Wasei-eigo ว่าด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เราคุ้นเคย แท้จริงแล้วกลับ Made in Japan

World Wide Words
19 Sep 2019
เรื่องโดย:

ภาคภูมิ โภคทวี

Highlights

การยืมศัพท์ต่างภาษามาใช้เป็นเรื่องปกติของการติดต่อระหว่างวัฒนธรรม เมื่อเราเจอสิ่งของหรือแนวคิดใหม่ๆ ที่ไม่มีในภาษาตัวเอง วิธีง่ายที่สุดคือยืมศัพท์ต่างประเทศมาใช้โดยไม่ต้องคิดบัญญัติศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก สำหรับในภาษาไทยเองก็มีการยืมศัพท์ภาษาต่างประเทศมาใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เนื่องมาจากอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและวิชาการ แต่ก็มีคำศัพท์บางจำพวกที่ดูเผินๆ เหมือนเป็นคำในภาษาอังกฤษ แต่ถ้าสืบประเทศต้นกำเนิดของคำกลับไม่ใช่อังกฤษหรือสหรัฐอเมริกาเลย แต่เป็นประเทศญี่ปุ่นซะงั้น

        สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมา จะรู้ว่าในภาษาญี่ปุ่นก็ยืมศัพท์ภาษาอังกฤษมาใช้จำนวนมาก ซึ่งผลจากการใช้ศัพท์เหล่านี้ ทำให้คนญี่ปุ่นผูกศัพท์อังกฤษจนกลายเป็นคำใหม่ หรือที่เรียกว่า Wasei-eigo (和製英語) ซึ่งบางคำก็ถูกยืมกลับมาใช้ในภาษาอังกฤษ (reborrowing) อีกทีหนึ่ง และกลายเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายไปทั่วโลก

 

Wasei-eigo

Salaryman (サラリーマン) และ Office Lady (OL)

        เริ่มจากคู่ศัพท์ที่ดูเข้ากับวัฒนธรรมหนึ่งของญี่ปุ่น นั่นคือการทำงานหนักมากๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการรณรงค์ให้ทำงานน้อยลงแล้ว แต่คำศัพท์เหล่านี้ก็ยังมีใช้แพร่หลายในญี่ปุ่นอยู่ดี

        Salaryman เป็นการผูกคำระหว่าง salary (เงินเดือน) กับ man (ผู้ชาย, มนุษย์) ก่อนที่ภาษาไทยจะแปลคำนี้เป็น ‘มนุษย์เงินเดือน’ อีกทีหนึ่ง ซึ่งภาพลักษณ์ที่เราจะเห็นกันคุ้นตาคือผู้ชายใส่สูททำงานตั้งแต่เช้าจนดึก บางคนไปปาร์ตี้หลังเลิกงานหนักจนเมาแอ๋เลยก็มี อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะใช้คำนี้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อังกฤษ ต้องใช้คำว่า salaried man (คนที่ได้รับเงินเดือน)

        ส่วน Office Lady หรือที่ญี่ปุ่นมักจะย่อเป็น OL หากแปลไปตรงๆ จะได้ว่า สาวออฟฟิศ แต่เนื่องจากบทบาทผู้หญิงญี่ปุ่นในการทำงาน ส่วนใหญ่มักทำงานเป็นเลขาหรืองานระดับล่าง ก่อนที่จะลาออกมาแต่งงาน เป็นแม่บ้านและเลี้ยงลูก ทำให้คำนี้สื่อความหมายไปในเชิงเหยียดเพศมากกว่า เพราะผู้หญิงเก่งๆ ในปัจจุบันเริ่มที่จะมีบทบาทในฐานะหัวหน้างานมากขึ้น

 

Wasei-eigo
ภาพ: https://images.app.goo.gl/Tzz9QCDeQssSA5uT6

Cider (サイダー)

        คำนี้ในภาษาอังกฤษแปลว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมักจากผลไม้หรือแอปเปิล อาจจะเป็นชื่อเครื่องดื่มที่ไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ เพราะคนไทยมักจะรู้จักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พวกเบียร์, ไวน์, เหล้า, บรั่นดี, วิสกี้ และอื่นๆ แต่สำหรับญี่ปุ่น2ใช้คำว่า cider ในความหมายเฉพาะหมายถึงน้ำอัดลมจำพวก Lemon-Lime หรือถ้าพูดเป็นชื่อยี่ห้อน่าจะทำให้เข้าใจขึ้นมากกว่า อย่าง Sprite หรือ 7 Up

 

Wasei-eigo
ภาพ: https://k-on.fandom.com/wiki/Live_House!

Live House (ライブハウス)

        คำนี้เริ่มได้ยินบ่อยมากขึ้นในระยะหลัง เพราะมีสถานที่หลายแห่งในไทยที่ใช้คำว่า Live House กันมากขึ้น สำหรับแสดงคอนเสิร์ตหรือจัดงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งหลายคนคงนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นคำที่มาจากญี่ปุ่น

        Live House ของญี่ปุ่นคือสถานที่ขนาดเล็กเพื่อจัดแสดงคอนเสิร์ต อาจเป็นภายในอาคารประมาณห้องแถวที่ไม่ใหญ่มาก และมักจะตั้งอยู่ในชั้นใต้ดิน ที่สำคัญคือรองรับคนได้จำนวนจำกัด ส่วนวงดนตรีที่มาเล่นก็มักจะเป็นแนวร็อก แจ๊ซ หรืออินดี้ ที่ยังไม่ดังในระดับวงกว้าง ซึ่งแตกต่างกับงานคอนเสิร์ตทั่วไปมักจะจัดในฮอลล์ขนาดใหญ่ เล่นโดยวงดนตรีชื่อดัง รองรับคนดูหลักพันถึงหมื่นคน

 

Wasei-eigo
ภาพ: www.fashion-press.net/news/45511

Anime (アニメ)

        ใครที่เป็นสายการ์ตูนต้องรู้จักคำนี้แน่นอน เพราะมันคือสื่อบันเทิงที่ให้รอยยิ้มกับคุณในวัยเด็ก (หรืออาจเรื่อยมาจนถึงตอนนี้) ไม่ว่าจะเป็นดราก้อนบอล โดราเอมอน โปเกมอน เซเลอร์มูน วันพีซ โคนัน และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ซึ่งถือเป็นอนิเมะระดับตำนานทั้งนั้น

        คำว่า anime เป็นการย่อมาจากคำว่า animation หรือภาพเคลื่อนไหวในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของการถ่ายทำภาพยนตร์ เมื่อญี่ปุ่นรับการทำภาพยนตร์แบบนี้มาใช้ จากคำเต็มๆ อย่าง animation (アニメーション) จึงถูกเรียกย่อๆ ให้เหลือเพียง anime (アニメ) และเกิดเป็นความหมายใหม่คือการ์ตูนแอนิเมชันที่สร้างจากญี่ปุ่น

        สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว หากพูดถึงการ์ตูนของชาติอื่นๆ มักจะใช้คำเต็มๆ ว่า animation หรือ cartoon ไปเลย แต่ถ้าใช้คำว่า anime จะเท่ากับสื่อความหมายที่ระบุเจาะจงว่าเป็นการ์ตูนจากญี่ปุ่นเท่านั้น

 

Wasei-eigo
ภาพ: https://cos-asu.com/cos-awase-convenient/

Cosplay (コスプレ)

        Cosplay มาจากการผสมคำระหว่าง costume (ชุดเสื้อผ้า) และ play (เล่น) รวมกันเป็นการเล่นกับเสื้อผ้า (แปลไทยแล้วแย่กว่าเดิมอีก) ซึ่งผู้เขียนคิดว่าการทับศัพท์ว่าคอสเพลย์ไปเลยจะดีกว่า

        จากอิทธิพลของ anime ทำให้หลายคนชอบแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ ทำให้เกิดคำว่า cosplay ซึ่งในตอนแรกยังเป็นคำที่ใช้กันในกลุ่มเล็กๆ แต่เมื่ออุตสาหกรรมอนิเมะขยายวงกว้างและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้คอสเพลย์กลายเป็นอีกหนึ่ง subculture หรือวัฒนธรรมย่อยที่พบได้ทั่วไป ซึ่งเรามักจะพบได้ตามงานอีเวนต์ที่เกี่ยวกับการ์ตูนหรือญี่ปุ่น แถมบางคนยังสามารถทำเป็นอาชีพจากการถ่ายแบบคอสเพลย์อีกด้วย

        คำนี้ก็ถือเป็น wasei-eigo อีกคำที่แพร่หลายไปทั่วโลก และสามารถแปลงศัพท์ให้เป็นหน้าที่ต่างๆ ในไวยากรณ์อังกฤษ เช่น cosplayer คือคนที่แต่งคอสเพลย์ หรือใช้คำนี้เป็นคำกริยา เช่น She cosplays as Asuna in SAO. จากเดิมที่เป็นเพียงคำนามเท่านั้น

 

Wasei-eigo
ภาพ: https://headlines.yahoo.co.jp/hl?a=20170406-00010000-bfj-ent

Idol (アイドル)

        คำนี้แม้ว่าจะเป็นคำศัพท์ดั้งเดิมในภาษาอังกฤษ มีความหมายคือ รูป หรือสิ่งที่ใช้สำหรับสักการะบูชา เช่น รูปปั้นเทพเจ้าในศาสนาต่างๆ รวมถึงพระพุทธรูปก็เข้าข่ายนิยามของ idol เช่นกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความหมายเดิมจากสิ่งสักการะบูชาก็ได้เปลี่ยนมาสู่ตัวบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะคนดังหรือบุคคลสำคัญที่เป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นๆ เรามักจะได้ยินคำพูดทำนองว่า Cristiano Ronaldo is my football idol. เพราะคนพูดนับถือโรนัลโดว่าเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอล

        แต่เมื่อคำนี้เข้าสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย ความหมายก็เปลี่ยนในแบบเฉพาะตัวของญี่ปุ่นอีกครั้ง เพราะนำคำว่า idol มาใช้ในคอนเซ็ปต์ของเด็กสาวผู้มีความฝันและความพยายาม โดยใช้ทักษะการร้อง เต้น รวมถึงลักษณะบุคลิกภาพ แสดงออกมาเป็นตัวตนให้แฟนคลับคอยให้กำลังใจผ่านช่องทางต่างๆ

        ยุครุ่งเรืองของไอดอลญี่ปุ่นแบ่งเป็นสองช่วงคือ ทศวรรษ 1970-80s ที่ไอดอลจะแสดงตัวผ่านโทรทัศน์หรือคอนเสิร์ตเฉพาะ และโอกาสที่แฟนคลับจะได้มาเจอไอดอลตัวเป็นๆ ก็มีน้อยมากๆ ส่วนอีกยุคคือตั้งแต่ทศวรรษ 2000s เป็นต้นไปหลังการเปิดตัวของวง AKB48 กับคอนเซ็ปต์ไอดอลที่สามารถพบได้ ก็ถือเป็นการปฏิวัติวงการไอดอลครั้งใหญ่ และมีวงน้องสาวตามมามากมายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงวงคู่แข่ง (ในเครือเดียวกัน) อย่าง Nogizaka 46

        ปัจจุบัน คำว่า idol สามารถใช้ได้ทั้ง 3 ความหมาย ขึ้นกับบริบทที่ใช้ แต่ถ้าหากพูดถึงไอดอลที่เป็นวงของเด็กสาวแล้ว ถือเป็นความหมายที่ถูกสร้างโดยญี่ปุ่นนี่เอง

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคภูมิ โภคทวี

แอดมินเพจ HikaLuces และเพจ ว่าด้วยเรื่องของภาษา ผู้สนใจความรู้รอบตัวทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเกม การ์ตูน และไอดอล เวลาว่างชอบเล่นเกม Overwatch

ภาพโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา