เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างไรให้มีความสุข ตอนที่ 1

อยู่เป็น
8 Aug 2020
เรื่องโดย:

คำ ผกา

อยู่เป็นได้มีโอกาสไปพูดให้กับองค์กรแห่งหนึ่งในหัวข้อ ‘เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างไรให้มีความสุข’ อันเป็นหัวข้อที่ยากมากสำหรับฉัน เพราะอาจพูดได้ว่า เกิดมาไม่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนเลย และการที่ตนเองสามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยการเป็นฟรีแลนซ์เรื่อยมานั้น ฉันขอเรียกมันว่าเป็นเพราะโชคช่วยก็แล้วกัน

        มองจากสายตาของฟรีแลนซ์อย่างฉัน การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นมันเป็นเรื่องของความปลอดภัยล้วนๆ ลองจินตนาการว่าเมื่อเราเป็นเด็ก พ่อแม่จะบอกว่า “ตั้งใจเรียนนะ เรียนเก่งๆ โตขึ้นจะได้ทำงาน มีเงินเดือนเยอะๆ” ไม่ค่อยมีพ่อแม่ที่ไหนสอนลูกว่า “ตั้งใจเรียนนะ โตขึ้นจะไม่ได้ต้องทำงานรับเงินเดือน”

        เพราะฉะนั้น การได้เป็นมนุษย์เงินเดือนน่าจะเป็นสุดยอดความใฝ่ฝันปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือสำหรับการวัดว่าคนคนนั้นได้เดินไปสู่จุดของการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตวัยเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ คือหมุดหมายแรกที่ใช้วัดความสำเร็จ และเป็นจุดแรกที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกว่า วันนี้เลี้ยงลูกมาถึงฝั่งแล้ว (อีกสเต็ปหนึ่งคือเมื่อลูกแต่งงาน)

        เพราะฉะนั้น มองจากมาตรฐานทุกมาตรฐานของสังคม การเป็นมนุษย์เงินเดือนน่าจะหมายถึงความสุข ความมั่นคง มากกว่าการนำไปสู่คำถามว่า “เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างไรให้มีความสุข”

        ภาวะไร้สุขของมนุษย์เงินเดือนน่าจะมาจากอิทธิพลของสำนักคิดอีกสำนักคิดหนึ่ง ที่มองว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นอยู่ตรงกันข้ามการมีชีวิตชีวาและความคิดสร้างสรรค์ การที่เราเข้าสู่ระบบริษัท ชีวิตเราก็เป็นประหนึ่งฟันเฟือง เครื่องจักร เป็นหมุด เป็นนอตเล็กๆ ของระบบเครื่องจักรอันใหญ่โตที่ขับเคลื่อนไป ตัวเราช่างน้อยนิด ไร้ความหมาย สุดท้ายชีวิตก็เริ่มหมุนวนเป็นรูทีน ตื่นนอน แต่งตัว ไปทำงาน กลับบ้านนอน รับเงินเดือน หมุนวนซ้ำไปแบบนี้ จนวันหนึ่งเราเริ่มลืมไปแล้ว่าเราคือใคร เกิดมาทำไม

        ขอยกตัวอย่างหนังที่ออกจะโบราณอยู่สักหน่อย ที่ทำให้เราเห็นชีวิตอันน่าเบื่อและภาวะคนที่ค่อยๆ กลายเป็นหุ่นยนต์ไปจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน คือหนังญี่ปุ่นเรื่อง Shall We Dance อันฉายให้เห็นภาพชีวิตของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งเคลื่อนไหว แข็งทื่อ เป็นหุ่นยนต์ ยิ้มแย้ม หัวเราะไม่เป็น ความมีชีวิตชีวาระเหิดหายไปจากการหลอมตัวเองเข้าในระบบเป็นฟันเฟืองหนึ่งของบริษัท หรือพูดอีกอย่างว่าทุนนิยมที่กลืนกินมนุษย์ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ

        การเป็นพนักงานรับเงินเดือน ถ้าเรายังเหลือความเป็นมนุษย์มาก หมายความว่าเราจะมี ‘อารมณ์’  ซึ่งอารมณ์เป็นอุปสรรคของผลิตภาพของบริษัท ความสุข ความเศร้า ความกลัว ความเบื่อหน่าย เป็นสิ่งที่ต้องกดเอาไว้ เมื่อคุณเข้าสู่พื้นที่การทำงาน วันนี้แมวที่รักที่สุดตาย เสียใจมาก แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้คุณทำงานไม่ได้

        ฉันจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นความรู้สึกร่วมสมัยของยุคหลังอุตสาหกรรม และคนในเจเนอรชัน X  ช่วงท้ายๆ ต่อ Y คนที่โตมาในยุคทองของนิยายมูราคามิ ต่อด้วยยุคทองของหนังสไตล์ หว่อง กาไว คือมนุษย์ในเจนฯ ที่ตั้งคำถามกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนมากที่สุด

        แล้วถ้าเราไม่เป็นมนุษย์เงินเดือนเราจะเป็นอะไร?

        หลายคนฝันถึงการได้เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ เช่น เป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนังสือเล็กๆ ร้านอาหารเล็กๆ หลายคนฝันถึงการออกจากเมืองใหญ่ไปใช้ชีวิตในชนบท มีบ้านหลังเล็กๆ ทำการเกษตรเล็กๆ พึ่งตนเองได้ ปฏิเสธการแอบอิงคุณค่าความสำเร็จของสังคมกระแสหลัก หลายคนเลือกวิถีแห่งการเป็นฟรีแลนซ์ รับงานอิสระ ไม่ฝืนใจทำงานที่ขัดต่ออุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อของตนเอง หลายคนเลือกเป็นฟรีแลนซ์โดยเชื่อว่า สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างอิสระ ไม่ต้องหักโหม ทำงานตามรูทีน เลือกเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย รักษาสมดุลของชีวิตได้ดีกว่า

        ในกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ระบบอุตสาหกรรม / บริษัท ที่พรากเอาความคิดสร้างสรรค์ และชีวิตของมนุษย์ ก็มีการนำเสนอภาพชีวิต ‘ทางเลือก’ ของคนที่กล้าหาญพอที่จะไม่ยอมเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่เสี่ยงออกมาทำ ‘กิจการเล็กๆ อันเป็นที่รัก’ ของตนเอง หรือแม้แต่เรื่องราวของนักเขียน ลูกนายธนาคารที่เลือกจะออกมาเป็นชาวนา หรือดาราสาวที่ประกาศว่า “ฉันจะเป็นชาวนา” ก็ถูกนำเสนอออกมาอย่างน่าเอาเยี่ยงอย่าง อ่านแล้วสร้างแรงบันดาลใจไฟฝัน

        คนเหล่านั้นเดินออกมาจากชีวิตทันสมัย เสื้อผ้าแบรนด์เนม ออกไปสู่ธรรมชาติ ชีวิตสมถะ เสื้อผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ใบหน้าก่ำแดดกับแววตาสุกใสแม้จะดูเหนื่อย แต่ดูมีความสุขกว่าดวงตาโรยราไร้วิญญาณของมนุษย์เงินเดือนหลายล้านเท่า

        อ่า… พวกเขาช่างกล้าหาญ และชีวิตพวกเขาช่างดีจริง

        ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำถาม “เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างไรให้มีความสุข”

        สำหรับเรา มันตลกมากที่คนซึ่งโอเคกับชีวิตอยู่ดีๆ กลับถูกทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย สิ่งที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้มันแย่มากเลยใช่ไหม? เราคือคนขี้ขลาดเหรอ? หรือเราคือพวกเหยื่อของระบบทุนนิยมที่ด้อยค่าความเป็นคนของเรา? ฯลฯ

        เมื่อเราเริ่ม ‘หว่อง’ เราจึงเริ่มไม่มีความสุข แล้วสิ่งที่เรียกว่า ‘ทางเลือก’ นั้น มันนำมาซึ่งความสุขจริงหรือไม่? หรือแท้จริงแล้ว ปัญหามันอยู่ที่อื่นอันเกี่ยวกับการเป็นหรือไม่เป็นมนุษย์เงินเดือนเลย

        ติดตามอ่านได้ในตอนต่อไป 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คำ ผกา

นักเขียนประจำคอลัมน์ 'อยู่เป็น'

ภาพโดย

ชุติกาญจน์ เลิศบุญครอง

instagram: @orange.catist