ทำไมการใช้ ‘ยาฆ่าเชื้อ’ อาจส่งผลให้แบคทีเรียยิ่ง ‘ดื้อยา’

Why?
29 Jan 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

คุณคงเคยได้ยินเรื่องของแบคทีเรียที่ ‘ดื้อยา’ กันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะที่เรียกกันว่า ‘ซูเปอร์บักส์ (Superbugs)’ 

        แต่เพิ่งมีการศึกษาล่าสุดของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ในสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า แบคทีเรียที่เกาะอยู่บนฝุ่นในอาคารนั้น อาจแพร่ยีนที่มีสาร ‘ต้าน’ ยาปฏิชีวนะ ได้

        ฟังแล้วก็อย่าเพิ่งตื่นตกใจกันไป เพราะจริงๆ แล้ว แบคทีเรียในฝุ่นส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่กรณีที่เพิ่งค้นพบนี้ ทำให้เรารู้ว่ามีความเป็นไปได้ใหม่ของแบคทีเรียกับฝุ่น

        การศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Pathogens ซึ่งเป็นวารสารวิชาการว่าด้วยเรื่องของเชื้อโรค โดยงานวิจัยนี้เป็นของ เอริกา ฮาร์ตแมน (Erica Hartmann)

        เรื่องของเรื่องก็คือ แบคทีเรียสามารถแลกเปลี่ยนยีนหรือสารพันธุกรรมได้โดยใช้สองวิธี แบบแรกก็คือการแบ่งเซลล์ซึ่งเป็นวิธีที่เราคุ้นเคยดี เหมือนกับการมีลูก เป็นการถ่ายทอดสารพันธุกรรม ‘แนวดิ่ง’ คือจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง แต่อีกวิธีหนึ่งเพิ่งมีการค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ว่าแบคทีเรียสามารถแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมแบบ ‘แนวนอน’ นั่นคือแลกเปลี่ยนกับแบคทีเรียอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยวิธีบางอย่างได้เหมือนกัน

        แบคทีเรียสามารถแลกเปลี่ยนยีนได้หลากหลายชนิด และ ดร. ฮาร์ตแมน กับทีมงาน ก็เป็นคณะแรกที่ค้นพบว่า ยีนต้านสารปฏิชีวนะ หรือ ‘ยีนดื้อยา’ ที่อยู่ในจุลินทรีย์บนฝุ่นนั้น สามารถเคลื่อนย้ายถ่ายเทแลกเปลี่ยนกันได้

 

แล้วพันธุกรรม ‘ดื้อยา’ มาจากไหน?

        นักวิทยาศาสตร์พบว่า มันก็มาจากการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียในสารทำความสะอาดต่างๆ รวมไปถึงการฉีดละอองสารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งจะมีสารเคมีที่เรียกว่า ไตรโคลซาน (triclosan) อยู่ สารชนิดนี้จะไปเกาะอยู่บนฝุ่น แล้วก็ออกฤทธิ์เพื่อฆ่าแบคทีเรีย แบคทีเรียก็ต้องสู้ด้วยการปรับตัวให้ทนทานหรือดื้อต่อสารเคมีชนิดนี้ แต่อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า แบคทีเรียในฝุ่นในบ้านนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดโรค หลายคนจึงมองข้ามไป

        แต่ปัญหาก็คือ แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (ซึ่งปกติไม่ได้อยู่ในฝุ่นในบ้าน) อาจ ‘หลุด’ เข้ามาในบ้าน แล้วก็ไปปะปนอยู่กับแบคทีเรียพวกนี้ได้ ดังนั้น มันจึงแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันแบบ ‘แนวนอน’ ได้

        ดร. ฮาร์ตแมน บอกว่า แบคทีเรียจะแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันเวลาที่พวกมัน ‘เครียด’ เช่น เวลาโดนฉีดยาปฏิชีวนะเข้าใส่ มันก็เลยใช้วิธีแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกับแบคทีเรียอื่น แล้วถ้าหากว่าแบคทีเรียที่อยู่ใกล้ๆ เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค ก็อาจเกิดการพัฒนาไปเป็นแบคทีเรียที่ร้ายกาจขึ้น คือดื้อต่อยาปฏิชีวนะได้

        งานวิจัยนี้เก็บตัวอย่างอาคารของสนามกีฬา 42 แห่ง เช่น ตามห้องล็อกเกอร์หรือฟิตเนสในแถบแปซิฟิกนอร์ทเวสต์ เพราะห้องเหล่านี้มีแนวโน้มสูงที่คนจะสัมผัสกับพื้น พรม เสื่อโยคะ และอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งมีการใช้ยาฆ่าเชื้อเช็ดอุปกรณ์ต่างๆ สม่ำเสมอ

 

แล้วจะทำอย่างไรดี?

        ดร. ฮาร์ตแมน บอกว่า แบคทีเรียส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายกับเรา แถมยังอาจดีกับเราด้วยซ้ำ ดังนั้น เวลาจะทำความสะอาดบ้าน อุปกรณ์กีฬา หรือเสื่อโยคะต่างๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อหรอก เราแค่เช็ดด้วยผ้า แล้วก็ล้างมือด้วยสบู่ธรรมดาๆ เท่านั้นก็พอแล้ว วิธีนี้จะลดความเสี่ยงในการไป ‘สร้าง’ แบคทีเรียประเภทซูเปอร์บักส์ได้

 


อ้างอิง: 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN