Start with Style EP.16: ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำชีวิตตัวเอง เพื่อส่งต่อจิตสาธารณะให้กับสังคม

Start with Style
16 Jul 2021
เรื่องโดย:

ฐาดิณี รัชชระเสวี

ช่วงวิกฤตเป็นช่วงที่จิตใจเราต้องเข้มแข็ง ดิฉันเป็นหนึ่งคนที่พบกับวิกฤตและยังต้องฝึกตัวเองทุกวัน Start with Style ตอนนี้ ดิฉันจึงอยากมาขอแบ่งปันเรื่องการลุกขึ้นมาเป็นผู้นำทางให้ชีวิตตัวเอง เพราะหลังจากค่อยๆ ฝึกเรื่องนี้ ดิฉันพบว่ามันทำให้เรามีจิตสาธารณะที่จะทำเพื่อคนอื่นโดยอัตโนมัติ เพราะจิตสาธารณะที่จะส่งผลที่ดีต่อคนอื่นมากที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อเราจัดการตัวเองได้เป็นอย่างดี

        ตอนที่อายุน้อยกว่านี้สักสิบปี ดิฉันเป็นหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตตามกระแสสังคม เรียกได้ว่ามีสังคมเป็นผู้นำทาง ดิฉันพบว่าหลายๆ ครั้งที่เราทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดมาจากความต้องการของตัวเอง แต่อาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องทำเพราะกระแสสังคม เราจะรู้ว่าชีวิตเราดำรงอยู่อย่างมั่นคงหรือยัง ก็เป็นช่วงที่เกิดวิกฤต เราจะเช็กได้ว่าเรามีจิตที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นไหมก็ในช่วงวิกฤต ยิ่งฝ่าวิกฤตหนักๆ ดิฉันพบว่าการจะมีจิตสาธารณะจะต้องเกิดตอนเรารู้สึกมั่นคง รู้สึกนะคะ ไม่ใช่สถานการณ์ หมายความว่าการฝึกตัวเองให้เข้มแข็งและสู้กับวิกฤตด้วยหัวใจที่หนักแน่น ต่อให้วิกฤตยังไม่พ้นไป แต่เราจะเผชิญหน้าเรื่องเหล่านั้นอย่างมั่นคงและพร้อมจะส่งต่อสู่ผู้อื่นด้วยความรู้สึกเดียวกัน

        ในบทความนี้ ดิฉันจึงขอแชร์เรื่องของการกลับมาฝึกตัวเอง วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้นำองค์กรหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกทำกัน บิล เกตส์ สร้างมูลนิธิเพื่อช่วยเรื่องสุขภาพและความยากจนให้กับคนทั่วโลก มหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ เพิ่งบริจาคเงิน 4.1 พันล้านเหรียญฯ ให้กับมูลนิธิที่เขาเป็นกรรมการอยู่ถึง 5 มูลนิธิ (หลังจากขอถอนตัวออกจากมูลนิธิของ บิล เกตส์) ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ถ้าคุณลองไปเสิร์ชรายชื่อของกรรมการหรือที่ปรึกษามูลนิธิต่างๆ ทั่วโลก จะพบว่ามีรายชื่อของผู้บริหารและมหาเศรษฐีหลายๆ คนรวมอยู่ในนั้นด้วย ที่น่าสนใจคือ คนเหล่านี้ไม่ได้เริ่มจาก 100 นะคะ หลายๆ คนเริ่มจากติดลบ หลายๆ คนล้มลงไปไม่รู้กี่ครั้ง ต้องเจอกับวิกฤตไม่รู้กี่หน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาผงาดและลุกขึ้นมาเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ได้ นั่นคือพวกเขาฝึกตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะยืนหยัด ทำในส่วนของตัวเองให้ดี (มาก) และเมื่ออิ่มเต็มในตัวเองก็สามารถส่งสิ่งที่พวกเขามี ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ ความรู้และเงินให้กับคนอื่นได้ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะบอกว่าท้อแท้ กว่าเราจะเติบโตและยิ่งใหญ่เท่าเขาเหล่านั้น อาจจะไม่เหลือที่ยืนให้ตัวเองแล้วก็ได้ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตแบบนี้ที่เราต้องช่วยกัน อย่าเพิ่งท้อแท้ใจไปค่ะ 

Start with Style

        ข่าวดีก็คือ เราสามารถสู้วิกฤตของตัวเองและเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ให้ไปพร้อมๆ กันได้ ถ้าวันนี้เรายังไม่มีเงินหมื่นล้านเท่ากับมิสเตอร์บัฟเฟตต์ เราก็สามารถให้เท่าที่เรามี เพราะการให้เรื่องเงินไม่ใช่แก่นสำคัญเท่ากับการฝึกตัวเองให้มีหัวใจของการให้และเมื่อเราฝึกมากขึ้นๆ เราจะตระหนักรู้โดยอัตโนมัติว่าเราต้องทำอะไร ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือคนที่ยากลำบาก แต่เป็นการตระหนักรู้ในทุกเรื่องและหลีกเลี่ยงที่จะทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกด้วย

        วิธีการที่เราจะเริ่มฝึกตัวเองให้มีจิตสาธารณะคือให้หันกลับมาโฟกัสที่ชีวิตตัวเอง สำรวจว่าเรากำลังมีเรื่องอะไรที่ต้องทำ เรียงลำดับความสำคัญ ฝึกตัวเองให้มีความเป็นผู้นำของชีวิตตัวเอง หรือจะเริ่มจากขั้นตอนต่างๆ แบบนี้ก็ได้นะคะ

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

        ใครสักคนเคยพูดไว้ว่า เป้าหมายที่ไม่ได้ลงมือทำก็เป็นเพียงแค่ฝันกลางวัน เวลาพูดถึงเป้าหมาย เรามักจะนึกถึงอะไรที่ยิ่งใหญ่และใช้ความพยายาม แต่เป้าหมายจริงๆ แล้ว มีทั้งใหญ่และเล็ก ง่ายและยาก สิ่งสำคัญคือการทำตามแผนอย่างต่อเนื่องต่างหาก ถ้ายากไปก็ปรับแผน ถ้าง่ายไปก็ทำให้เสร็จเร็วๆ จะได้ดื่มด่ำกับการฉลองความสำเร็จของตัวเอง การตั้งใจโฟกัสและลงมือทำตามเป้าหมายของตัวเองจะทำให้เราเกิดความมั่นคงของตัวเองทุกวัน และนั่นคือสิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถส่งต่อความรู้สึกมั่นคงนั้นให้กับคนอื่นเช่นกัน

ให้ความสำคัญกับทุกการตัดสินใจ

        เป็นไหมคะ บางครั้งเราตัดสินใจบนความรู้สึกลบๆ หรือใช้อารมณ์เป็นหลัก ทำให้เกิดความไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจ การที่เราจะลุกขึ้นมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในชีวิตตัวเอง เราต้องเลือกตัดสินใจให้เด็ดขาด หมายความว่าในทุกขั้นตอนการตัดสินใจต้องใช้ความเป็นเหตุเป็นผลมาเป็นตัวนำ เขียนข้อดีข้อเสียของทางเลือกแต่ละทางออกมาอย่างละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจ  วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถฝึกความแม่นยำและมั่นคงในตัวเองได้อีกหนึ่งทาง

Start with Style

หาคอนเซปต์หรือความหมายของการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง

        เราจะทำเพื่อผู้อื่นได้ เมื่อเราเจอความหมายของชีวิต ยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ไกลตัว แต่อาจจะเป็นเรื่องบางอยากที่พัฒนาจากงานหรือกิจกรรมที่คุณถนัด ตั้งแต่ทำอาหารไปจนถึงงานศิลปะ หรือการวางระบบจัดการงานต่างๆ หมกมุ่นในสิ่งที่เรารัก ฝึกจนเชี่ยวชาญ ความหมายในชีวิตอาจจะไม่ได้มาในวันสองวัน แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อไหร่ที่หาเจอ คุณจะมีความสุขกับทุกวันของชีวิต และใช้ตัวตนตรงนั้นในการช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างเต็มที่ที่สุด

ฝึกจิตสาธารณะทุกวันด้วยการทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่

        ช่วยเหลือคนอื่นมากเท่าที่เราจะช่วยได้ ส่งน้ำใจออกไปให้ทั่วในทุกวันที่ตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ กับสิ่งที่เจอในชีวิต การช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ แยกขยะเท่าที่ทำได้ หลีกเลี่ยงการสร้างขยะ บริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือซื้ออาหารให้คนที่ต้องการ ในหนังสือ Atomic Habits พูดถึงการฝึกฝนโดยเริ่มจาการสร้างนิสัยที่ดีให้กับตัวเองทีละเล็กทีละน้อยทุกวัน จะทำให้เราก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ตัว

Start with Style

ปิดเสียงวิจารณ์ลบๆ ทั้งในหัวตัวเองและของผู้อื่น

        การเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่คือต้องเชื่อในตัวเอง และแน่นอนว่าเสียงวิจารณ์ที่ดังที่สุดมักจะมาจากตัวเราเสมอ ไม่ว่าจะวิจารณ์คนอื่นหรือวิจารณ์ตัวเอง การฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีหัวใจยิ่งใหญ่ เราจะต้องเรียนรู้ที่จะปิดเสียงวิจารณ์เหล่านั้น แล้วโฟกัสไปสู่เป้าหมายที่วางไว้และลงมือทำเท่านั้น การฝึกปิดเสียงวิจารณ์หรือคำพูดลบๆ จะช่วยให้เรามีกำลังใจในการเดินหน้าฝึกตัวเองต่อ และเมื่อถึงเวลาเราก็จะสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

        5 ข้อที่ดูเหมือนง่าย แต่ต้องลงรายละเอียดในการทำ เป็นหนทางเดินของนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ของโลกหลายๆ คน ดิฉันเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำ เราจะได้พบกับตัวตนอีกหนึ่งคนของเรา ที่เราจะเคารพตัวเองมากๆ และจะเผื่อแผ่ไปสู่ผู้อื่นอย่างจริงใจ แผ่ขยายจิตสาธารณะออกไปอย่างมั่นคง ในช่วงเวลาที่หนักๆ แบบนี้ ไม่อยากบอกอะไรมาก นอกจากเชิญชวนว่า มาฝึกไปด้วยกันนะคะ

Start with Style


ภาพ: Unsplash, Getty Images

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐาดิณี รัชชระเสวี

Personal Style Consultant ที่เชื่อในพลังของการพัฒนาตัวเอง