ยานอวกาศของ NASA ที่สุดขอบระบบสุริยะกำลังประสบปัญหา และวิศวกรกำลังเร่งแก้ไขอยู่

Scientifica
6 Mar 2020
เรื่องโดย:

กรทอง วิริยะเศวตกุล

ที่ระยะห่างจากโลกราว 18,000 ล้านกิโลเมตร แม้จะเดินทางด้วยความเร็วแสง ก็ยังต้องใช้เวลามากถึง 17 ชั่วโมงด้วยกัน มียานอวกาศอายุมากกว่า 42 ปีลำหนึ่งกำลังพบปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย และวิศวกรจากบนโลกก็กำลังพยายามแก้ไขมันอยู่ ด้วยระยะเวลาที่หน่วงไปถึง 34 ชั่วโมง หรือเกือบๆ 1 วันครึ่ง

        ยานลำนั้นก็คือยานวอยาเจอร์ 2 (Voyager 2) ที่เริ่มออกเดินทางจากโลกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1977 และได้ออกเดินทางไป ‘ทัวร์’ ระบบสุริยะครั้งแรก อันประกอบไปด้วยการบินโฉบผ่านดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ซึ่งในสองดวงหลังนั้นยังไม่เคยมียานลำอื่นที่นอกเหนือจากวอยาเจอร์ 2 ไปสำรวจอีกเลย

        วอยาเจอร์ 2 มียานน้องสาวคือวอยาเจอร์ 1 ที่ออกเดินทางตามหลังไป 14 วัน เหตุผลที่วอยาเจอร์ 2 ได้ออกเดินทางก่อนวอยาเจอร์ 1 นั้นไม่ได้มีอะไรมากเลย เพียงแค่นาซาตั้งชื่อยานตามลำดับการเดินทางไปถึงดาวพฤหัสเท่านั้นเอง ทำให้วอยาเจอร์ 1 ที่แม้จะถูกปล่อยช้ากว่า แต่ถูกส่งไปในวงโคจรที่จะพาไปถึงดาวพฤหัสได้เร็วกว่า จึงได้ชื่อเรียกเป็นลำดับก่อนหน้า

        ภารกิจแรกเริ่มของยานนั้นสิ้นสุดตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว หลังจากยานได้บินผ่านดาวเนปจูนไป ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีการปิดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต่างๆ ไปอย่างเรื่อยๆ ไล่จากอุปกรณ์ถ่ายภาพ อุปกรณ์สำรวจดาราศาสตร์วิทยุ รวมทั้งปรับระบบขับดันจากระบบหลักมาใช้เป็นระบบสำรอง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อประหยัดพลังงานของยาน และยืดอายุการทำงานออกไปให้ได้นานที่สุด

        และด้วยความที่วอยาเจอร์ 2 ถูกส่งให้ออกเดินทางไปในสถานที่ๆ ห่างไกลจากโลกเป็นอย่างมาก ทำให้วิศวกรได้ออกแบบคำสั่งป้องกันข้อผิดพลาด หรือ Fault Protection ไว้สำหรับให้ยานเข้าสู่โหมดป้องกันตนเอง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เพราะอย่างน้อยยานจะถูกส่งเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน และรอให้วิศวกรจากโลกส่งคำสั่งมาแก้ไขได้

        สำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรอบนี้ มาจากเหตุในวันที่ 25 มกราคม 2563 ที่ยานถูกกำหนดให้หมุน 360 องศา เพื่อปรับเทียบค่าของอุปกรณ์สำรวจสนามแม่เหล็ก ทว่ามีความล่าช้าเกิดขึ้นในการสั่งการของระบบภายในงาน ส่งผลให้มีการใช้พลังงานที่มากเกินกว่าความจำเป็น ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีกับยานแน่ๆ จนระบบป้องกันข้อผิดพลาดได้เข้ามาควบคุมโดยอัตโนมัติ และหยุดการปฏิบัติการของอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดลง

        แม้ในวันที่ 28 มกราคม 2563 วิศวกรจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติแล้ว แต่อุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังไม่เริ่มเก็บข้อมูลเพื่อส่งกลับโลก ซึ่งพวกเขาก็ยังต้องคอยปรับแก้และดูการตอบสนองของยานอยู่เรื่อยๆ ที่ก็ต้องรอเวลาตอบสนองทั้งหมดกว่า 34 ชั่วโมงด้วยกัน ทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าต้องรออีกนานเท่าไหร่ก่อนที่ยานจะกลับมาทำงานได้เต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง

        ทั้งนี้ยานวอยาเจอร์ 2 ได้พลังงานมาจากการสลายตัวของกัมมันตภาพรังสีของเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยความร้อนจากไอโซโทปรังสีหรือ RTG ซึ่งพลังงานที่สามารถผลิตได้ก็ค่อยๆ ลดน้อยอยู่ตลอดเวลา ทำให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ในภารกิจนั้นต้องตัดสินใจเลือกปิดการทำงานของอุปกรณ์บางตัวลงไป เช่น ล่าสุดก็มีการปิดฮีตเตอร์ของหนึ่งในอุปกรณ์วิทยาศาสตร์บนยานลง ซึ่งฮีตเตอร์เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญ เนื่องจากในจุดที่ยานวอยาเจอร์เดินทางอยู่นั้นอุณหภูมิมีความหนาวเย็นมาก จนอาจส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์บางตัวได้

        ช่วงชีวิตของวอยาเจอร์ทั้งสองลำนั้นใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว และเชื่อว่าไม่น่าเกิน 5 ปีต่อจากนี้ ทั้งสองลำจะลอยล่องออกไปอย่างโดดเดี่ยวตลอดกาล แต่ตลอดเวลากว่าเกือบครึ่งศตวรรษของวอยาเจอร์ทั้งสอง ก็ได้ช่วยให้เราเข้าใจ เปิดโลก และเรียนรู้ระบบสุริยะของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากการเดินทางไปสู่ ณ สุดขอบที่มนุษย์เคยส่งวัตถุออกไป

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กรทอง วิริยะเศวตกุล

“แฟนพันธุ์แท้ระบบสุริยะ คลั่งไคล้ในดวงดาว การเดินทาง และลิเวอร์พูล” —ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารเว็บไซต์อวกาศ SPACETH.CO

ภาพโดย

erdy

Illustrator