ธอร์ โอดิน และอื่นๆ รู้จักเทพนอร์ส ผู้กลายมาเป็นชื่อวันทั้ง 7 ในสัปดาห์

World Wide Words
10 Sep 2019
เรื่องโดย:

ภาคภูมิ โภคทวี

Highlights

Sunday, Monday, Tuesday, Wednesday, Thursday, Friday และ Saturday คือชื่อวันทั้ง 7 ในสัปดาห์ที่เราท่องกันมาตั้งแต่อนุบาล แล้วเราก็รู้แค่ว่าแต่ละคำตรงกับวันอะไรในภาษาไทย โดยไม่ได้สนใจที่มาของวันเท่าใดนัก แต่ถ้าค้นลึกลงไปถึงที่มาของชื่อวันเหล่านี้ เราจะพบว่ามาจากเทพปกรณัมนอร์ส (Norse Mythology) ซึ่งเป็นความเชื่อสำหรับชาวไวกิ้งในช่วงยุคกลาง ดังนั้น บทความนี้จะมาเจาะลึกประวัติของเทพนอร์สแต่ละองค์ เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ที่มาที่ไปของชื่อวันในสัปดาห์

 

เทพนอร์ส
The Wolves Pursuing Sol and Mani, J.C. Dollman (1909)

Sunday มาจากเทพี Sól และ Monday มาจากเทพ Máni ผู้ขับรถม้าให้แสงสว่างแก่โลก

        Sól (โซล) เป็นเป็นเทพีแห่งดวงอาทิตย์ ขณะที่ Máni (มานิ) เป็นเทพแห่งดวงจันทร์ ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน กล่าวคือ Sól เป็นพี่สาว และ Máni เป็นน้องชาย ในตำนานนอร์สบอกว่า หลังจากโลกและดินแดนต่างๆ ถูกสร้างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เมื่อเหล่าเทพต้องการแสงสำหรับส่องสว่างบนท้องฟ้า จึงเก็บประกายไฟของยักษ์ แล้วโยนขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นดวงดาวยามค่ำคืน และมีดาวสองดวงที่สว่างที่สุดคือ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

        การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในตำนานนอร์สใช้รถม้าลากดาวทั้งสองผ่านท้องฟ้า โดยมีเทพีโซลคอยขับดวงอาทิตย์ให้แสงในเวลากลางวัน และเทพมานิขับดวงจันทร์ให้แสงในเวลากลางคืน เทพทั้งสองยังมีศัตรูเป็นหมาป่าชื่อ Sköll และ Hati คอยไล่จับเพื่อกลืนกินแสงสว่าง และทำให้โลกกลับไปมืดมิดอีกครั้ง ซึ่งเคยทำสำเร็จในมหาสงคราม Ragnarök

        ดังนั้น เช่นเดียวกับชื่อวัน ชื่อเทพทั้งสอง Sól พัฒนากลายเป็น Sun แปลว่าอาทิตย์ และ Máni พัฒนากลายเป็น Moon แปลว่าจันทร์

เทพนอร์ส
Tyr feeding Fenrir, Huard (1891)

Tuesday มาจากเทพ Týr เทพแห่งสงคราม

        Týr (ทีร์) เป็นบุตรของโอดิน (Odin) เทพสูงสุดในเทพปกรณัมนอร์ส โดยทีร์ดำรงฐานะเป็นเทพแห่งสงคราม และยังเป็นเทพแห่งความยุติธรรมและกฎหมายอีกด้วย Týr ปรากฏในฐานะเป็นเทพแขนเดียว เนื่องจากถูกหมาป่า Fenrir กัดขาดไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้ทีร์ต้องแขนด้วน ก็ต้องเล่าประวัติของ Fenrir เพื่อไขความกระจ่างก่อน

        Fenrir เป็นหมาป่าลูกของโลกิ (Loki) เทพตัวร้ายของตำนานนอร์ส และเชื่อว่า Fenrir จะนำหายนะมาสู่โลก ต้องรีบกำจัดมันให้เร็วที่สุด ทำให้เหล่าเทพต้องจับ Fenrir ล่ามโซ่ แต่ด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งของมันมีมากจนสามารถทำลายโซ่ตรวน เหล่าคนแคระจึงต้องทำโซ่พิเศษ ซึ่งบางราวกับริบบิ้น แต่แข็งแกร่งชนิดที่หยุดความบ้าคลั่งของ Fenrir ได้ แต่มันค่อนข้างฉลาด เลยท้าว่าถ้ามีเทพองค์ไหนยอมเอามือไว้ในปากเป็นหลักประกันได้ มันจะยอมถูกล่าม สุดท้ายเป็น Týr ที่ยอมใส่มือเข้าไปในปากของมัน และเมื่อมันรู้ว่าเป็นโซ่พิเศษที่ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่อาจทำลายได้ Fenrir จึงกัดมือ Týr จนขาดในทันที เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมเทพองค์นี้ถึงมีแขนแค่ข้างเดียว

        เนื่องด้วยความเป็นเทพแห่งสงครามของทีร์ทำให้มีความสอดคล้องกับ Mars ของเทพโรมัน (หรือ Ares ในเทพกรีก) ซึ่งเทพทั้งสององค์ต่างถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของวันอังคารด้วยกันทั้งคู่ โดยในภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปนเรียกวันอังคารว่า mardi และ martes ตามลำดับ

 

เทพนอร์ส
Manual of Mythology: Greek and Roman, Norse, and Old German, Hindoo and Egyptian Mythology (1874)

Wednesday มาจากเทพ Odin เทพสูงสุดแห่งตำนานนอร์ส

        วันพุธในภาษาอังกฤษตั้งชื่อจากเทพสูงสุดของนอร์สหรือ Odin นี่เอง โอดินเป็นบุตรของ Borr และ Bestla และเป็นพี่ของ Vili and Vé โดยศึกแรกของสามพี่น้องคือการปราบยักษ์ Ymir และล้างบางเผ่าพันธุ์ยักษ์จนเกือบสูญพันธุ์ ก่อนที่โอดินจะเอาร่างของ Ymir มาสร้างเป็นโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ หรือที่เรียกว่า Midgard ต่อมาโอดินก็สร้างโลกอีกใบสำหรับเป็นที่พำนักของเหล่าทวยเทพ ซึ่งก็คือ Asgard นี่เอง สำหรับสาวก Marvel คงจะรู้จักกันดี ซึ่งมาจากตำนานนอร์สอีกทีนี่เอง

       โอดินนอกจากจะเป็นเทพสูงสุดของชาวนอร์สแล้ว เขายังได้รับการนับถือในฐานะเทพแห่งความรู้และปัญญาอีกด้วย ในตำนานกล่าวว่าโอดินต้องการพลังที่จะหยั่งรู้ทุกสิ่งบนโลก รวมถึงการมองเห็นอนาคต เขาจึงต้องการดื่มน้ำพุแห่งปัญญา แต่ที่นั่นมียักษ์ชื่อ Mímir เฝ้าอยู่ และการจะดื่มน้ำพุได้นั้นต้องมีบางสิ่งมาแลกเปลี่ยน โดยโอดินเสียสละตาหนึ่งข้าง เพื่อแลกกับความรู้ทั้งหมดบนโลกมนุษย์ และการหยั่งรู้ถึงอนาคต

        ความสามารถมองเห็นอนาคต ทำให้โอดินรู้ว่าจุดจบของเหล่าเทพจะเกิดขึ้นในมหาสงครามชื่อ Ragnarök และตัวเองก็จะถูกสังหารจาก Fenrir ก็คือหมาป่าที่กัดมือ Týr นั่นแหละ ก่อนที่มันจะถูก Víðarr ลูกของตัวเองปลิดชีพ

        ชื่อเทพ Odin เมื่อครั้งยังเป็นภาษาอังกฤษเก่า (Old English) เขียนว่า Wōden ในอดีตจึงเรียกวันพุธว่า wōdnesdæg ก่อนที่จะกลายมาเป็น Wednesday อย่างในปัจจุบัน

 

เทพนอร์ส
Thor’s Battle against the Giants, Mårten Eskil Winge (1872)

Thursday มาจากเทพ Thor เทพเจ้าแห่งสายฟ้า

        ชื่อธอร์ สำหรับสาวกมาเวลคือหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ของเหล่า Avengers ที่ช่วยกันกอบกู้โลกจากวายร้าย รับบทโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ ซึ่งธอร์ก็มีต้นกำเนิดจากตำนานนอร์สเช่นเดียวกัน

        ในตำนานนอร์สดั้งเดิมเล่าถึงธอร์ไว้ว่าเป็นบุตรของโอดิน เขามีอาวุธคู่กายคือค้อน Mjölnir ซึ่งหากโยนไปโดนอะไรก็ตาม จะเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างขึ้นมา นอกจากนี้หากขว้างค้อนออกไปแล้ว มันจะบินกลับมาหาผู้ใช้ราวกับเป็นบูมเมอแรง Thor ปรากฏในฐานะเทพผู้มีพละกำลังมากและไม่มีใครที่สามารถโค่นเขาลงได้ แต่อย่างไรก็ตามในมหาสงคราม Ragnarök ธอร์ต้องต่อสู้กับ Jörmungandr หรืองูทะเลซึ่งเป็นลูกของ Loki จนทั้งคู่ต้องจบชีวิตลงในที่สุด

        วันพฤหัสบดีในภาษาฝรั่งเศสและสเปนใช้คำว่า jeudi และ jueves ตามลำดับ ซึ่งมีที่มาจากเทพโรมัน Jupiter (Zeus) อันเป็นเทพแห่งสายฟ้าเช่นเดียวกับ Thor (แต่ในเทพกรีก-โรมัน คือเทพ Zeus หรือ Jupiter ถือเป็นเทพสูงสุด ขณะที่ในตำนานนอร์สคือ Odin) Thor นอกจากเป็นที่มาของ Thursday แล้ว ยังเป็นที่มาของคำว่า thunder ที่แปลว่าฟ้าผ่าอีกด้วย

 

เทพนอร์ส
Frigg and Her Maidens (1882)

Friday มาจากเทพี Frigg เมียหลวงของโอดิน

        วันศุกร์สุดสัปดาห์ วันที่หลายคนรอคอย จึงต้องรับด้วยชื่อเทพผู้หญิงบ้าง หลังจากเจอเรื่องราวมากมายมาตลอด 4 วันของเทพผู้ชาย สำหรับ Friday ได้ชื่อจากเทพี Frigg ซึ่งเป็นมเหสีเอกสูงสุดของเทพโอดิน

        Frigg เป็นแม่ของ Baldr เทพแห่งแสงสว่างและความบริสุทธิ์ วันหนึ่งฟริกฝันว่าบัลเดอร์ตาย เลยไปอ้อนวอนต่อพลังธรรมชาติทุกแห่งเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดทำอันตรายลูกตัวเองได้ แต่ Loki เทพตัวป่วนเจ้าเก่าก็อาศัยเล่ห์เหลี่ยมล้วงจุดอ่อนมาได้จนรู้ว่า Frigg ไม่ได้ไปขอพรจากต้น Mistletoe เพราะมองว่าอ่อนเกินไป ทำอันตรายลูกไม่ได้หรอก ดังนั้น โลกิจึงสร้างลูกธนูจากต้น Mistletoe และยิงใส่ Baldr จนตายคาที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมหาสงคราม Ragnarök ที่เกิดการต่อสู้และเข่นฆ่าระหว่างเหล่าเทพนั่นเอง

        แต่บางที่มาก็บอกว่า Friday มาจากเทพี Freyja ซึ่งเป็นเทพีอีกองค์ในตำนานนอร์ส ที่ชื่อคล้ายกับ Frigg

 

เทพนอร์ส
Francisco de Goya, Saturno devorando a su hijo (1819-1823)

Saturday มาจากเทพ Saturn (Cronus) วันหนึ่งเดียวที่ตั้งจากเทพโรมัน!

        วันอาทิตย์ถึงศุกร์ ต่างใช้ชื่อจากเทพนอร์สทั้ง 6 วัน อย่างไรก็ตามมีวันเสาร์วันเดียวที่แหกคอก คือเอาชื่อเทพโรมัน Saturn มาใช้ในคำว่า Saturday แทน สำหรับประวัติเทพ Saturn หรือ Cronus ในตำนานกรีก-โรมัน โดยสังเขปมีดังนี้

        Cronus (ชื่อตามตำนวนเทพปกรณัมกรีก) เป็นลูกของเทพแห่งท้องฟ้า Uranus และเทพีแห่งผืนดิน Gaia โดยโครนัสเป็นผู้นำของเหล่าเทพ Titan 12 องค์ซึ่งเป็นพี่น้องของตน ด้วยเห็นว่าเหล่าเทพ Titan มีพละกำลังมหาศาล ยูเรนัสจึงกลัวที่จะถูกยึดอำนาจในฐานะเทพสูงสุด จึงจับทั้ง 12 องค์ไปขังในนรก Tartarus แต่ก็ไร้ผล เพราะสุดท้าย Cronus ก็พาพรรคพวกขึ้นมายึดอำนาจยูเรนัส และตั้งตนเป็นใหญ่เสียเอง

        ต่อมา Cronus ก็กลัวว่าตัวเองจะถูกโค่นอำนาจแบบที่เคยทำไว้กับพ่อ เลยจัดการกลืนลูกตัวเองลงท้อง (หนักกว่าฝั่ง Uranus อีกนะเนี่ย) แต่ก็มีลูกคนเดียวที่หลุดรอดไปได้คือ Zeus ซึ่งซุสนี่แหละก็กลับมาโค่นบัลลังก์โครนัส และสถาปนาตัวเองเป็นเทพสูงสุดแห่ง Olympus

 

โรมัน ต้นกำเนิดการตั้งชื่อวันทั้งเจ็ดในสัปดาห์

        ที่จริงแล้วการตั้งชื่อวันในสัปดาห์เป็นชื่อเทพมีที่มาจากโรมัน โดยตั้งชื่อเทพประจำวันทั้งเจ็ดคือ Sol, Luna, Mars, Mercury, Jupiter, Venus และ Saturn เมื่อระบบวันทั้งเจ็ดเผยแพร่เข้าสู่ดินแดนตอนเหนือ เช่น เยอรมนีหรือสแกนดิเนเวียที่นับถือเทพนอร์ส ทำให้พวกเขาประยุกต์การตั้งชื่อวันทั้งเจ็ดกับเทพของตัวเอง โดยอิงจากพลังอำนาจของเทพโรมันกับเทพนอร์ส เช่น วันอังคาร คือ Mars-Týr ที่เป็นเทพแห่งสงคราม หรือ Jupiter-Thor ที่เป็นเทพแห่งสายฟ้า แต่วันเสาร์ Saturn ชาวนอร์สหาเทพที่ใกล้เคียงมาตั้งไม่ได้ เลยปล่อยใช้ชื่อโรมันไว้แบบนั้นและใช้มาจนถึงปัจจุบัน

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคภูมิ โภคทวี

แอดมินเพจ HikaLuces และเพจ ว่าด้วยเรื่องของภาษา ผู้สนใจความรู้รอบตัวทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเกม การ์ตูน และไอดอล เวลาว่างชอบเล่นเกม Overwatch

ภาพโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา