เอาให้แน่ Australia หรือ Austria ที่มาและความหมายของชื่อประเทศที่ทำให้สับสนอยู่บ่อยๆ

World Wide Words
29 Jan 2020
เรื่องโดย:

ภาคภูมิ โภคทวี

Highlights

ออสเตรเลียยังคงประสบกับภัยพิบัติไฟป่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพภูมิอากาศแห้งแล้งของประเทศ ประกอบกับช่วงนี้ในซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อนทำให้อากาศมีอุณหภูมิสูง รวมถึงภูมิประเทศเป็นทะเลทรายทำให้ความชื้นที่จะก่อตัวเป็นเมฆฝนเกิดได้น้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนไม่น้อยยังคงสับสนเกี่ยวกับการเรียกชื่อประเทศ เนื่องจากชื่อออสเตรเลียออกเสียงและสะกดคล้ายกับประเทศหนึ่งในยุโรป นั่นคือออสเตรีย จึงทำให้ทั้งสองประเทศนี้ถูกเรียกสลับกันอยู่บ่อยครั้ง

        หากศึกษารากศัพท์จะพบว่าชื่อทั้งสองประเทศนี้ แม้ว่าจะสะกดต่างกันแค่ 2 ตัวอักษร (คือมีกับไม่มี al) แต่ที่มาของชื่อ Australia และ Austria นั้น มีความหมายต่างกันแบบคนละทิศ คนละภาษากันเลยทีเดียว

 

Australia Austria
ภาพ: Hans Braxmeier / www.maps-for-free.com

Australia มาจากภาษาละติน แปลว่าทิศใต้

        ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนทวีปออสเตรเลีย ด้วยขนาดพื้นที่เพียงแค่ 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร ทำให้ออสเตรเลียเป็นทวีปที่เล็กที่สุดในโลก แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ออสเตรเลียกลับมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก อย่างไรก็ตามแม้ว่าตัวประเทศจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ทำให้มีประชากรแค่ 25.6 ล้านคนเท่านั้น โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามเมืองริมชายฝั่งรอบประเทศ

เดิมทีออสเตรเลียเป็นดินแดนของชนเผ่าอะบอริจิน จนกระทั่งช่วงศตวรรษที่ 17-18 มีชาวยุโรปมาสำรวจและตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ และตั้งชื่อให้ว่า Australia มาจากภาษาละตินคือ Australis แปลว่าทิศใต้ สื่อความหมายถึงตำแหน่งของประเทศที่ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้

 

Australia Austria
ภาพ: Abraham Ortelius/ Wikimedia

Australia จากดินแดนสมมติในแผนที่โลก สู่การค้นพบจริงๆ

        ที่จริงแล้วชื่อ Australia ไม่ได้มีมาตั้งแต่ตอนที่ชาวยุโรปล่องเรือมาเจอแผ่นดินนี้ แต่ถูกตั้งชื่อมาก่อนหน้านั้นอีกในชื่อเต็มๆ ว่า Terra Australis Incognita แปลว่า ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก นั่นหมายความว่าทวีปออสเตรเลียอยู่ในแผนที่โลกมาตั้งแต่อดีตกาลในฐานะทวีปสมมติฐาน ซึ่งคนสมัยก่อนคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องมีแผ่นดินตั้งอยู่อีกฝั่งทะเลที่ล้อมรอบโลกเก่าอยู่ นั่นก็คือยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

        ปโตเลมี นักภูมิศาสตร์ชาวกรีกโบราณ ได้ตั้งสมมติฐานเอาไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 หรือในยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจว่า อีกฝั่งของมหาสมุทรที่ล้อมรอบแผ่นดินนี้จะมีแผ่นดินตั้งอยู่ และจากแผนที่โลกในยุคโบราณที่ทวีปส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางเหนือ แสดงว่าก็ต้องมีทวีปใหญ่ตั้งอยู่ทางใต้เพื่อสร้างความสมดุลให้กับโลก

        แต่ด้วยเทคโนโลยีการเดินเรือในขณะนั้นที่ยังไม่ทันสมัย รวมถึงมีความเชื่อเรื่องโลกแบนที่หากออกทะเลไปไกลมากๆ จะตกขอบโลก ทำให้ไม่มีใครกล้าออกไปสำรวจดินแดนใหม่ในช่วงยุคกลาง จนกระทั่งโคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกาในปี 1492

        ช่วงศตวรรษที่ 15-16 หรือยุค Age of Discovery เป็นยุคแห่งการเดินเรือและสำรวจโลก ทวีปอเมริกาถูกสำรวจอย่างรวดเร็วในศตวรรษแรกหลังการค้นพบของโคลัมบัส อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์แผนที่โลกจากการสำรวจใหม่กลับพบว่า แผ่นดินส่วนใหญ่อยู่ฝั่งซีกโลกเหนือ ขณะที่ฝั่งซีกโลกใต้ที่ค้นพบมีนิดเดียว นั่นคือแอฟริกาตอนใต้และอเมริกาใต้

        นักทำแผนที่ในยุคนั้น พยายามวาดแผนที่โลกตามดินแดนที่ค้นพบแล้ว แต่ดินแดนทางใต้กลับค้นพบได้น้อยมาก จึงใส่ทวีปสมมติ Terra Australis ลงไปเพื่อไม่ให้ซีกโลกใต้ดูโล่ง และทำให้ดินแดนปริศนากลายเป็นที่ค้นหาของนักสำรวจในศตวรรษต่อมา

        ชาวยุโรปที่ล่องเรือค้นพบทวีปออสเตรเลียมีทั้งชาวดัตช์และสเปน แต่พวกเขาได้สำรวจเพียงแค่บางส่วนของทวีปที่ต่อเนื่องกับหมู่เกาะของอินโดนีเซียเท่านั้น จนในปี 1770 กัปตัน เจมส์ คุก ได้สำรวจทวีปออสเตรเลียอย่างละเอียด รวมถึงพบว่าบริเวณที่ตั้งของเมืองซิดนีย์ในปัจจุบันเหมาะสมกับการตั้งถิ่นฐานด้วย

        ช่วงปี 1775-1783 อังกฤษเสียอาณานิคมอเมริกาที่เพิ่งประกาศเอกราชไป ทำให้ต้องหาอาณานิคมใหม่เพิ่มเติมจนได้ออสเตรเลียที่อยู่อีกฝั่งซีกโลก และในปี 1788 อังกฤษก็ส่งคนกลุ่มแรกไปเพื่อตั้งถิ่นฐานและบุกเบิกทวีปใหม่ โดยทั้งหมดเป็นนักโทษเพื่อเป็นแรงงานในการสร้างเมืองช่วงแรกเริ่ม ก่อนที่ภายหลังจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานในทวีปออสเตรเลียมากขึ้นในศตวรรษที่ 19 และแบ่งการปกครองเป็น 6 รัฐ

        ปี 1901 ทั้ง 6 รัฐได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นสหพันธ์และประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งออสเตรเลีย โดยมีรัฐบาลเป็นของตัวเอง ทำให้ในปีดังกล่าวถือว่าออสเตรเลียเป็นเอกราชจากอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียยังใช้ประมุขร่วมกับอังกฤษตลอดมา โดยประมุของค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

 

Australia Austria
ภาพ: https://geology.com/world/austria-satellite-image.shtml

Austria มาจากภาษาเยอรมัน แปลว่าตะวันออก

        ข้ามฟากซีกโลกมายังทวีปยุโรป กับประเทศเล็กๆ ที่ชื่อคล้ายคลึงกับประเทศออสเตรเลีย นั่นคือออสเตรีย (Austria)

        ประเทศออสเตรียมีพื้นที่เพียง 83,879 ตารางกิโลเมตร และประชากรราว 9 ล้านคน เป็นประเทศที่ไม่ติดทะเลเพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ และลุ่มแม่น้ำดานูบ ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาราชการ

        ชื่อภาษาเยอรมันของออสเตรียคือ Österreich แปลว่า จักรวรรดิทางตะวันออก ซึ่งหากย้อนไปในสมัยยุคกลาง ออสเตรียคือดินแดนทางตะวันออกสุดของ Holy Roman Empire

        อย่างไรก็ตาม ชื่อภาษาเยอรมันในยุคนั้นยังไม่เป็นที่นิยมเรียกกัน เพราะในยุโรปใช้ภาษาละตินเป็นภาษากลางเพื่อการสื่อสาร ทำให้ Österreich ถูกแปลงโฉมเป็น Austria ที่ไปคล้ายกับคำว่า Australia ไปในที่สุด 

        ออสเตรียมีชื่อเสียงในฐานะต้นกำเนิดของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค ที่ปกครองยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จวบจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ราชวงศ์นี้มีชื่อเสียงในฐานะราชวงศ์ผู้ปกครอง Holy Roman Empire ตั้งแต่ปี 1440-1806 และจักรวรรดิออสเตรีย (และฮังการี) ตั้งแต่ปี 1804-1918

 


แหล่งข้อมูล:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคภูมิ โภคทวี

แอดมินเพจ HikaLuces และเพจ ว่าด้วยเรื่องของภาษา ผู้สนใจความรู้รอบตัวทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเกม การ์ตูน และไอดอล เวลาว่างชอบเล่นเกม Overwatch

ภาพโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา