มีนาบ้าคลั่งครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ‘เวลา’ ยิ่งเร่งยิ่งช้า ยิ่งร้อนใจยิ่งยากจะผ่านไป

Soul-ciety
31 Mar 2020
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น

“สิบปีก่อนเข้าใจว่ามวลทำให้เวลาช้าลง แต่ไอน์สไตน์ตระหนักว่าความเร็วก็ทำให้เวลาช้าลงด้วย”

        หนังสือ ‘ความลี้ลับของเวลา’ (The Order of Time)1 ได้เล่าถึงทฤษฎีสัมพันธภาพของเวลาที่ค้นพบโดยไอน์สไตน์ไว้ว่า เวลาจะผ่านไปเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นๆ ที่สัมพัทธ์กับวัตถุอื่นๆ กล่าวคือ วัตถุเคลื่อนที่จะมีช่วงเวลาสั้นกว่าวัตถุที่อยู่นิ่ง เช่น มีการทดลองใช้นาฬิกาความแม่นยำสูงวัดเวลาบนเครื่องบิน ปรากฏว่านาฬิกาบนเครื่องนั้นช้ากว่าเรือนที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งไอน์สไตน์ค้นพบความจริงนี้ก่อนจะมีการทดลองเสียอีก เขารู้มาตลอดว่า สิ่งใดๆ ที่กำลังเคลื่อนที่ไป เวลาจะไหลผ่านช้าลง 

 

March Madness

 

        ยังจำกันได้ไหม ที่เราคร่ำครวญกันว่าทำไมมกราคมปีนี้ถึงผ่านไปอย่างเนิบช้า ยาวนาน เหตุการณ์ร้อนปะทุระอุแต่ต้นปี ตั้งแต่ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่หวั่นๆ กันว่านี่อาจเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่สาม ตามมาด้วยไฟป่าในออสเตรเลียที่ราวกับโลกจะส่งสัญญาณเตือน (แล้วเตือนอีก) ว่าร้อนจนทนไม่ไหว ไหนจะเหตุการณ์ภายในประเทศตั้งแต่ความพยายามวิ่งไล่ ที่สุดท้ายก็ไม่มีใครลุกไปไหน หนำซ้ำยังขับไล่ใครที่ขัดขวางให้ไปทำงานนอกสภา จนนักศึกษาทนไม่ไหวลุกออกจากออนไลน์มาขับเคลื่อนรวมตัวกันในแต่ละรั้วมหา’ลัย

        แต่จนแล้วจนรอดป่านนี้คนหน้าเดิมๆ ก็ยังคงอยู่หน้าจอต่อไป ไม่รู้ว่าหากไม่มีไวรัสโคโรนาเข้ามา เรื่องร้อนที่ผุดขึ้นมาในเดือนกุมภาพันธ์จะเปิดโปง รวมพลังผู้คนให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน หากไม่มี COVID-19 เราจะเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงกันได้มากแค่ไหน หรือเราจะเหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปต่อ ถอดใจกันไปเอง 

        ป่วยการที่จะคิดถึง ‘what-if’ ถ้าโลกไม่เป็นเช่นนั้น ไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อความจริงที่เห็นที่เป็นตรงหน้าคือเดือนมีนาคม 2020 นั้นเปลี่ยนโลกก่อนหน้าไปตลอดกาล

March Madness 

        มีนาคมบ้าคลั่ง ราวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นครั้งก่อนเป็นเพียงสนามจำลอง ‘เรื่องเล่า’ ที่ทำให้เราเลือดร้อนทะเลาะกันไม่จบสิ้นในวันที่ผ่านมา เทียบอะไรไม่ได้เลยกับความจริงที่ว่าสุดท้ายสิ่งที่ทำให้เราล้มลง คุกเข่า สลายการต่อสู้ระหว่างเรา-เขา กลายเป็นพวกเราเผชิญหน้ากับสิ่งเดียวกัน – สิ่งมีชีวิตเล็กเกินกว่าจะเห็นได้ด้วยตา พลังมหาศาลอย่างไวรัส วายร้ายทางชีวภาพที่อย่างน้อยก็ไม่เลือกปฏิบัติ เล่นงานทุกคนอย่างเท่าเทียม 

        วิลเลียม สกายลาร์ก (William Skylark) นักจิตวิทยาและผู้เขียนหนังสือ ‘Time Perception’ กล่าวถึงความเร็วช้าของเวลาว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกรับรู้ หากความเร็วนั้นทำให้เวลาเดินช้าลงในเชิงฟิสิกส์ตามการค้นพบของไอน์สไตน์ ความร้อนรนว้าวุ่นใจก็ทำให้เวลาไหลผ่านช้าทางจิตใจไม่ต่างกัน เช่น ต้นปีที่คนเรามักรู้สึกว่ามกราคมเป็นเดือนที่ยาวนาน นั่นก็เพราะว่ามกราคมเป็นเดือนที่เรามีแผนการอยากทำมากมาย ใจจดจ่ออยู่กับเวลาว่าเมื่อไหร่สิ่งที่ตั้งเป้าไว้จะเกิดขึ้น จดจ่อกับมันเสียจนเวลาไม่ผ่านไปเสียที

        แต่มกราคมเนิ่นนานเท่าไหร่ ก็ดูจะเทียบไม่ได้เลยกับเดือนมีนาคมนี้ เมื่อไวรัสโคโรนาที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ภาพที่เมืองถูกปิดกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คนออกมายืนที่ระเบียงหน้าต่าง ส่งเสียงร้อง ‘อู่ฮั่นเจียโหยว’ (อู่ฮั่นสู้ๆ) ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เราจะกลายเป็นคนนั้นที่ต้องออกมาให้กำลังใจกันเสียเอง ใครจะไปคิดว่าโรคระบาดจากเมืองหนึ่งจะถูกประกาศให้กลายเป็นโรคระบาดใหญ่ติดกันไปทั่วโลก ล้มกระดานตลาดหุ้น หยุดการปะทะทางการเมือง ตลอดจนกอบกู้ธรรมชาติจากมลพิษที่รณรงค์โลกร้อนกันแทบตาย กลับกลายเป็นไวรัสที่สั่งให้มนุษย์ไป ‘พักก่อน’ ได้

        การหยุดชะงัก ถูกสั่งพักกะทันหันที่ปรับตัวกันไม่ทัน งงงวยว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไร การไม่รู้คำตอบ คาดการณ์ไม่ได้ที่ทำให้มนุษย์ว้าวุ่นใจ เฝ้าถามว่าเมื่อไหร่สิ่งนี้จะผ่านพ้นไป และยิ่งร้อนรนเท่าไหร่ เวลาก็ดูจะยิ่งถ่างมีนาคมให้เนิ่นนานกว่าเคย

March Madness

        “ตลอดกาลนั้นนานแค่ไหนนะ?”

        “บางครั้งก็แค่นาที”

        กระต่ายขาวตอบอลิซ เจ้าหนูจำไมในแดนมหัศจรรย์กล่าวไว้เช่นนี้ 

 
        ในวันที่ความฝัน ความทะเยอทะยานต้องถูกค้างแช่แข็งไว้ เวลาหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวราวนิรันดร์ ตรงกันข้ามกับเวลาก่อนหน้านี้ที่เราต่างเสรี อยากทำอะไรก็ทำ อยากเดินทางไกลไปไหนก็ไป อยากกินทิ้งกินขว้างล้างผลาญเท่าไหร่ก็ได้ เวลาที่ความอยากมี อยากทำไม่สิ้นสุดนั้น เวลากลับสั้นไม่เคยเพียงพอจะสนองตอบความอยาก ทำมากเท่าไหร่ มีมากเท่าไหร่ ก็ไม่เคยรู้สึกพอ

        “ในทางฟิสิกส์ เวลาที่บ่งชี้ได้โดยใช้นาฬิกาเฉพาะวัดปรากฏการณ์เฉพาะจะเรียกว่า ‘เวลาที่เหมาะสม’ (proper time) นาฬิกาทุกเรือนมีเวลาที่เหมาะสม คือจังหวะของตัวมันเอง”

        แม้เราจะปรารถนาให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้นหรือช้าลงเท่าไหร่ แต่เวลาล้วนมีจังหวะของมันเอง เหตุการณ์ต่างๆ ล้วนมีกาลที่เหมาะสมในการเกิดของมันเอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเร็วไป ไม่มีอะไรผ่านพ้นช้าไป มีเพียงสิ่งที่กำลังดำเนินไปอยูในขณะนี้ 

        ในแง่นี้นั้น ความพยายามที่จะเร่งเวลาทุกข์โศกให้ผ่านพ้นไปเร็ว หรือชะลอความสุขแสนหวานให้ตราตรึงชั่วกาลย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ด้วยตัวมันเอง เมื่อมันเป็นการกระทำที่ขัดแย้งจากความจริงธรรมชาติโดยสิ้นเชิง 

        “เราคือความทรงจำ เราคือการถวิลหาอดีต เราปรารถนาอนาคตที่จะไม่มาถึง พื้นที่โล่งเปิดกว้างขึ้นจากความทรงจำและการรอคอยนี้เองที่คือเวลา บางครั้งก็ก่อให้เกิดความรวดร้าวทรมาน ทว่าในท้ายที่สุดจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่”

         มีนาคมเนิบช้า ยาวนาน การระบาดที่เกิดขึ้นอาจเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ของขวัญจากวันเวลาที่ทำให้เราได้หยุดเงียบ สะท้อนฟังเสียงจากธรรมชาติที่กระซิบบอกหลายต่อหลายครั้งว่าที่ผ่านมาเราเร็วกันเกินไป เร็วกันเกินไปมาก ได้เวลากลับมาช้าลง ช้าลงเสียที ช้าจนเห็นชีวิตอื่นที่เดินอยู่รอบข้าง ช้าจนได้ฟังเสียงข้างในตัวเองบ้าง ว่าวันเวลาที่ผ่านมาเราทำอะไร และอยากใช้เวลาที่เหลือหลังจากนี้ไปเพื่อสิ่งใด

 

        “ฉันโชคดีอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน ที่ได้พบเห็นภาพโลกในการดำรงอยู่ของฉัน ไม่ใช่ในชั่วขณะใดขณะหนึ่ง ทว่าเห็นการดำรงอยู่ของฉัน ‘ในฐานะองค์รวม’ ทั้งหมด ฉันสามารถเปรียบเทียบธรรมชาติอันจำกัดในเรื่องพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคัดค้าน กับธรรมชาติอันจำกัดในเวลา ซึ่งกลับเป็นเรื่องที่ทำให้คนจำนวนมากโกรธเกรี้ยว”

        แนวคิด ‘เอกภพทรงกล่อง’ (block universe) ในทางฟิสิกส์ว่าไว้ว่ามันช่างไร้เหตุผลที่จะแยกอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต เมื่อทุกอุบัติกาลในเอกภพนี้ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมด ในแง่นี้นั้น สิ่งที่ปะทุขึ้นมาในปัจจุบันล้วนเป็นผลรวมของการกระทำในอดีต และในแง่นี้นั้น ใดๆ ก็ตามที่เราทำในวันนี้ก็จะกำหนดอนาคต

        และหากเป็นเช่นนั้น ก็คงเป็นไปตามดั่งที่ ยูวาล โนอาห์ ฮาลารี ผู้เขียน ‘Sapiens’ ตอบความสงสัยที่หลายคนเฝ้าถามเขาว่าเมื่อไหร่วิกฤตร้ายครั้งนี้จะผ่านพ้นไป และมนุษยชาติจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ยูวาลกล่าวตอบไว้ว่า

        “สุดท้ายแล้วพายุนี้จะผ่านไป แต่การตัดสินใจที่เราเลือกในวันนี้จะกำหนดชีวิตเราต่อไปอีกหลายปี”2

        เมื่อมองในแง่นี้ ความรู้สึกโชคร้ายที่เกิดมาในยุคนี้ ยุคที่มีแต่มีโรคระบาด สังคมเจ็บป่วยเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี แท้จริงนั้นอาจเป็นความ ‘โชคดีอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน ที่ได้พบเห็นภาพโลกในการดำรงอยู่ของฉัน’ ได้เห็นความสัมพันธ์ของอดีตที่เผยให้เห็นอยู่ตรงหน้า และได้เห็นว่าเราล้วนมีความสามารถในการที่จะออกแบบอนาคตทั้งหมดด้วยการกระทำในตอนนี้ เวลานี้ ชีวิตนี้ที่เรามี 

 


อ้างอิง:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต