Soccer ที่คนอเมริกันเรียกกีฬาฟุตบอล แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดที่ Oxford ในอังกฤษ

World Wide Words
1 Oct 2019
เรื่องโดย:

ภาคภูมิ โภคทวี

Highlights

ช่วงนี้การแข่งขันฟุตบอลกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง ทั้งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  ที่มีทีมใหญ่สามารถพลิกล็อกได้ทุกนัด, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่ทีมชาติไทยกำลังขับเคี่ยวกับเพื่อนบ้านเพื่อชิงตั๋วไปกาตาร์ รวมถึงโค้งสุดท้ายของไทยลีกที่จะตัดสินว่าใครจะได้ตำแหน่งแชมป์ไปครอง

        เมื่อพูดถึง football คนไทยคงรู้จักกันเป็นอย่างดี ในฐานะกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากอังกฤษแดนผู้ดี เนื่องด้วยเป็นกีฬาที่เล่นง่าย เข้าใจไม่ยาก แค่พยายามใช้เท้าพาลูกบอลกลมๆ เข้าประตูฝั่งตรงข้ามก็เป็นอันเสร็จ ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก การันตีได้จากยอดผู้ชมฟุตบอลโลกที่มีถึงหลักร้อยล้านคน และเม็ดเงินจากสปอนเซอร์ต่างๆ สะพัดมหาศาล

        แต่หากพูดคำว่า football ให้คนอเมริกันฟัง พวกเขาคงนึกถึงกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ผู้แข่งถือบอลทรงไข่ไปทัชดาวน์อีกฝั่งสนามให้ได้ แล้วเรียกกีฬาฟุตบอลของชาวโลกว่า soccer เสียแบบนั้น ทำไมชาวมะกันเรียกกีฬาฟุตบอลได้ประหลาดถึงเพียงนี้ ได้เวลาย้อนอดีตกลับไปยังต้นกำเนิดของกีฬาทั้งสองประเภท รวมถึงคำที่ใช้เรียกกัน

 

soccer
Chloe Knott – Danehouse / Getty Images

ย้อนประวัติของฟุตบอลและรักบี้

        แม้ว่าจะมีหลักฐานถึงต้นกำเนิดฟุตบอลมาตั้งแต่โบราณ และหลายชาติต่างก็เคลมว่าเป็นต้นกำเนิด แต่กีฬาฟุตบอลสมัยใหม่ที่พัฒนากติกาจนกลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบันนั้น เกิดขึ้นที่อังกฤษในศตวรรษที่ 19 และสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (The Football Association) ก็ถือกำเนิดในปี 1863 ก่อนที่คนอังกฤษจะนำกีฬานี้ไปเผยแพร่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก จนกลายเป็นกีฬายอดนิยมในหลายประเทศในที่สุด ทำให้คำว่าฟุตบอล (football) กลายเป็นคำที่หลายชาติใช้เพื่อระบุถึงกีฬาที่ใช้เท้าเตะลูกทรงกลมเข้าประตู

        แต่อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปยังปี 1823 ในช่วงที่ฟุตบอลยังไม่มีกติกามาตรฐานแน่ชัด ณ โรงเรียน Rugby ในเมืองชื่อเดียวกัน มีนักเรียนคนหนึ่งชื่อ William Webb Ellis เล่นพิเรนทร์ โดยเขาถือลูกฟุตบอลวิ่งแทนการเตะ แต่ท่ามกลางการเล่นที่ผิดกติกา ทำให้ต่อมาการเล่นแบบนี้กลับได้รับความนิยมเรื่อยๆ จนกลายเป็นกีฬาชนิดใหม่ชื่อ Rugby Football โดย Rugby คือชื่อเมืองต้นกำเนิด ส่วน Football คือต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ 

 

soccer
Cameron Spencer / Getty Images

แท้จริงแล้วเด็กออกซฟอร์ดเป็นผู้ตั้งชื่อฟุตบอลว่า Soccer

        เมื่อมีกีฬา 2 ประเภทที่ชื่อ Football ซึ่งเล่นกันมาตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 19 แถมคนอังกฤษก็นิยมเล่นมันทั้งคู่ด้วย และแน่นอนว่ากีฬาพวกนี้ก็แพร่ไปถึงการแข่งขันในสถานศึกษาเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษอย่าง Oxford แต่นักศึกษาออกซฟอร์ดก็ขี้เล่นไม่น้อย ชอบเอาคำต่างๆ มาตั้งชื่อให้เรียกง่ายๆ ไม่เว้นแม้แต่กีฬาทั้ง 2 ประเภทนี้ด้วย เพราะต่างก็มีคำว่า football อยู่ในชื่อ พวกเขาเลยจับตั้งชื่อให้ใหม่ โดยรักบี้เรียกว่า rugger และฟุตบอลที่ใช้เท้าเตะเรียกว่า soccer ซึ่งย่อมาจากคำว่า association football ใช่แล้วครับ คำว่า soccer ที่คนอเมริกันเรียกฟุตบอล มีต้นกำเนิดจากอังกฤษและประดิษฐ์โดยนักศึกษาออกซฟอร์ดนี่เอง

        คนอังกฤษนำกีฬาฟุตบอลและรักบี้ไปเผยแพร่สู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยในอเมริกาต่างก็รับเอากีฬาทั้งสองประเภทมาเล่น แต่เมื่อจะจัดการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยกลับพบว่า กีฬาหนึ่งใช้ขา ส่วนอีกกีฬาใช้แขน แล้วแบบนี้จะเล่นด้วยกันได้อย่างไร สุดท้ายก็จับเอาทั้งคู่มาฟิวชั่นกัน เกิดเป็นฟุตบอลฉบับอเมริกัน หรือ American Football จนกลายเป็นกีฬาแห่งชาติของดินแดนลุงแซมได้ในที่สุด เพื่อความสะดวกในการเรียกชื่อ คนอเมริกันจึงเรียกกีฬาใหม่นี้อย่างสั้นๆ ว่า football ขณะที่ฟุตบอลต้นตำรับเรียกว่า soccer ไปเลยเพื่อไม่ให้สับสนกับอเมริกันฟุตบอล

 

soccer

Soccer ถูกกระแสต่อต้านอเมริกันจนหายไปจากแดนผู้ดี

        ที่อังกฤษเองคำว่า football และ soccer ถูกใช้ควบคู่กันในความหมายของกีฬาฟุตบอลมาโดยตลอดตั้งแต่ที่เด็กออกซฟอร์ดประดิษฐ์คำขึ้นมาใช้ แต่การเสื่อมความนิยมของ soccer จนหายไปในแดนผู้ดีนั้น คงต้องย้อนประวัติศาสตร์โลกเสียหน่อย

        ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อังกฤษเสียหายหนักจากการถูกกองทัพเยอรมันบุกทิ้งระเบิดบนเกาะ ทำให้อังกฤษต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นฟูประเทศ รวมถึงการให้เอกราชแก่อาณานิคมต่างๆ จนทำให้สิ้นสุดจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งเคยได้ชื่อว่าดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน เพราะไม่ว่าดวงอาทิตย์จะส่องแสงไปที่ไหนบนโลก จะมีดินแดนของจักรวรรดิอยู่ที่นั่นเสมอ

        ขณะที่สหรัฐอเมริกาแทบไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกเท่าใดนัก เศรษฐกิจต่างๆ จึงพัฒนาได้ทันทีโดยไม่ต้องฟื้นฟูประเทศเหมือนยุโรป ทำให้อเมริกากลายเป็นประเทศมหาอำนาจใหม่ของโลก รวมทั้งเผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเองไปยังประเทศพันธมิตร เช่น หนังฮลลีวูด รวมถึงกีฬาของตัวเองอย่างเบสบอล, บาสเกตบอล, อเมริกันฟุตบอล และแน่นอนว่าอังกฤษก็ไม่รอดพ้นจาก soft power ของฝั่งอเมริกันไปได้

        คนอังกฤษเห็นว่าคนอเมริกันใช้ soccer เพื่อสื่อถึงฟุตบอลอันเป็นกีฬาของอังกฤษ เพื่อไม่ให้กีฬาของตัวเองเปลี่ยนไปเรียกแบบอเมริกันตามกระแสวัฒนธรรมที่มาแรงมาก ทำให้ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ความนิยมการเรียกว่า soccer ก็ค่อยๆ ลดลงจนหายไปในปัจจุบัน จนเหลือแต่ football คำเดียว ทั้งที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วคำว่า soccer ถูกสร้างขึ้นในอังกฤษนี่แหละ

 

soccer

คำเรียกฟุตบอลในภาษาอื่นๆ

        ในภาษาต่างๆ มักจะเรียกกีฬาฟุตบอลทับศัพท์ตามภาษาอังกฤษ football ไปเลย หรือไม่ก็แปลจากคำว่า foot (เท้า) และ ball (ลูกกลม) ซึ่งก็เป็นการเรียกหรือแปลตามอังกฤษ แต่มีบางภาษาที่ทับศัพท์กีฬาฟุตบอลจาก soccer เช่นกัน อย่างภาษาญี่ปุ่น เรียกฟุตบอลว่า サッカー (sakkaa) ซึ่งไม่ต้องเดาให้ยาก เพราะญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกและถูกอเมริกาปกครองในช่วงหนึ่ง ทำให้ได้รับวัฒนธรรมและคำเรียกแบบอเมริกันเป็นจำนวนมาก

        แต่ที่แปลกที่สุดคือภาษาอิตาลี ซึ่งเรียกฟุตบอลว่า calcio (กัลโช) ที่เอามาจากกีฬาโบราณของตัวเองชื่อ Calcio Fiorentino มีผู้เล่นฝั่งละ 27 คน เข้าแย่งบอลฝั่งตรงข้ามเพื่อทำคะแนน (แถมยังเป็นการเล่นที่รุนแรงกว่ารักบี้และอเมริกันฟุตบอลมาก) สำหรับแฟนบอลอิตาลีคงหายสงสัยกันสักทีว่าทำไมอิตาลีถึงเรียกกีฬาฟุตบอลแปลกไปจากภาษาอื่น

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคภูมิ โภคทวี

แอดมินเพจ HikaLuces และเพจ ว่าด้วยเรื่องของภาษา ผู้สนใจความรู้รอบตัวทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเกม การ์ตูน และไอดอล เวลาว่างชอบเล่นเกม Overwatch

ภาพโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา