Start with Style EP.17: ‘คุณค่าและสังคม’ เรื่องของแบรนด์ดังระดับโลก และการช่วยเหลือผู้คนในประเทศของตัวเอง

Start with Style
22 Jul 2021
เรื่องโดย:

ฐาดิณี รัชชระเสวี

วิกฤตโควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่ระดับหมู่มวลมนุษยชาติที่คร่าเอาชีวิตของผู้คนไปมากมาย ตอนที่ได้โจทย์จากทีม a day BULLETIN ว่าอยากให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Common Good ดิฉันจึงเริ่มหาข้อมูลว่าเหล่าบรรดาแบรนด์แฟชั่นใหญ่ๆ เขาช่วยเหลือเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง หาไปหามาพบว่า ปัญหาของโลกเราที่แบรนด์ใหญ่ๆ ทุ่มเท กลับ (ยัง) ไม่ใช่เรื่องนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์

        แม้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของยอดขายที่ตกลงฮวบฮาบในช่วงปีที่ผ่านมา ในช่วงแรกของการระบาด เราจะเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการแฟชั่นอย่าง LVMH หรือ Gucci Group ต่างทุ่มบริจาคเงินเป็นล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือสังคมในประเทศของตัวเองให้ผ่านสู้วิกฤตในระลอกแรกไปได้ แต่ถ้าค้นกันลึกๆ ลงไปแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ใหญ่ๆ ลงมาช่วยเหลือสังคม ภายใต้ฉากหน้าอันหรูหรา หวือหวาของวงการแฟชั่น ทำให้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ทราบไหมคะว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหญ่ที่ขับเคลื่อนกระแสเงินของโลกให้หมุนเวียนไปในทุกวันนี้ การตั้งราคาที่สูงลิบของแบรนด์ระดับลักชัวรี แบรนด์ไม่ใช่เป็นเพียงการให้คุณค่ากับงานฝีมือและความคิดของนักออกแบบระดับปรมาจารย์ แต่ยังส่งต่อไปช่วยเหลือปัญหาต่างๆ ในสังคมระดับโลกโดยที่เราไม่รู้ตัว

        และอย่างที่บอกไปในตอนแรกค่ะ ว่าปัญหาที่แบรนด์ต่างๆ ทุ่มเงินให้จนสร้างเป็นแคมเปญประจำบริษัท ไม่ใช่เรื่องของโควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่เท่าที่ดิฉันสังเกต แบรนด์ใหญ่ๆ จัดตั้งกองทุนเพื่อส่งต่อพัฒนาในเรื่องของความยากจน การศึกษา รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และการจัดตั้งกองทุนหรือแคมเปญที่พวกเขาทำกันก็ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ บางแบรนด์มีการตั้งเป้าถึงขึ้นเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นแบบมีเป้าหมายชัดเจนเลย ใครอยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเหล่านี้ ดิฉันลองรวบรวมเอาแคมเปญของแบรนด์ดังๆ ที่หลายๆ คนรู้จักดีมาฝากให้อ่านในโพสต์นี้ เผื่อใครอยากร่วมแคมเปญสายแฟฯ แบบ ‘สวยด้วย ทำบุญด้วย’ ลองมาอ่านเล่นๆ กันในโพสต์นี้นะคะ

Start with StylePhoto by AR / Unsplash

Balenciaga x WFP 

        ในเว็บไซต์ของ WFP หรือ World Food Programme กล่าวถึงความจริงเกี่ยวกับความยากจนว่าในโลกนี้มีคนมากกว่า 700 ล้านคนที่รอคอยอาหารอย่างหิวโหยในทุกๆ วัน มีแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ที่ทำ Collaboration หรือจับมือกันทำคอลเลกชันพิเศษกับ WWF เพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้ ในปี 2018 Balenciaga เริ่มทำคอลเลกชันพิเศษเพื่อนำเงินมาช่วยสนับสนุน WFP โดยในเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ประกาศตั้งเป้าว่าทางแบรนด์จะทำคอลเลกชันพิเศษออกมาเรื่อยๆ และต้องการจะให้ปัญหาความหิวโหยของโลกจบลงภายในปี 2030 (ว้าว!) ใครอยากได้เสื้อ ลองเข้าไปดูใน www.farfetch.com ได้ แต่ถ้าอยากบริจาคตรงสามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.balenciaga.com ค่ะ

Micheal Kors Watch Hunger Stop Collection 

        ทุกๆ ปี แบรนด์จะทำแคมเปญร่วมกับ WFP เพื่อกระจายเงินไปยังแคมเปญต่างๆ ปีนี้ทางแบรนด์พุ่งไปที่การบริจาคให้กับโครงการช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากโรงเรียนยากจนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทจากการระบาดของโรคโควิด-19 แคมเปญในปีนี้ก็น่ารักมาก ด้วยการใช้ทีมพนักงานของ Michael Kors ในประเทศต่างๆ มาเป็นนางแบบ นายแบบถ่ายทำโฆษณาแคมเปญแทนนางแบบมืออาชีพ โดย Kors ดีไซน์เสื้อยืดที่ชื่อว่า Heart to Heart มีทั้งเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าให้เลือกตามใจชอบ แต่ถ้าใครไม่ถนัดซื้อและอยากร่วมบริจาคเลย สามารถคลิกไปได้ที่ www.michaelkors.com หรือเสิร์ชคำว่า Watch Hunger Stop ได้เลยค่ะ

Kenzo x WWF

        ลายเสือ Tiger Motif ของ Kenzo ไม่ได้เป็นที่จดจำแค่คนในวงการแฟชั่น แต่ Signature Print ลายนี้ยังถูกส่งต่อไประดมทุนกับองค์กร WWF หรือ Worldwide Fund For Nature เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเสือที่มีจำนวนลดน้อยลงทุกที ทาง Kenzo ได้ทำคอลเลกชันนี้ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังคงมีสินค้าขายในเว็บไซต์ของแบรนด์ โดยทาง Kenzo เองก็ตั้งเป้าว่าจะทำแคมเปญนี้ร่วมกับ WWF ต่อไปโดยมุ่งไปที่การเพิ่มจำนวนของเสือโคร่งเป็นสองเท่าภายในปี 2022 ส่วนตัวดิฉันเห็นว่าคอลเลกชันนี้ลายพิมพ์เก๋มาก เป็นการรีดีไซน์ Tiger Motif Prints ที่เข้ากันได้ดีกับแคมเปญนี้ ดูไม่แฟชั่นเกินไป และไม่การกุศลเกินไป สนใจคลิกไปดูได้ที่ www.kenzo.com นะคะ

Start with StylePhoto by Julien Tondu / Unsplash

#guccicommunity 

        แฮชแท็กที่ติดตามาตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 รอบแรก ถ้ายังจำกันได้ สถานการณ์ในอิตาลีหนักหนาและล้ำหน้าไปไกลมากๆ Gucci Group ฐานะหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี บริจาคเงินไปแล้วรวมทั้งหมด 2 ล้านยูโร (ประมาณ 77.3 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในประเทศอิตาลี เพื่อทำแคมเปญอย่างต่อเนื่องในการระดมทุนดูแลเยียวยาผู้ป่วยและหาเตียงสำหรับห้อง ICU ซึ่งในปีนี้ ทาง Gucci ก็ทำแคมเปญต่อเนื่อง​โดยทำงานร่วมกับ WHO หรือ World Health Organization เพื่อรณรงค์และเยียวยาอย่างต่อเนื่อง​โดยใช้ชื่อแคมเปญนี้ว่า We are all this together ซึ่งเปิดรับบริจาคให้กับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อันนี้ไม่ต้องอุดหนุนแบรนด์ก็บริจาคได้เลยค่ะ ที่ www.gucci.com

LVMH

        ปิดท้ายกันด้วยบ้านใหญ่ของฝรั่งเศส LVMH ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Dior, Celine, FENDI และอื่นๆ นับไม่ถ้วน LVMH ไม่ได้แสดงตัวว่ากระโดดลงมาช่วยฟื้นฟูประเทศจากโควิด-19 โดยตรง แต่ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ LVMH จะพบว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากๆ คือเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่สร้างและทำมาเป็นเวลากว่า 27 ปีแล้วค่ะ แม้ว่ายอดขายในปีนี้จะตกลงถึง 17% ทั่วโลก แต่ทางแบรนด์ก็เลือกที่จะทุ่มทุนต่อไปในเรื่องของสิ่งแวดล้อม LVMH ร่วมมือกับองค์กรทั้งนอกและในประเทศฝรั่งเศสเพื่อให้การศึกษาและปลุกจิตสำนึกในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เมื่อปี 2016 LVMH สร้างโปรเจกต์ LIFE360 ขึ้นมาเพื่อทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2030 จะสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมหลักๆของโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change), การใช้วัสดุรีไซเคิลและการลดขยะ ไปจนถึงการอนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อม เป็นยักษ์ใหญ่ก็ต้องทำอะไรใหญ่ๆ นี่เป็นแค่หนึ่งโปรเจกต์ ถ้าเข้าไปอ่านในเว็บไซต์ www.lvmh.com จะเห็นโปรเจกต์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายจนอ่านไม่ไหวเลยค่ะ ของที่นี่ไม่ได้มีการรับบริจาค เป็นการทำงานภายในองค์กรล้วนๆ ถ้าอยากช่วยเหลืออาจจะต้องซื้อกระเป๋า LV ติดตู้ไว้สักใบแล้วล่ะ (เก็บไว้ใช้ยาวๆ 20-30 ปีก็คุ้มนะคะ)

Start with StylePhoto by Jannis Lucas / Unsplash

        ที่ร่ายกันมายาวๆ ในโพสต์นี้ เพียงแค่จะบอกว่าในโลกนี้หรือแม้แต่ในประเทศไทยของเราเองยังมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องได้รับการเยียวยา อย่าคิดว่าเราเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้นิดๆ หน่อยๆ ให้ความรู้ ให้แรง ให้กำลังใจ เหล่านี้คือการช่วยเหลือทั้งหมด เช็กง่ายๆ เมื่อไหร่ที่เราให้ไป คนได้รับได้ประโยชน์ แล้วหัวใจเราอิ่มฟูขึ้นมาแปลว่าเราได้ให้ไปเต็มร้อยแล้ว ฝึกให้ทุกๆ วัน ไม่แน่นะคะ วันหนึ่ง คุณอาจจะเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนโลกให้ดีขึ้นทุกวันอย่างที่แบรนด์เหล่านี้ทำก็ได้ ดิฉันขอตั้งเป้าแบบนี้กับชีวิต อยากเชิญชวนคุณมาตั้งเป้าแบบนี้ไปด้วยกัน Common Good เริ่มต้นได้ที่หัวใจของเรานี่แหละค่ะ


ภาพ: Getty Images, Unsplash

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฐาดิณี รัชชระเสวี

Personal Style Consultant ที่เชื่อในพลังของการพัฒนาตัวเอง