เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลในโลกของฟุตบอล ที่มีเดิมพันมากกว่าแค่ชัยชนะและความสนุก

Scientifica
26 Jun 2020
เรื่องโดย:

กรทอง วิริยะเศวตกุล

‘ฟุตบอล’ คือหนึ่งในกีฬายอดนิยมของผู้คนทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยเรียนไปจนถึงผู้สูงวัย เชื่อได้เลยว่าพวกเขาต้องเคยสัมผัสและมีความผูกพันกับวงการลูกหนังมาไม่มากก็น้อย

        จากการเตะบอลกันบนถนนหน้าบ้านไปจนถึงนัดชิงฟุตบอลโลก เดิมพันในเกมฟุตบอลนั้นมีมากกว่าแค่ผลสกอร์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครแพ้เลี้ยงขนม ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฟุตบอลเคยทำให้สงครามกลางเมืองยุติลง และเคยเป็นชนวนที่เริ่มสงครามระหว่างประเทศมาแล้วเช่นกัน

        และด้วยเดิมพันที่สูงแบบนี้ เทคโนโลยีจึงได้เข้ามามีบทบาทในผืนหญ้าสีเขียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ระบบสื่อสารให้กับผู้ตัดสินทั้งสี่ในสนาม เทคโนโลยีโกลไลน์ ที่เช็กว่าลูกบอลข้ามเส้นไปแล้วหรือยัง และล่าสุดอย่าง VAR ที่นำภาพช้ามาช่วยตัดสินจังหวะสำคัญ

        แต่ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเรามักจะเห็นสถิติหลังจบเกม ที่มีรายงานระยะทางการเคลื่อนที่ของนักเตะแต่ละคน การสัมผัสบอลตลอดทั้งเกม ตำแหน่งที่ยืนในสนาม ซึ่งการเก็บข้อมูลของนักเตะทั้ง 22 คน ตลอดระยะเวลามากกว่า 90 นาทีของเกมฟุตบอลหนึ่งนัดนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อโชว์เป็นตัวเลขสวยๆ เพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลเหล่านี้ ได้ช่วยให้หลายทีมสามารถอุดรอยรั่วอย่างมีประสิทธิภาพมามากมายแล้ว

        มาพูดถึงเทคโนโลยีเบื้องหลังในการเก็บข้อมูลภายในสนามกันก่อน ซึ่งการเก็บข้อมูลในการแข่งขันจริงนั้นยังคงพึ่งพากล้องวิดีโอจากรอบสนามเป็นหลักอยู่ โดยมีผู้ให้บริการด้านการเก็บข้อมูลอย่าง Opta และ Matrics ที่ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลโลก ซึ่งอาศัยการติดตั้งกล้อง HD รอบสนาม ที่จะติดตามตำแหน่งของนักเตะทั้ง 22 คนจากทั้งสองฝั่ง ขณะเคลื่อนที่ไปมาตลอดผืนหญ้าสีเขียวนี้ โดยอาศัยการเคลื่อนที่ในแกน X, Y และ Z ตามตำแหน่งที่จับได้จากกล้องแต่ละตัว

        ในช่วงเริ่มเกมจะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยวางตำแหน่งนักเตะแต่ละคนบนสนาม สีเสื้อของทีมต่างๆ รวมทั้งของกรรมการด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับการสัมผัสบอลแต่ละครั้งนั้น จะมีทีมงานที่กดปุ่มบนจอยบังคับเกม เพื่อระบุว่าทีมไหนเป็นฝ่ายครองบอลอยู่ และสำหรับการเคลื่อนที่ของนักเตะในสนาม ก็จะยังมีเจ้าหน้าที่คอยลากตำแหน่งของนักเตะแต่ละทีม ตามพื้นที่ที่พวกเขาได้เคลื่อนที่ไปจริง นอกจากนั้นก็ต้องมีทีมงานที่ยืนยันข้อมูลอีกครั้ง ก่อนจะถูกนำไปเผยแพร่แบบสด และรวบรวมเก็บไว้สำหรับการวิเคราะห์ในภายหลัง

        อันที่จริงเทคโนโลยีการติดตามตำแหน่งของนักเตะโดยการฝังชิปลงในลูกฟุตบอล หรือรองเท้าสตั๊ดนั้นสามารถทำได้จริงแล้ว โดยทางอดิดาสได้เคยลองกับ MiCoach Speed Cell ที่นำไปติดกับรองเท้ามาแล้ว แต่ทว่าเสียงตอบรับจากนักฟุตบอลอาชีพและฟีฟ่ายังคงไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ รวมทั้งยังต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎการเล่นอีกครั้ง ก่อนที่การฝังชิปลงในลูกฟุตบอลและรองเท้าสตั๊ดจะได้รับอนุญาตลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ

        ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราได้ทราบถึงข้อดีและข้อเสียของนักเตะในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งทางสโมสรสามารถนำไปปรับปรุงในการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งแก้ไขแผนการเล่นเพื่อรับมือการกลยุทธ์ต่างๆ ที่พวกเขาจะต้องเผชิญในการแข่งขันนัดถัดไป และสโมสรต่างๆ ยังมีการนำนักวิเคราะห์มาดูการแข่งขันของทั้งทีมตัวเองและคู่แข่ง เพื่อหาจุดแข็งที่ต้องรับมือ รวมทั้งจุดอ่อนที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเอาชนะได้อีกด้วย

 

        ตัวอย่างการเก็บข้อมูลจากผลงานในสนามที่เห็นได้ชัดสุด ก็คงหนีไม่พ้นการซื้อตัวนักเตะเข้าทีม เพราะไม่ใช่ว่าทุกสโมสรจะมีงบใช้จ่ายมากพอจะซื้อนักเตะที่มีชื่อเสียงมาเข้าสู่ทีม ทำให้หลายสโมสรตัดสินใจลงทุนกับการวิเคราะห์ข้อมูล และนำมาปรับใช้ควบคู่ไปกับการส่งแมวมองไปดูผลงานการเล่นของนักเตะที่พวกเขาต้องการ ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นคนที่ไม่เคยมีใครรู้จัก แต่กลับเข้ากับระบบของทีมนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น James Tarkowski ของเบิร์นลีย์ และ Wilfred Ndidi ของเลสเตอร์ ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างให้กับทั้งสองสโมสรในราคาที่รับได้

        การนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาผลงานในสนามสามารถดูตัวอย่างของลิเวอร์พูลได้อย่างชัดเจน เพราะในฤดูกาล 2017/18 สไตล์การเล่นของทีมนั้นเน้นการบีบพื้นที่ในแดนสูง เปิดเกมบุกพับใส่คู่ต่อสู่ตั้งแต่เริ่มเกม เน้นในด้านพละกำลังอย่างชัดเจน ซึ่งนั่นส่งผลให้นักเตะมีอาการอ่อนล้าในช่วงท้ายของเกม สุ่มเสี่ยงต่อการโดนทำลายผลการแข่งขันที่ต้องการเป็นอย่างยิ่ง

        ในฤดูกาลต่อมา ทีมได้เน้นการเร่งทำประตูอยู่เช่นเคย แต่ก็จะครองบอลปิดเกมในทันทีที่ได้สกอร์ที่ตัวเองต้องการ มีการเพิ่มความหลากหลายของแผนการเล่นเพื่อรับมือกับทีมที่มีวิธีเล่นแตกต่างกัน รวมทั้งปรับตำแหน่งตัวทำเกมให้ไปอยู่ที่แบ็กทั้งสองข้าง และดึงตำแหน่งของกองหน้าลงมาล้วงบอลต่ำ เพื่อทำให้การประกบตัวของกองหลังคู่แข่งมีการสับสนกันได้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลของทีมตัวเองและคู่แข่ง รวมทั้งจากการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมในตำแหน่งที่ขาดหายไป

        จากการเริ่มต้นเตะลูกหนังกันบนผืนหญ้าเมื่อราว 150 ปีที่แล้ว จนนำมาสู่กีฬาที่มีมูลค่าด้านการตลาดที่สูงมาก ไม่ว่าจะในระดับสโมสรหรือระดับทีมชาติในปัจจุบัน ฟุตบอลผ่านพ้นช่วงเวลาและการเปลี่ยนแปลงมาพอสมควร การเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆ ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์ บ้างก็ว่านี่จะทำให้ความคลาสสิกของฟุตบอลขาดหายไป บ้างก็ว่าการเก็บข้อมูลเหล่านี้ทำลายความสวยงามของเกมลูกหนัง

        แต่สุดท้าย โลกใบนี้ก็ยังคงหมุนต่อไป เช่นกันกับลูกฟุตบอลที่จะยังคงหมุนกลิ้งบนพื้นสนามอยู่ต่อไปเช่นกัน

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กรทอง วิริยะเศวตกุล

“แฟนพันธุ์แท้ระบบสุริยะ คลั่งไคล้ในดวงดาว การเดินทาง และลิเวอร์พูล” —ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารเว็บไซต์อวกาศ SPACETH.CO

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist