16 ไฟลต์ จาก 231 ไฟลต์เท่านั้นที่ได้เทกออฟ และบางส่วนนั้นเป็นเที่ยวบินขนส่งเพียงอย่างเดียว

        นอกจากความหวาดกลัวในการเดินทางของผู้คนและมาตรการให้ห่างกันสักพัก หรือ Social Distancing แล้ว คำสั่งแบนการเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากประเทศในยุโรปและอังกฤษก็ส่งผลต่อการบินอย่างชัดเจน ด้วยจำนวนเที่ยวบินกว่าหมื่นถึงแสนเที่ยวและตั๋วกว่าล้านใบจะไม่สามารถใช้งานในเวลานี้ได้โดยปริยาย และเนื่องจากการแพร่ระบาดในยุโรปที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นจุดศูนย์กลางการแพร่เชื้อที่น่าเป็นห่วงมากในตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้ผู้คนเกิดความไม่มั่นใจในการเดินทางเพิ่มขึ้นไปอีก

        ภาพของสนามบินที่ว่างเปล่า เครื่องบินที่แทบไร้ผู้โดยสาร และไฟลต์บินที่ลดลงเป็นประวัติการณ์ อาจจะเป็นภาพแปลกตาของเราในโลกยุคปัจจุบัน แต่ในช่วงเวลาอีกสักพักใหญ่ๆ ที่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงระบาดอยู่ ความเงียบเชียบของสนามบินที่หลับใหลอาจกลายเป็นภาพชินตา และต่อให้ไวรัสยุติการแพร่ระบาดแล้ว พิษทางเศรษฐกิจจะยังเป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนผู้คนในโลกไปอีกนาน 

        นับตั้งแต่มนุษย์เอาชนะแรงดึงดูดของโลกด้วยการค้นพบวิธีการพาตัวเองขึ้นไปโบยบินบนชั้นบรรยากาศ ท้องฟ้าก็ไม่เคยหลับใหล แต่ปรากฏการณ์นี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ต้องยอมศิโรราบให้กับธรรมชาติอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง 

 


อ้างอิง: 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กรทอง วิริยะเศวตกุล

“แฟนพันธุ์แท้ระบบสุริยะ คลั่งไคล้ในดวงดาว การเดินทาง และลิเวอร์พูล” —ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารเว็บไซต์อวกาศ SPACETH.CO