40s Runners: ความลับของคนวัย 40 ที่ช่วยให้วิ่งได้อย่างเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น

Feature
30 Sep 2020
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

รู้ไหมว่าเมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 คุณต้องเจออะไรบ้าง

        ว่ากันว่า ค่าความพึงพอใจในชีวิตของมนุษย์โดยเฉลี่ยจะมีกราฟเป็นอักษรรูปตัว U นั่นคือตอนวัยเด็กกับวัยชรา เราจะมีความพึงพอใจมากที่สุด

        และค่าต่ำสุดของความพึงพอใจนี้จะอยู่ในช่วงกลางของชีวิต หรือ Middle Life ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วก็หมายถึงช่วงอายุ 40 ปีนี่เอง

        40 คือวัยที่หลายคนเผชิญหลายวิกฤต แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คนวัย 40s จะทำได้ดีกว่าคนวัยอื่นๆ

        เรื่องนั้นก็คือการวิ่งระยะไกล!

        วัยนี้คล้ายคลึงกิโลเมตรที่ 35 ของการวิ่ง ที่ช่วยให้พวกเราทั้งในฐานะมนุษย์บนโลก และนักวิ่งบนลู่ เริ่มเรียนรู้ว่าร่างกายที่มีอยู่นั้นมีขีดจำกัดมากแค่ไหน ดังนั้น การตัดสินใจในการวิ่ง ณ ช่วงนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้เรียนรู้ร่างกาย จิตใจ และเป้าหมายของชีวิต ผ่านกีฬาง่ายๆ ที่ไม่ต้องเอาชนะใครอย่างเช่นการวิ่ง

        ฟังดูอาจรู้สึกสับสนว่าทำไมช่วงอายุที่ชีวิตกำลังสิ้นหวังและร่างกายที่กำลังสึกหรอ ถึงเหมาะกับกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังกายมากขนาดนี้ เราจึงขอเป็นตัวแทนวัย 40s ทุกท่าน ด้วยการปิดหน้าจอคอมฯ สวมรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ และออกไปวิ่งกับ ‘หนุ่ม Runner’s Journey’ หรือ เกียรติคุณ เยาวรัตน์ นักวิ่งวัยกลางคนมากประสบการณ์ ที่จะมาไขความลับของการวิ่งในช่วงวัย 40s ให้เราฟัง

 

40s runner

Fun run, Start with health

        “ถ้าย้อนกลับในยุคหลายแสนปีก่อน เราจะพบว่า แท้จริงแล้ว บรรพบุรุษของมนุษย์คือนักล่าสัตว์มาโดยตลอด เราล่าด้วยการวิ่ง ทำให้แม้ในวันที่วิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์แล้ว ดีเอ็นเอก็ยังไม่จางหายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนจากการวิ่งล่าสัตว์ เป็นการวิ่งล่าฝันแทนเท่านั้น

        “ดังนั้น การที่มนุษยจะปลุกสัญชาตญาณและลุกขึ้นมาล่าหรือวิ่งอีกครั้งในวัยกลางคน ตามความคิดเรามีอยู่ 2 เหตุผล 

        “อย่างแรกคือเพื่อหนีโรค อีกอย่างคือการตามหาความหมายของชีวิตอีกครั้ง”                 เกียรติคุณ เยาวรัตน์ หรือ ‘หนุ่ม Runner’s Journey’ นักไตรกีฬาชื่อดังผู้เสพติดการวิ่ง และอยู่ในช่วงวัยเลข 4 เริ่มเปิดประเด็นด้วยการพาเราไปเรียนรู้ถึงเนื้อแท้ของมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์กับการวิ่งมาแต่โบราณ เขายังแนะนำอีกว่า หากใครเริ่มต้นในช่วงวัยนี้ ควรเริ่มด้วยระยะทาง 5 กิโลเมตร นับเป็นความยาวที่ไม่มากจนรู้สึกเหนื่อย และไม่น้อยจนรู้สึกว่าง่ายเกินไป การวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มที่ดีต่อสุขภาพ และเหมาะสำหรับนักวิ่งมือใหม่เป็นอย่างดี

 

40s runner

 

        ในแง่สุขภาพ การวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร เป็นระยะที่ร่างกายมีการเผาผลาญแคลอรีราว 300-400 กิโลแคลอรี เป็นระยะทางที่ใช้เวลาซ้อมไม่ถึงสัปดาห์ก็สามารถวิ่งจบได้ และยังเป็นระยะเดียวกับที่สามารถกระตุ้นอะดรีนาลินที่ช่วยในการ ‘ปลุกไฟ’ ในการล่าความฝันให้กับมนุษย์วัยกลางคนได้อีกครั้ง

        หากพูดในแง่จิตใจ เกียรติคุณยกตัวอย่างชีวิตของตัวเองว่า สำหรับตัวเขา ในขวบปีที่อายุ 40 เหมือนเป็นช่วงที่ชีวิตผ่านพ้นความท้าทาย ความฝัน ความคึกคะนองในแบบของวัยรุ่นมาหมดแล้ว เป็นช่วงที่ตัวเขาจะรู้สึกเปลี่ยวเหงา เพราะไร้ซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ดังนั้น หากใครสักคนจะเริ่มวิ่ง ก็อาจยึดช่วงที่แรงบันดาลใจยังเป็นเพียงห้องสีขาวอันว่างเปล่า แล้วใช้การวิ่งมาเติมแต้มสีสันให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

        “ถามว่าทำไมต้องเป็นการวิ่ง เราคิดว่ากีฬานี้คือสิ่งที่มอบความสำเร็จให้กับมนุษย์ได้ไม่มีขีดจำกัด เย็นนี้คุณอ่านบทความเรา ก่อนนอนคุณตั้งเป้าไว้ว่าจะวิ่งสัก 5 กิโลเมตร พรุ่งนี้คุณตื่นเช้าไปวิ่งได้ตามแผนที่วาง แค่นี้ชีวิตก็ประสบความสำเร็จทำให้เรามีความสุขไปทั้งวันได้แล้ว เหล่านี้คือการล่าความฝันส่วนบุคคลที่ไม่ต้องอ้างอิงกับอะไรนอกจากตัวเราเอง การวิ่งจึงกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถพิสูจน์ความหมายของชีวิตได้ตลอดทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่วัย 40 ควรเริ่มจะออกมาวิ่งมากที่สุดตามความคิดของผม

        “อย่างตัวผมเอง เดิมทีก็เริ่มจากคนที่อยากลดความอ้วนมาก่อน พอได้ลองวิ่งมาสักพักเรากลับรู้สึกว่า การวิ่งช่าง ‘อร่อย’ เหลือเกิน เพราะเราพบว่าในวันที่ตัวเองเริ่มผอม มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว เรายังติดใจความอร่อยในการวิ่งทุกเช้าอยู่ มันผลักดันเราจนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนจากคนที่ชอบไปเที่ยวสังสรรค์ ให้เริ่มนอนไว ตื่นเช้า เพราะอยากออกไปวิ่ง สิ่งเหล่านี้คือผลกระทบที่การวิ่ง 5 กิโลเมตรแรก ได้มาเขย่าตัวเราให้เปลี่ยนแปลงกลายเป็นนักล่าอีกครั้ง

        “เชื่อไหมว่าขณะที่คุยกันอยู่นี่ เรายังอยากออกไปวิ่งเลย”

 

40s runner

 

        เสน่ห์ของการวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร คือการเป็น ‘สารเสพติด’ ให้กับคนวัย 40 ได้ลองตามล่าอะไรสักอย่างให้ชีวิตอีกสักครั้ง ซึ่งหากใครอ่านถึงตรงนี้แล้วคิดว่า – มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ เขาก็อธิบายไว้ว่า ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!

        “เพราะความไม่ง่ายจนเกินไป และไม่ยากจนเกินตัว ระยะทาง 5 กิโลเมตร จึงเป็นความยาวที่มีนัยยะสำคัญในการทำให้เสพติดอย่างที่บอกจริงๆ เพราะหากคุณเป็นคนที่ยังวิ่งได้ไม่ครบ 5 กิโล การฝึกแค่ 1 อาทิตย์ สามารถช่วยให้คุณพิชิตได้แล้ว หรือถ้าคุณเป็นคนที่คว้า 5 กิโลเมตร ได้อย่างง่ายดายแล้ว ระยะทาง 10, 21 หรือ 42 กิโลเมตร ก็เป็นด่านต่อๆ ไปที่รอให้คุณพิชิตอยู่เหมือนกัน

        “ซึ่งถ้าใครพาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วย เพราะนั่นหมายความว่าคุณกำลังเข้าสู่ช่วงที่วิ่งได้ดีที่สุดของชีวิตเข้าแล้ว”

Long run, challenge yourself

        หากพูดถึงระยะ ‘Long Run’ ตั้งแต่ 10 กิโลเมตร ไปจนถึง 42 กิโลเมตร ตามระยะมาราธอน หรือไกลกว่านั้นตามความท้าทายของร่างกายและจิตใจ กับนักวิ่งในช่วงวัยกลางคนที่ใกล้จะร่วงโรยเช่นนี้ หลายคนอาจคิดว่าคงไม่เหมาะกันเท่าไหร่นัก

        แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังจากพูดคุยกันและกลับมาค้นคว้าเองต่อ การวิ่งระยะนี้และวัย 40 ต่างมีความเกี่ยวข้องในแง่ของการเป็น ‘ช่วงที่อายุที่ดีที่สุดในการวิ่งระยะไกล’ อย่างเหลือเชื่อ

 

40s runner

 

        มีการศึกษาที่อธิบายถึงการเสื่อมสมรรถภาพร่างกาย ชี้ให้เห็นว่าความถดถอยของร่างกายที่เกิดอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่นการสลายของเส้นใยกล้ามเนื้อนั้น ส่วนมากมักเกิดขึ้นในช่วง 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่สรีรวิทยาและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของหลายคนอาจไม่เหมาะจะออกกำลังกายหนักๆ ช่วงวัย 40 ปี จึงถือเป็น ‘จุดพีก’ ของการออกกำลังกาย หากอ้างอิงถึงสมรรถภาพของร่างกายที่ยังไม่เสื่อมถอย และประกอบเข้ากับปัจจัยทางด้านประสบการณ์ที่กล้ามเนื้อสะสมเอาไว้อย่างเปี่ยมล้น

        ตามบันทึกของ ริชาร์ด แอสวิธ ทหารผ่านศึกวัย 59 ปี ผู้เขียนเรื่อง Feet in the Clouds ที่เล่าถึงความสำเร็จของนักวิ่งรุ่นเก่า ซึ่งมีการพูดถึงคำว่า ‘ไมล์ที่ขา’ ซึ่งถือเป็นรางวัลจากการฝึกกล้ามเนื้อมาหลายปี โดยหากพูดให้ดูวิชาการขึ้นมาอีกนิด ไมล์ที่ขาอาจเป็นการอ้างอิงถึง Muscle Memory หรือความจำของกล้ามเนื้อที่เก็บรายละเอียดท่าทางของร่างกายเพื่อนำไปสู่การปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการวิ่งออกมาดีที่สุดได้

        ดังนั้น จุดแข็งของนักวิ่งระยะยาวในวัย 40 ปี ก็คือการรู้ทั้งบู๊และบุ๋น (ความแข็งแรงและประสบการณ์ของกล้ามเนื้อ) ของร่างกาย และใช้มันได้อย่างเต็มความสามารถ ณ ช่วงเวลานั้น 

        ประสบการณ์ทางด้านเวลาและการรับรู้ถึงขีดจำกัดของร่างกาย ส่งผลให้จิตใจของคนวัย 40s ที่เขยิบจากการวิ่งเพื่อสุขภาพมาวิ่งเพื่อไล่ล่าความฝัน มีความมั่นคงและแน่วแน่อย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเกียรติคุณเอง ในการวิ่งช่วงนี้ เขาเลือกที่จะฟังเมโทรนอม (Metronome) เพื่อกำหนดจังหวะของการวิ่งให้มั่นคง แตกต่างจากนักวิ่งวัยเด็กกว่า ที่มักฟังเพลงเอาสนุกเข้าว่า ขอให้มีแรงฮึดสู้ต่อก็พอ 

        “ในแง่จิตใจคนไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะการวิ่งที่ยาวขนาดนี้ สำหรับคนวัย 40s คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณ ที่ต้องจะยอม ‘ขายวิญญาณ’ ให้กับการวิ่งอย่างจริงจัง ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต มีตารางซ้อมที่เข้มงวด จริงจัง และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำเพื่อสุขภาพอีกต่อไปแล้ว” 

        เขากล่าวทิ้งท้ายถึงการวิ่งระยะทางที่ตัวเองชื่นชอบ เพราะสำหรับวัย 40s ที่ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางจนชีวิตดูจืดชืดไปหมด การวิ่งในระยะไกลต้องลงมือลงแรงอย่างจริงจัง ใช้ร่างกายช่วงที่สมบูรณ์และสภาวะจิตใจที่นิ่งที่สุด ทำให้มนุษย์ในช่วงกลางคนอย่างเขาได้รู้สึกกระชุ่มกระช่วย หัวใจเริ่มเต้นรัว เหงื่อเริ่มออกตามรูขุมขน และรู้สึกว่าชีวิตกำลังมีความท้าทายเกิดขึ้นมาอีกครั้ง

Whatever Km, We learn

        “แต่ที่คุยด้วยในวันนี้ทั้งหมด สุดท้ายอยากบอกว่า ประสบการณ์วิ่งในชีวิตที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เหมาะสำหรับการวิ่งที่สุด แม้กระทั่งวัย 40 ที่คุณชวนผมมาคุยก็ตาม” 

        เขาพูดอย่างกระตือรือร้นคล้ายเตรียมประเด็นนี้ไว้แล้ว แต่หาโอกาสที่เหมาะสมเพื่ออธิบายให้ฟังเท่านั้น 

        “สำหรับเรา ไม่ว่าจะวัยไหน ระยะทางไหน ทุกอย่างคือความเป็นไปได้หมด ถ้าคุณซ้อมมาเพียงพอ แฟรงก์ ชอร์เตอร์ นักวิ่งโอลิมปิก เคยบอกเอาไว้ว่า ทุกความเชื่องช้ามีความเป็นไปได้เสมอ เพราะในกีฬาวิ่ง การเข้าเส้นชัยอันดับแรกหรืออันดับสุดท้าย ไม่สำคัญเท่าการตัดสินใจออกวิ่งในตอนต้นเลย

        “เพราะไม่ว่าจะอันดับที่เท่าไหร่ เวลานานแค่ไหน เราทุกคนก็เข้าเส้นชัยได้ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของการวิ่งที่แท้จริง”

 

40s runner

 

        แน่นอน การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพกายและใจที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุไหน ในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายแข็งแรงเต็มที่ คุณก็สามารถออกไปวิ่งเพื่อหาความหมายให้กับชีวิตที่สดใหม่ได้ คุณอาจจะวิ่งเร็วมากกว่าวิ่งไกล เพราะความอดทนที่จะอยู่กับการวิ่งนานๆ ยังมีไม่มากพอ แต่หากคุณอยู่ในวัยกลางคนหรือสูงอายุที่ ‘นิ่ง’ พอสำหรับการทำอะไรนานๆ แล้ว การวิ่งระยะไกลก็อาจเหมาะสมกับคุณ

        ทั้งหมดนี้ทำให้ย้อนนึกไปถึงบทสัมภาษณ์ของ ‘คุณตามาราธอน’ สมเกียรติ จินดากุล  ที่พูดถึงจังหวะของชีวิตเอาไว้อย่างแยบยล

        “เราไปในจังหวะและลิมิตของเรา เพราะเราฝืนไปตามจังหวะของคนอื่นไม่ได้ อาจจะได้นิดหน่อย แต่เราก็ต้องกลับมาในจังหวะของเรา เราไปตามธรรมชาติของเราดีกว่า ฉะนั้น จุดมุ่งหมายคือ พยายามทำให้สำเร็จ ไปให้ถึงจุดหมาย ถึงแม้จะเป็นที่โหล่ก็ไม่สำคัญ

        “เพราะโลกยังสวยงาม และน่าอยู่ ทุกวันนี้ผมจึงอยากมีสุขภาพดีเพื่อเห็นความเป็นไปในอนาคต อยากเห็นความก้าวหน้า การพัฒนาของประเทศ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่ปี ทุกอย่างแล้วแต่ฟ้าลิขิต”

 

40s runner

 

        ‘จังหวะที่เหมาะสม’  คงเป็นสาระสำคัญสุดท้ายในบทความนี้ที่ทั้งเกียรติคุณ และคุณตามาราธอน อยากให้คุณลองผ่อนรอบขาและความเร็วชีวิตให้พอดีกับตัวเอง หาจุดเหมาะสมที่ไม่มากและน้อยเกินไป จนทำให้การวิ่งเป็นสิ่งที่อยากทำในทุกเช้าหลังตื่นนอน และเป็นสิ่งที่อยากทำไปตลอด ไม่ว่าจะอายุกี่ขวบปีก็ตาม 

***หลังจากอ่านบทความนี้จบ หากใครสักคนตัดสินใจว่าจะหยิบรองเท้าออกไปวิ่งในพรุ่งนี้เช้า สำหรับผู้เขียนแล้วถือเป็นความสำเร็จเป็นอย่างมาก***

 


ที่มา:

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง