Mandarin: คำที่สื่อถึงแผ่นดินจีน เพื่อความเป็นจีน แต่ไม่ได้กำเนิดขึ้นโดยคนจีน

World Wide Words
20 Nov 2019
เรื่องโดย:

ภาคภูมิ โภคทวี

Highlights

ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้หลายประเทศต้องการทำการค้ากับจีน เพราะหากธุรกิจสามารถเติบโตในตลาดจีนได้ ซึ่งมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน นั่นหมายความว่ากำไรและมูลค่าทางธุรกิจที่จะได้ย่อมเพิ่มขึ้นทวีคูณ ทำให้ภาษาจีนกลายเป็นภาษาที่คนทั่วโลกนิยมเรียนกันมากขึ้นตามไปด้วย

        เมื่อประเทศจีนมีขนาดใหญ่มาก ทำให้แต่ละพื้นที่มีสำเนียงเฉพาะตัว ดังนั้นจึงต้องสร้างภาษามาตรฐานขึ้นที่เรียกว่า ‘ภาษาจีนกลาง’ เพื่อสื่อสารในประเทศและสำหรับการเรียนภาษาจีนของชาวต่างชาติ แต่คำว่าภาษาจีนกลางในภาษาอังกฤษกลับใช้คำว่า Mandarin Chinese แทนที่จะเป็น Standard Chinese ซึ่งหากย้อนดูประวัติศาสตร์ คำว่า Mandarin ก็ไม่ใช่คำที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่ แต่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง

 

mandarin
ภาพ: World Digital Library

ภาษาจีนไม่ใช้ตัวอักษรระบุเสียง ทำให้สำเนียงแตกต่างกันในแต่ละท้องที่

        ความพิเศษของภาษาจีนที่ต่างจากภาษาอื่นๆ คือการใช้ตัวอักษรเพื่อระบุความหมายโดยตรง (Pictogram) เช่น 山 คือภูเขา, 足 คือเท้า, 風 คือลม แต่เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าตัวอักษรนั้นอ่านว่าอะไร หากไม่ได้เรียนหรือได้ยินเสียงนั้นมาก่อน

        ลักษณะเด่นของตัวเขียนแบบอักษรภาพ คือสามารถเก็บความหมายและใช้สื่อสารกับคนถิ่นอื่นๆ ได้โดยใช้เพียงตัวเขียน แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถเก็บเสียงของคำนั้นได้ เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี เสียงต่างๆ ในภาษาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่น จากภาษาเดียวกันในอดีต กลายมาเป็นคนละภาษาที่คุยกันไม่รู้เรื่องอีกต่อไป มีเพียงแค่ตัวเขียนเท่านั้นที่ยังเก็บความหมายเดิมไว้ได้

        แต่เมื่อการสื่อสารอยู่ที่การพูดเป็นหลัก และสมัยก่อนคนที่อ่านหนังสือออกมีอยู่น้อยมาก เพื่อให้สื่อสารกันได้รู้เรื่องจึงต้องมี ‘ภาษากลาง’ ซึ่งในอดีต ภาษากลางที่จีนใช้คือภาษาในราชสำนักและข้าราชการต่างๆ ส่วนในปัจจุบันมี ‘ภาษาจีนกลาง’ ที่เป็นภาษามาตรฐานสำหรับเชื่อมคนจีนทั้งประเทศที่พูดสำเนียงต่างกันให้เข้าใจกันได้

 

mandarin
ภาพ: Courtesy of the Asian Art Museum

Mandarin คำนี้เกิดจากชาวโปรตุเกส

        ในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นยุคแห่งการสำรวจทางทะเลของชาวยุโรป ชาติหนึ่งที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้คือโปรตุเกส โดยล่องเรือสำรวจทั้งทวีปแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำการค้าและเผยแผ่ศาสนา เมื่อนักเดินเรือชาวโปรตุเกสขึ้นเทียบท่าประเทศจีนที่มาเก๊า และเจอกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นตัวแทนของราชสำนักจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ชาวโปรตุเกสจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า Mandarim ซึ่งแผลงมาจากภาษามาเลย์ Menteri และภาษาสันสกฤต मन्त्रिन् (มนตรี) ก่อนที่คำนี้จะแพร่หลายไปทั่วยุโรปในความหมายว่า ‘ข้าราชการระดับสูงของจีน’ คล้ายกับคำว่า bureaucrat

        ภาษาจีนในยุคราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิงมีความคล้ายกับปัจจุบันส่วนหนึ่ง คือมีหลายสำเนียงท้องถิ่นตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งในไม่สามารถสื่อสารระหว่างกันได้รู้เรื่อง ขณะที่ส่วนกลางหรือราชสำนักก็จะมีภาษาเฉพาะของตัวเอง เรียกว่า 官话 (Guānhuà) แปลว่า ‘ภาษาราชการ’ โดยใช้สื่อสารระหว่างข้าราชการที่ไปประจำในท้องถิ่นต่างๆ หรือระหว่างข้าราชการกับประชาชน

        เมื่อชาวยุโรปเรียนภาษาจีนจากสำเนียงกลางแล้ว ทำให้พวกเขาเรียกสำเนียงนี้ว่า Mandarin ไปด้วย เพราะเป็นภาษาที่พูดของเจ้าหน้าที่รัฐ และถือเป็นภาษามาตรฐานของประเทศจีนในยุคนั้น ก่อนที่จะวิวัฒนาการจนเป็นภาษาจีนกลางในปัจจุบัน

พรรคคอมมิวนิสต์สร้างประเทศจีนแล้วจึงกำหนดภาษามาตรฐานใช้ทั่วประเทศ

        ภายหลังความวุ่นวายต่างๆ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จบลง จนสามารถก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ในปี 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงกำหนดภาษามาตรฐานสำหรับใช้ในประเทศจีน หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ภาษาจีนกลาง’ โดยมีพื้นฐานจากสำเนียงปักกิ่งอันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง โดยภาษาจีนกลางจะใช้ในสื่อและแบบเรียนสำหรับชาวต่างชาติ รวมถึงการปฏิรูปภาษาครั้งนี้ยังได้ย่อตัวอักษรจำนวนมากที่เขียนยากให้มีขีดน้อยลง รวมถึงสร้าง Pinyin หรือการถอดเสียงเป็นอักษรโรมัน เพื่อช่วยในการเรียนรู้คำศัพท์ได้ง่ายขึ้น

        อย่างไรก็ตามภาษาจีนกลางในคำเรียกของชาวตะวันตกยังใช้คำว่า Mandarin Chinese เหมือนเดิม ขณะที่คนจีนเองก็เรียกภาษาจีนกลางโดยใช้คำที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นกับว่าผู้พูดเป็นคนจีนจากไหน ได้แก่

        普通话 (Pǔtōnghuà) แปลว่า สำเนียงทั่วไป ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่

        国语 (Guóyǔ) แปลว่า ภาษาประจำชาติ ใช้ในไต้หวัน

        华语 (Huáyǔ) แปลว่า ภาษาชาวจีน ใช้ในกลุ่มคนจีนโพ้นทะเล

        คำเหล่านี้จะใช้ในความหมายของภาษาจีนกลางที่เป็นสำเนียงมาตรฐาน แต่ถ้าหมายถึงภาษาจีนโดยรวมที่พูดโดยคนจีนไม่ว่าจะสำเนียงไหน จะใช้คำว่า 汉语 (Hànyǔ) หรือ 中文 (Zhōngwén) แทน

 

mandarin
ภาพ: jprohaszka / Pixabay

Mandarin ขยายความหมายถึงสิ่งที่มาจากจีน

        เวลาต่อมา คำว่า Mandarin มีความหมายขยายขึ้นเป็น ‘สิ่งที่มาจากจีน’ นอกจากภาษาจีนกลางหรือ Mandarin Chinese แล้ว ยังมีสิ่งของหลายอย่างที่ใช้คำนี้เรียกเพราะสิ่งนั้นมาจากจีน เช่น

        ส้มแมนดาริน หรือ Mandarin Orange สาเหตุที่ใช้คำนี้ เพราะสีของผลส้มออกไปทางสีเหลือง คล้ายกับสีของเสื้อคลุมข้าราชการจีน เมื่อชาวตะวันตกเห็นว่าเป็นส้มจากจีน จีงใช้คำว่า Mandarin ในชื่อนี้

        เป็ดแมนดาริน หรือ Mandarin Duck เป็นเป็ดที่มีขนสวยงาม สำหรับคนจีนถือเป็นสัตว์มงคลชนิดหนึ่งในฐานะสัญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อสัตย์ของคู่รัก ภายในบ้านคนจีนจึงมักจะประดับรูปเป็ดแมนดารินเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับครอบครัว

 


แหล่งข้อมูล:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคภูมิ โภคทวี

แอดมินเพจ HikaLuces และเพจ ว่าด้วยเรื่องของภาษา ผู้สนใจความรู้รอบตัวทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเกม การ์ตูน และไอดอล เวลาว่างชอบเล่นเกม Overwatch

ภาพโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา