Start with Style EP.5: เยียวยาใจตัวเองง่ายๆ เพียงแค่ลุกขึ้นมาแต่งตัว

Start with Style
29 Apr 2021
เรื่องโดย:

ฐาดิณี รัชชระเสวี

“ในช่วงที่รู้สึกจิตตก เราจะใช้การแต่งตัวช่วยในการบำบัดหรือเยียวยาตัวเองได้อย่างไรบ้าง”

        ดิฉันขอบอกว่าดิฉันเข้าใจคำถามนี้อย่างที่สุดเลยค่ะ และคิดว่าใครหลายๆ คนที่อ่านอยู่อาจจะกำลังอยู่ในความรู้สึกอึมครึมทางจิตใจ เพราะความกดดันและความเครียดที่แฝงตัวมาในรูปแบบของโรคที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและใกล้ตัวเข้ามาทุกที ไหนจะความกดดันเรื่องหน้าที่การงาน ธุรกิจที่ช่วงนี้ก็ค่อนข้างชะงักไม่ก็หนักหนาสาหัสไปเลย และด้วยสถานการณ์แบบนี้ หลายๆ คนก็อาจจะหมดอารมณ์ที่จะอยากแต่งตัวสวยๆ เพราะอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่เป็นกันไหมคะ ยิ่งเราเห็นตัวเองในชุดอยู่บ้านสบายๆ มากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกมั่นคงในตัวก็ดูเหมือนว่าจะลดน้อยลงทุกที

        ในเว็บไซต์ชื่อ goodtherapy.org ได้อ้างถึงผลวิจัยที่กล่าวว่าบอกว่าคนเราเวลารู้สึกหดหู่ โดยเฉพาะผู้หญิง เวลาแต่งตัวจะอยากใส่อะไรที่สบายๆ เช่น กางเกงยีนส์ทรงหลวม กางเกงวอร์ม ขาสั้นหรือเสื้อยืด ในขณะที่ถ้าพวกเธออยู่ในช่วงที่รู้สึกสบายใจหรือมีความสุข พวกเธอจะใส่ชุดที่ตัวเองชอบ เครื่องประดับแบบจัดเต็ม (ในสไตล์ของตัวเอง) จากงานวิจัยนี้ ทำให้เราวิเคราะห์คร่าวๆ ได้ว่าการแต่งตัวนั้น แม้จะเป็นเรื่องภายนอก แต่ก็มีส่วนอย่างมากที่จะสะท้อนถึงภายในของเราเช่นกัน ในเชิง Personal Style การแต่งตัวคือสิ่งที่สะท้อนมุมมองที่เรามองตัวเอง เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกไม่มั่นคง เราก็จะสะท้อนความรู้สึกนั้นผ่านท่าทางคำพูด รวมถึงการแสดงออก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการเลือกนำเสนอตัวตนของเรานั่นเองค่ะ ซึ่งข่าวดีก็คือ ไม่ว่าสภาวะภายในเราจะเป็นยังไง เราสามารถใช้สติในการเลือกกำหนดภาพลักษณ์ภายนอกเพื่อใช้ในการเยียวยาตัวเองแบบง่ายๆ ได้เช่นเดียวกัน

        เมื่อก่อน ตอนที่ดิฉันยังทำงานด้านแฟชั่น ดิฉันมีความกดดันเรื่องการแต่งตัวค่อนข้างมาก ด้วยความที่เป็นคน คิดเยอะ และในความคิดเยอะนั้นทำให้เราเกิดความกังวลอยู่เรื่อยๆ ดิฉันจำได้ว่าเมื่อไหร่ที่รู้สึกกังวลหรือ เครียด ดิฉันมักจะให้โจทย์กับตัวเองว่า ทุกครั้งที่ออกจากบ้านจะต้องแต่งตัวสวย คำว่าสวยในที่นี้หมายถึง ‘หนึ่งชิ้นสวย’ อะไรก็ได้ แต่ต้องมีหนึ่งชิ้นบนร่างกายที่สวย ซึ่งดิฉันก็จะเลือกเป็นกระโปรง หรือต่างหู เพราะเป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับชิ้นที่ใส่แล้วมั่นใจมากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อเสื้อผ้าเราสวย เราก็จะรู้สึกดีขึ้นทันทีที่เห็น ตัวเองในกระจกตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งหน้าด้วยซ้ำ ขอบอกว่ามันเวิร์กมากๆ เพราะเมื่อเราได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันที่เราชอบ ท่าทางของเราจะเปลี่ยน มุมมองต่อตัวเองก็จะเปลี่ยน ที่สำคัญ action หรือการกระทำเราก็เปลี่ยนด้วยเช่นกัน การแต่งตัวเป็น Non-Verbal Communication หรือการสื่อสารแบบไม่ต้องใช้คำพูด เสื้อผ้าจึงเป็นหนึ่งในคำพูดที่เราสามารถสื่อสารออกไป ลองนึกถึงกางเกงยีนส์ขาดๆ หนึ่งตัว เราได้รับข้อความอะไรจากกางเกงยีนส์ตัวนั้นบ้างคะ = สบายๆ ชิลๆ เซอร์ ในขณะที่ถ้าเราพูดถึงสูทเนี้ยบๆ สักตัว เราจะนึกถึง = ความเนี้ยบ ความเป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้ในสิ่ง นี้ เราจึงใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือในการยกระดับความสุขของเราได้ง่ายขึ้น และเมื่อคุณได้ทำ คุณจะพบว่า นอกจากมุมมองที่เรามีต่อเสื้อผ้าจะเปลี่ยนไปแล้ว มุมมองในการมองตัวเองก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

        ใครที่กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ หรืออยากทดลองทำดู ดิฉันมีขั้นตอนง่ายๆ มาให้ทำไปพร้อมๆ กัน เป็นวิธีการที่ดิฉันทำ มาแล้ว และเห็นผลมากๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เราเครียดๆ อย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ค่ะ

Start with Style

        เวลาที่รู้ตัวว่ากำลังรู้สึกหดหู่ ให้เปลี่ยนท่าทางในทันที: ไม่ว่าคุณจะนั่ง ยืน หรือนอนอยู่ในท่าไหน ให้เปลี่ยนท่าทันที ในเชิงจิตวิทยาเรียกว่า Break State ลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เราไม่จมลงอยู่กับความรู้สึกตรงนี้ เช่น กระโดด เดินไปมา หรือแม้กระทั่งลุกขึ้นมาเปลี่ยนท่า ลองค่อยๆ ให้ตัวเองนึกถึงความรู้สึกตอนที่เรารู้สึกดีกับตัวเอง ตอนที่เรามีความสุข เรายืนแบบไหน นั่งแบบไหน เดินแบบไหน ทุกครั้งที่รู้สึกแย่ๆ ให้เปลี่ยน ท่าทางโดยทันที ทำแบบนี้ให้ตัวเองรู้สุกคุ้นเคย เพราะแรกๆ จะหนืดๆ หน่อยค่ะ ความรู้สึกไม่อยากทำมันเยอะ กว่า แต่ลองทำดูสักครั้งสองครั้งจะติดใจนะคะ เพราะเป็นการทำให้เราออกจากความรู้สึกแย่ๆ โดยทันที ไม่ต้องใช้การบิลด์พลังใดๆ เลย

        สังเกตและเริ่มเปลี่ยนเสียงในหัว: เมื่อก่อนดิฉันไม่เคยสังเกตเลยว่าคำพูดในหัวที่เราเพียรพูดกับตัวเองนั้น มันมีผลต่ออารมณ์ลบๆ ขนาดไหน จนดิฉันได้มีโอกาสได้เรียนเรื่องการพัฒนาตัวเอง หลังจากได้ทำการสังเกตตัวเองมาหลายปี ดิฉันพบว่า สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นอัตโนมัติคือคำพูดเชิงลบ เช่น เบื่อ ขี้เกียจ เซ็ง หรือความกังวล ทั้งหลายที่เข้ามา ยิ่งบิลด์ ยิ่งใหญ่โต และจะส่งผลไปข้อก่อนหน้านี้คือท่าทีและท่าทางของเรา เพราะฉะนั้น ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ เมื่อไหร่ที่กำลังได้ยินเสียงในเชิงลบ ให้ลุกขึ้นมานั่งลิสต์เลยว่า เรามีวิธีไหนที่จะ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ้าง การลิสต์ออกมาทำให้เราได้เอาปัญหาออกจากสมอง แม้ทางแก้ไขนั้นจะใช้ได้ หรือไม่ได้ก็ตาม แต่การดึงความเครียดและเปลี่ยนเสียงในหัวเป็นคำพูดดีๆ จะช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเองได้ มากขึ้นเช่นกัน

Start with Style

        ค้นตู้: ใช้โอกาสนี้ในการที่จะเชื่อมโยงความรู้สึกตัวเองกับเสื้อผ้าที่มีอยู่จริงสักครั้ง ในชีวิตเราส่วนใหญ่ เวลาต้องแต่งตัวออกจากบ้าน เรามักจะเลือกจากกาละเทศะ หรือว่าโอกาส รวมถึงบุคคลที่เราต้องไปพบเจอ ในแต่ละวัน ตั้งแต่เรื่องงาน ถึงเรื่องส่วนตัว ดิฉันอยากเชิญชวนให้ใช้โอกาสของการหยุดอยู่บ้าน ค้นตู้เสื้อผ้า ที่เรามี เลือกเสื้อผ้ามาแต่ละชิ้นที่ส่งผลต่อความรู้สึกเราจริงๆ เช่น ชอบมากๆ อยากใส่มากๆ เหมือนที่ มาริเอะ คนโดะให้คำนิยาม ‘Spark Joy’ ว่าเป็นเสื้อผ้าที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข ดิฉันขอเสริมว่า เราอาจจะไม่ได้รู้สึก Spark Joy ตั้งแต่หยิบขึ้นมา แต่ขอให้ได้ลองค่ะ ลองเพื่อให้รู้ว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนที่เราใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเอง โดยไม่ต้องคำนึงถึงกาละเทศะ โอกาส หรือผู้คนที่เราจะไปพบเจอ แต่ให้ถามตัวเองเลยว่าถ้าไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย เสื้อผ้าชิ้นไหนที่เราจะหยิบมาใส่ แล้วเสื้อผ้าชิ้นนั้นทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองหรือทำให้เรารู้สึกมีความสุขอย่างไรบ้าง รวมถึง ถ้าเอาไปแมตช์กับอะไรจะทำให้เรา Spark Joy มากกว่าเดิม ถ่ายรูปไว้ ส่องกระจก อยู่กับชุดนั้นนานๆ จำความรู้สึกนั้นไว้และทุกครั้งที่รู้สึกไม่มั่นใจในการแต่งตัว ให้ใช้ความรู้สึกนี้ในการเลือกเสื้อผ้ามาใส่ในแต่ละวัน จะช่วยให้รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นได้ค่ะ

Start with Style

        ทิ้ง: โหดนิดหนึ่งค่ะ แต่ทำเถอะ โดยเฉพาะในช่วงที่รู้สึกหดหู่ มีลูกค้าของดิฉันหลายๆ ท่านที่มีเสื้อผ้าเต็มตู้แต่ไม่กล้าทิ้งค่ะ เพราะว่ารู้สึกเสียดาย ในช่วงเวลานี้ ดิฉันขออนุญาตแนะนำว่านอกจากเราจะเลือกเก็บเสื้อผ้าที่เราใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเองแล้ว เราควรจะทิ้งตัวที่ไม่เวิร์กแล้วออกไป ไม่ว่าเราจะกำจัดหรือทิ้งด้วยวิธีใดก็ตาม คำว่าไม่เวิร์กอาจจะหมายถึงเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เราไม่หยิบมาใส่ เพราะไม่มั่นใจหรือเบื่อแล้ว เสื้อผ้าที่เราใส่บ่อยจนเก่า เสื้อผ้าที่สภาพไม่เหมือนเดิม เช่น มีรอยเปื้อน ขาด หรือมีความย้วย การกำจัดเสื้อผ้าเหล่านี้ออกจากตู้เป็นวิธีการเดียวกับที่เราจะกำจัดความรู้สึกลบๆ ออกจากจิตใจ มากไปกว่าการกำจัดเสื้อผ้าเก่าๆ ออกไป ด้วยการให้ เช่น บริจาคก็จะยิ่งยกระดับความรู้สึกดีรวมถึงความเคารพตัวเองของเราให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

        วางแผนและออกแบบสไตล์ให้กับตัวเอง: อย่าเพิ่งลิงก์คำว่าสไตล์กับแฟชั่นนะคะ สไตล์คือเรื่องส่วนบุคคลที่เราทุกคนมีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าคุณทำตามขั้นตอนมาทั้งหมด คุณจะเห็นภาพค่อนข้างชัดแล้วค่ะว่าสไตล์เสื้อผ้าในตู้เราคืออะไร สิ่งที่เราอาจจะยังไม่เคยได้คิดต่อคือ แล้วสไตล์แบบไหนล่ะที่เราอยากได้จริงๆ สไตล์แบบไหนที่สามารถนำเสนอตัวตนของเรา ทำให้เราได้เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุดแล้วส่งต่อแรง บันดาลใจให้คนอื่นได้ คนเราไม่ต้องทำสิ่งใหญ่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แต่การทำตัวเองให้ดูดี มีชีวิต ก็สามา รถทำให้คนใกล้ชิดรู้สึกดีไปด้วยเช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้น จงดึงพลังในตัวเองกลับมา ใช้การแต่งตัวสร้างพลังให้ กับตัวเองในทุกๆ วัน ออกแบบคาแรกเตอร์หรือบุคลิกภาพที่เราต้องการนำเสนอ แล้วเลือกกลุ่มเสื้อผ้าที่เชื่อม โยงกับคาแรกเตอร์หรือบุคลิกภาพนั้น แม้ไม่ต้องออกไปไหน หรือไม่ได้เจอใครเป็นพิเศษในช่วงนี้ แต่ก็ถือว่าถ้า เราใช้เวลาสั้นๆที่ยังไม่ต้องออกไปไหน มาออกแบบสไตล์หรือการแต่งกายให้ตัวเอง ก็จะทำให้เราได้ความ ชัดเจนและได้ฝึกปรือฝีมือในการแต่งตัวไปพร้อมๆ กัน

Start with Style

        วิธีเหล่านี้ บางวิธีอาจจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในทันที บางวิธีต้องใช้เวลา แต่เชื่อเถอะค่ะว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี่คือ การเยียวยาตัวเองที่ง่ายที่สุดและทำได้เลยทันที ทำแล้วรู้สึกดีขึ้นแน่นอนค่ะ

        ขอให้เราทุกคนผ่านทุกความรู้สึกแย่ๆ ไปได้อย่างสวยงามและมั่นคงนะคะ


ภาพ: Getty Images

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐาดิณี รัชชระเสวี

Personal Style Consultant ที่เชื่อในพลังของการพัฒนาตัวเอง