Start with Style EP.14: ขั้นตอนดูแล (ใจ) ตัวเอง เมื่อใดที่ตัวเองเข้มแข็ง ก็ไม่มีปัญหาไหนใหญ่สู้หัวใจดวงเล็กๆ ที่เต้นอยู่ในตัวเราได้

Start with Style
1 Jul 2021
เรื่องโดย:

ฐาดิณี รัชชระเสวี

ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังรู้สึกอึมครึม เดือนนี้ดิฉันขอข้ามผ่านเรื่องความสวยความงามมาพูดถึงการดูแลตัวเองกันบ้าง และการดูแลตัวเองในที่นี้เป็นการดูแลตัวเองจากภายในให้รู้สึกมีความมั่นคง เพราะเมื่อข้างในมั่นคง ก็จะส่งพลังความมั่นใจสู่ภายนอกได้ค่ะ

        ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากมหกรรมโควิด-19 คอร์สหลายๆ คอร์สที่จองไว้ถูกยกเลิก หนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ดิฉันเอาเงินเก็บมาใช้จนบอกได้เลยว่าเกือบจะเหือดแห้งหมดตัว ในช่วงแรกก็พอจะชิลอยู่ ว่าเรายังมีงานบางงานที่ยังเป็นฐานรายได้เล็กๆ ที่มาจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่พอเริ่มถูกยกเลิกงานเรื่อยๆ ความรู้สึกหนักอึ้งก็ค่อยๆ กัดกินหัวใจโดยไม่รู้ตัว ด้วยความที่ดิฉันเรียนด้านโค้ชชิ่งและการพัฒนาตัวเอง ดิฉันถูกฝึกมาเยอะพอสมควร ในการที่เราจะมองหาหนทางในการแก้ปัญหามากกว่าจมอยู่กับมัน แต่เชื่อไหมคะว่า ไม่ว่าเราจะฝึกตัวเองมาแค่ไหน เมื่อถึงเวลาจวนตัวหรือสติหลุด เราจะปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความทุกข์อันบีบคั้นทันที นอกจากนั้นแล้ว การถูกบอกปฏิเสธอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่ายังจัดคลาสไม่ได้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ดิฉันจะรู้สึกสูญเสียความมั่นคงในตัวเองทีละนิดๆ โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ดิฉันเริ่มทิ้งตัวและพยายามปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม คิดเสียว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป แต่มันไม่ผ่านน่ะสิคะ ยิ่งนับวัน ความหวังของการได้กลับมาสอนองค์กรและคลาสใหญ่ก็ลดน้อยลงทุกที แถมสิ่งที่ดิฉันสอน คนเรียนก็อยากมาเจอตัวมากกว่าเรียนออนไลน์ หลังจากพยายามและพยายามจะขายตัวต่อตัวมาหลายเดือน (ได้ยอด 2 คนถ้วน…) ดิฉันก็เริ่มท้อ ดิฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรามาถูกทางแล้วจริงหรือ นี่คืออาชีพที่เรารักจริงๆ ใช่ไหม ทำไมงานสอนของเราจึงดูไม่มีคุณค่าเลยในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ยิ่งคิดก็ยิ่งงง ยิ่งงงก็ยิ่งเสียเซลฟ์ แถมยังอยู่บ้านเกือบตลอดเวลาา ยิ่งรู้สึกว่าทำไมมันช่างหดหู่เหลือเกิน

Start with Style 14

        ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกลังเลสงสัยในตัวเองหรือเหนื่อยกับการต้องฮึดขึ้นมาหลายครั้งต่อหลายครั้งจะไม่รู้จะเอาแรงจากไหนมาฮึดแล้ว ดิฉันอยากจะบีบมือ (ผ่านหน้าจอ) และขอบอกคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหาของเราทุกคนใหญ่ไม่เท่ากันก็จริง แต่ปัญหาของเราทุกคนใหญ่สำหรับตัวเราเสมอ แต่ทราบไหมคะ ว่าไม่ว่าปัญหาจะใหญ่แค่ไหน ไม่มีปัญหาไหนใหญ่สู้หัวใจดวงเล็กๆ ที่เต้นอยู่ในตัวเราได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่หัวใจเรายังเต้น เมื่อนั้นเรายังมีโอกาสที่จะแก้ทุกปัญหาและทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น

        ช่วงปีที่แล้ว สามีดิฉันทำมิวสิกวิดีโอเพลงเพลงหนึ่ง เขาต้องไปสัมภาษณ์คนมากมายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บางคนเปลี่ยนอาชีพ จากอาชีพที่เคยรู้สึกว่ามั่นคง กลายมาทำอาชีพใหม่ที่ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่นับศูนย์ บางคนต้องให้ลูกออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงินส่ง บางคนหางานใหม่ไม่ได้จริงๆ จนต้องมาขับรถมอเตอร์ไซค์ส่งของในวัยที่มองหน้าจอโทรศัพท์ไม่ชัดแล้วด้วยซ้ำ หลังจากดิฉันได้ดูมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ดิฉันรู้สึกว่า หัวใจนักสู้ในตัวของมนุษย์เรามันยิ่งใหญ่เหลือเกิน ถ้าคนคนหนึ่งเลือกที่จะสู้ ไม่ว่ากับสถานการณ์ไหน ต่อให้เรายังไม่ชนะในวันนี้ ต่อให้เรายังเห็นแต่ความมืดมิด แต่เชื่อเถอะค่ะว่าตราบใดที่หัวใจยังเต้น หัวใจดวงนี้จะพาคุณไปพบกับแสงสว่างและชัยชนะเสมอ หลังจากได้ดูมิวสิควิดีโอเพลงนั้น ดิฉันก็เริ่มกลับมามองตัวเอง ถ้าพวกเขาทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน ดิฉันพยายามเอาตัวเองเข้าวงจรที่ตัวเองรักอีกครั้ง นั่นคือวงจรแห่งการพัฒนาตัวเอง เริ่มอ่านหนังสือ เริ่มมองหาลู่ทางอื่นๆ ให้กับธุรกิจตัวเอง ดิฉันเปิดยูทูบหาแรงกระตุ้นดีทุกวันเพื่อที่จะทำให้เรากลับมารู้สึกมั่นคงขึ้นอีกครั้ง เชื่อไหมคะ มันเวิร์ก!

        นี่คือวิธีที่ดิฉันใช้และอยากจะแชร์ให้กับผู้อ่าน a day BULLETIN ทุกท่านที่อาจจะกำลังพบกับความทุกข์อยู่ในขณะนี้ ลองมาทำกันดูนะคะ

ทุกครั้งที่กำลังจะจม ให้เปลี่ยนท่าทางทันที

        ดิฉันได้ทิปส์นี้มาจากโค้ชอันดับ 1 ของอเมริกา โทนี ร็อบบินส์ ว่าด้วยเรื่องการ Change State หรือเปลี่ยนท่าทาง เขาบอกว่าคนเราสามารถรู้สึกหรือคิดอะไรได้เพียง 1 อย่าง ต่อหนึ่งช่วงเวลา เช่น ถ้าตอนนี้คุณหัวเราะอยู่ คุณจะไม่มีวันรู้สึกเครียด ถ้าตอนนี้คุณเศร้าอยู่ คุณจะไม่สามารถหัวเราะได้ สมองของเรารับรู้ได้ทีละขณะ ทีละหนึ่งความรู้สึก การ Change State หรือเปลี่ยนท่าทาง คือการที่เราหลอกสมองให้ไปโฟกัสเรื่องอื่นในทันที โทนี ร็อบบินส์ บอกว่าเราจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในสภาวะที่กำลังจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ การเปลี่ยนท่าทาง เช่น ออกไปเดินเล่น ลุกขึ้นมากระโดด ฟังเพลงแล้วเต้น ช่วงแรกอาจจะฝืน แต่ทำไป เราจะฝึกตัวเองให้ชินกับเปลี่ยนท่าทีโดยฉับพลันและจะช่วยให้เรามีพลังในการหาทางออกให้ตัวเองในขั้นต่อไป

Start with Style 14

เขียนทุกอย่างออกมา

        คล้ายๆ การทำบันทึก แต่ไม่ต้องเขียนแบบพรรณาโวหาร อาจจะทำเป็น Bullet Point ทีละข้อๆ โดยแยกเป็นหัวข้อใหญ่ เช่น ความรู้สึกในตอนนี้ สิ่งที่เราควบคุมได้ในเรื่องนี้ สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ หนทางใดบ้างที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น การฝึกเขียนแบบนี้เป็นการทำให้เราเอาความยุ่งยากใจออกจากสมอง และทำให้เราเห็นปัญหาในมุมที่ชัดเจนมากขึ้น ที่สำคัญคือเวลาที่มีปัญหา มนุษย์เรามักจะใช้ใจมากกว่าสมอง การเขียนแจกแจงออกมาจะช่วยฝึกให้เราย้ายไปใช้สมองในการคิดหาทางออกแทนในช่วงที่เรารู้สึกหนักหน่วงที่หัวใจ

เยียวยาจิตใจตัวเองด้วยการทำ Heart Breathing

        เมื่อเดือนที่ผ่านมา ดิฉันจมอยู่กับความเครียดที่ทำให้เกิดความรู้สึกหนักอึ้งและอมครึมอยู่สองสามวัน วันหนึ่ง ดิฉันมีนัดกับโค้ชตามปกติ ดิฉันเล่าให้เธอฟังถึงเรื่องนี้ เธอให้ดิฉันลองทำกิจกรรมนี้และดิฉันพบว่าความหนักอึ้งนั้นมันหายไป เลยอยากนำมาแชร์ให้ลองทำกันดูค่ะ วิธีการนี้เรียกว่าการหายใจเข้าไปในหัวใจของเราเพื่อให้เราได้พบทางออกในการแก้ปัญหาด้วยการใช้หัวใจที่นิ่งสงบ เพราะเมื่อจิตใจเราวุ่นวายหรือขุ่นมัว เราจะไม่เห็นหนทาง หน้าที่ของเราคือการเคลียร์ใจให้เบาสบาย และวิธีนี้ช่วยได้มากๆ ค่ะ 

Start with Style 14

        เริ่มจาก • นั่งในท่าสบายๆ ผ่อนคลาย อาจจะเปิดเพลง (แนะนำ music for motivation ในยูทูบ หรือเพลงสบายๆ ที่ไม่มีเสียงร้อง) ค่อยๆ หลับตาลง • นึกถึงปัญหาหรือเรื่องราวที่รบกวนจิตใจเรา • ทำความรู้สึกถึงความอึดอัด คับข้องใจ กังวล โกรธ หรือเสียใจ • ทำความรู้สึกเหมือนปัญหานั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ • หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ค่อยๆ ยกมือขึ้นมาสัมผัสตรงหัวใจ • ให้เวลาตัวเองได้สัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจ • หายใจเข้า-ออกช้าๆ หายใจลึกๆ ส่งพลังผ่านมือที่สัมผัสอยู่ตรงหัวใจ รับรู้ถึงการมีอยู่ของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ • นึกถึงเรื่องดีๆ ในชีวิต เรื่องที่เราภูมิใจ ความสำเร็จหรือเรื่องเล็กๆแ ต่ยิ่งใหญ่ที่เคยเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้นในพริบตา • หายใจเข้าไปตรงที่หัวใจอีกครั้ง ทำความรู้สึกขอบคุณหัวใจดวงนี้ที่เต้นเพื่อเราตลอดมา หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เข้าไปตรงที่หัวใจอีกครั้ง ใช้เวลาอยู่ตรงนั้น ในโลกที่ไม่มีใครอื่น ไม่มีปัญหาอื่นๆ มีแค่ตัวเรากับหัวใจของเรา • คราวนี้ให้ลองนึกถึงปัญหาที่คิดถึงในตอนแรก ถามเข้าไปที่หัวใจตัวเองว่า ถ้าจะแก้ปัญหานี้ เราจะต้องโฟกัสเรื่องไหน เราจะต้องทำยังไง เราจะต้องใช้วิธีไหนในการจัดการ วางความคิดลง แล้วให้หัวใจให้คำตอบกับเรา ให้เวลาตัวเองมากแค่ไหนก็ได้ ลืมตาขึ้น แล้วใช้คำตอบที่ได้ แก้ทุกปัญหา ด้วยหัวใจที่หนักแน่นและมั่นคง • ทำแบบนี้ทุกครั้งที่รู้สึกแย่ มากแค่ไหนก็ได้เท่าที่คุณต้องการ

        ขั้นตอนดูแล (ใจ) ตัวเองเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหายไปในทันที ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราพลิกจากเลวเป็นดี แต่เป็นการให้กำลังใจตัวเองแบบลึกซึ้ง แบบที่ใครๆ ก็ให้เราไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งที่เราเข้มแข็ง เราจะส่งต่อกำลังใจแบบนี้ไปให้กับคนอื่นอย่างจริงใจ เขาจะสัมผัสถึงความงามในใจของเราและนั่นคือสิ่งที่คุณจะช่วยให้เขารู้สึกดีกับตัวเองได้ค่ะ

        ลองทำไปด้วยกัน ในช่วงหนักๆ แบบนี้นะคะ แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกัน

        เป็นกำลังใจให้นะคะ!


ภาพ: Getty Images, Unsplash

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐาดิณี รัชชระเสวี

Personal Style Consultant ที่เชื่อในพลังของการพัฒนาตัวเอง