ไม่มีใครเป็นศัตรูพืช

Very nice to meet you.
2 Nov 2020
เรื่องโดย:

ชิงชิง กฤชเทียมเมฆ

1

        ฤดูฝนปีนี้ พายุมาเยือนประเทศไทยหลายลูก ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน หอยทากในสวนโผล่มาให้เห็นมากมาย เมื่อสังเกตดูดีๆ มีหลากหลายพันธุ์ พันธุ์ที่มีเยอะที่สุดคือหอยทากสยาม ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ ฉันไม่รู้จักชื่อของพวกมัน วิธีที่ฉันมักใช้เป็นประจำคือการโพสต์รูปพวกมันลงเฟซบุ๊ก เพื่อนๆ หลายคนที่รู้จักจะมาตอบ บ้างบอกชื่อพันธุ์ บ้างบอกให้ระวัง

        ใช่ ให้ระวังเจ้าหอยทากพวกนี้ให้ดี

 

หอยทาก

 

        พอรู้ชื่อหอยทาก แต่ละชนิด ฉันเริ่มสนุก

        หอยเจดีย์ หอยข้าวสาร หอยทากยักษ์แอฟริกัน

        มีทากด้วย ทากคือหอยที่ไม่มีเปลือก ทากเหล่านี้ไม่ดูดเลือด เพราะมันอยู่ในกลุ่มหอย ทากมีหลายชนิดเช่นกัน มีตัวหนึ่งหน้าตาและชื่อน่าเอ็นดู  มันคือ ‘กล้วยตากสยาม’ (ตัวมันเหมือนกล้วยตาก) ใครนะช่างตั้งชื่อ ตอนนั้นเขาต้องกำลังหิวแน่เลย

 

หอยทาก

 

        และยังมีทากลดเปลือกเป็นทากที่เป็นเปลือกลดรูป เปลือกบางและเล็ก มีเนื้อเยื่อมาคลุมเปลือก

        ทั้งหอยทาก (Snail) ทาก (Slug) และทากลดเปลือก (Semi-slug) ทั้งสามอย่างนี้คือ ‘ทากบก’ ทากบกอยู่ในตระกูลหอย แต่เป็นหอยที่อยู่บนบก

        จากหนึ่งชนิด สองชนิด สามชนิด สี่ชนิด ห้าชนิด จนเริ่มนับไม่ไหว ค้นพบว่าในสวนบ้านเรามีสัตว์ตระกูลทากบกหลากหลายมากเหลือเกิน พวกมันอยู่กันแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย รู้สึกตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

 

หอยทาก

 

        ทุกเช้า เมื่อฟ้าเริ่มสาง ฟ้าสีม่วงเริ่มกลายเป็นสีฟ้า นกต่างๆ เริ่มส่งเสียงร้อง ฉันจะรีบลุกมาจากที่นอน เพื่อมาดูเจ้าหอยทากและทาก

        พวกมันเดิน กินใบไม้ บางตัวกำลังกินใบอ่อนของต้นเฟิร์น บางตัวกำลังเคี้ยวใบเฟิร์นที่เหี่ยวคาต้น

        มันค่อยๆ เคี้ยวด้วยปากเล็กๆ ของมัน ดูน่าเอร็ดอร่อยยิ่งนัก จนฉันต้องลองชิมใบอ่อนของยอดเฟิร์นบ้าง อืม เข้าท่านะ เหมือนยอดอ่อนของผัก กรุบกรอบดีเชียว

2

        หลังจากฉันโพสต์รูปหอยทากลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อนหลายคนบอกว่าพวกมันกินผักที่เขาปลูก ผักอ่อนๆ ในแปลงผัก ในกระถางโดนหอยทากกินจนเกลี้ยง เขาไม่รู้จะทำยังไงกับพวกมัน

        โอ้ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเรา (มนุษย์) ไม่ชอบพวกมันเท่าไหร่นัก ไม่เคยรู้ว่าหอยทากสร้างปัญหาให้พวกเราด้วย

 

หอยทาก

 

        ผ่านไปหลายเดือน ฉันเริ่มสังเกตเฟิร์นที่ปลูกเริ่มตาย  สาเหตุหนึ่งมาจากที่หอยทากกินยอดอ่อนของเฟิร์น ทำให้ใบอ่อนใบใหม่ตาย พอมันเริ่มงอกใหม่อีก หอยทากก็กินอีก ผ่านไปหลายเดือน ต้นเฟิร์นต้นนั้นก็ตาย

        เฟิร์นเป็นต้นไม้ที่ฉันรักและหวงแหน ส่วนหอยทากเป็นเพื่อนใหม่ที่ต้องการกินอาหารเพื่อมีชีวิตรอด                   

        จะทำอย่างไรดี

        ฉันลองเสิร์ชหาวิธีการป้องกันหอยทาก รวมถึงกำจัดพวกมัน วิธีที่มักทำกันในหมู่เพื่อนของ ฉันคือจับมันไปปล่อยที่อื่น (ตอนกลางคืน พวกมันจะออกมาเยอะ ถ้าจับตอนนั้นจะจับได้เยอะ) วิธีนี้ต้องทำเป็นประจำ เพราะมันจะมีมาเรื่อยๆ  หรือวิธีที่จะไล่พวกมันให้ห่างจากแปลงผัก โดยใช้น้ำส้มควันไม้*ไล่ หรือโรยผงถ่าน หรือโรยเปลือกไข่ หรือโรยปูนขาว รวมทั้งมีวิธีที่ไม่ประนีประนอมใดๆ คือใช้เกลือโรยใส่ตัวมัน มันจะค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ

        เราไม่เคยขัดเคืองหอยทากที่กินพืชอยู่ในป่า แต่กับหอยทากที่กินพืชอยู่ในบ้านเรา เรากลับเคืองมัน เป็นเพราะอะไร

        ก็เธอมากินผักของฉัน มากินใบเฟิร์นของฉันไง

        ข อ ง ฉั น

        ใช่

        ข อ ง ฉั น

        ในสวนของฉัน มันมีความเป็นของฉัน แต่ในป่า ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของป่า

        เมื่อไม่ได้เป็นเจ้าของ ฉันจึงยินดีที่เธอกินเฟิร์นในป่า

        “ฉันจะยินดีที่เธอกินเฟิร์นในสวนได้ไหม” ฉันถามตัวเอง

        อาจจะได้และอาจจะไม่

3

        หลายเดือนผ่านไป เรื่องนี้ยังคงอยู่ในใจ จนวันหนึ่งฉันได้อ่านบันทึกของเพื่อนคนหนึ่งในเฟซบุ๊ก เพื่อนเขียนถึงแปลงผักที่เขาปลูกกับลูกว่า…

        แปลงผักนั้นมีหอยทากมากินกันทั้งครอบครัว ลูกเลยบอกเขาว่า “เราทำกระถางนี้เป็นร้านอาหารหอยทากเลยแล้วกัน ถ้ามีผักผลไม้ เราก็เอามาใส่ในนี้ เผื่อหอยทากกินด้วย”

        ฉันอ่านแล้วรู้สึกสะเทือน

        เด็กตัวน้อยที่น่ารักสอนสิ่งที่เรียบง่ายกับฉัน

        และแล้ว…

        โรงอาหารของหอยทากจึงถือกำเนิดขึ้น

 

หอยทาก

 

        จริงๆ มันเกิดขึ้นมาสักพักแล้ว เพราะมีหอยทากมากมายแวะเวียนมากินต้นเฟิร์นอ่อนตรงบริเวณทางเดินข้างสวนเสมอ เพียงแต่ตอนนี้บริเวณดังกล่าวมีชื่อเรียกจากมนุษย์คนนี้เท่านั้นเอง

        เมื่อมีโรงอาหาร ก็ต้องมีผู้มากินอาหาร ไม่งั้นโรงอาหารคงเหงาน่าดู

        ฉันพบว่า…

        การมีโรงอาหารเป็นการจัดการพื้นที่ของหอยทากในสวน

        และรวมถึง…

        พื้นที่ในหัวใจของฉันเองด้วย

 


*น้ำส้มควันไม้ คือของเหลวสีน้ำตาล ที่ได้มาจากเผาไม้เพื่อผลิตถ่านหุงต้มในกระบวนการควบแน่นของควันไฟ จนเกิดการกลั่นตัวและเปลี่ยนสถานะเป็นหยดของเหลวสีน้ำตาล แล้วถูกนำไปผ่านกระบวนการเพื่อทำให้เป็นน้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกษตรกรนำมาใช้ประโยชน์ น้ำส้มควันไม้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในครัวเรือน การเกษตร และการปศุสัตว์ ในการเกษตรใช้เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืชต่างๆ ในแปลงเกษตรเพื่อลดการใช้สารเคมี

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชิงชิง กฤชเทียมเมฆ

หลงใหลธรรรมชาติ ชอบเดินทาง เข้าป่า และเป็นทาสแมว เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ KOOB พูดคุยกันได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Chingching Krittiemmek