บันทึกความทรงจำ ณ จุดหมายและรายทาง ‘8 เดือน 4 ประเทศ’ กับทริปจักรยานท่องอเมริกาใต้

เทือกเขายักษ์แห่งทวีปอเมริกาใต้ที่ทอดตัวจากเหนือจรดใต้นับหมื่นกิโลเมตร ชื่อเสียงเรียงนามว่า ‘แอนดีส’ ส่วนหัวเริ่มต้นที่ประเทศโคลอมเบีย ทอดตัวยาวผ่านเอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย ไปสิ้นสุดลง ณ ปลายทางเทือกเขาที่ดินแดนซึ่งสวยประหนึ่งสรวงสวรรค์ปาตาโกเนีย ซึ่งสันเขาช่วงนี้กั้นประเทศอาร์เจนตินาจากชิลี ทวีปนี้เป็นหมุดหมายในฝันของนักเดินทางมากมายรวมทั้งผม แต่ด้วยความที่อยู่คนละฟากโลก ค่าเดินทางจึงแพงกว่า เพิ่งจะไม่กี่ปีนี่เองที่ราคาตั๋วเครื่องบินถูกลงมาก จึงวางแผน ทำงานสะสมทุนรอน เตรียมตัว ถึงเวลาก็จากเมืองไทยไปผจญภัย รอบนี้ไปนานแปดเดือนและนำจักรยานไปปั่น มันตอบโจทย์ในแง่ที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เพราะบรรทุกทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการยังชีพ ค่ำไหนก็ปักเต็นท์นอนที่นั่น แบกหม้อเตาไว้ทำอาหาร จักรยานเคลื่อนไปด้วยแรงขา ได้เผาผลาญสารอาหารที่กินเข้าไป ความเร็วก็เพอร์เฟ็กต์ที่สุด เอื้อให้ได้ซึมซับสารพันสองข้างทางได้มากกว่าการโดยสารพาหนะอื่น

     แน่นอน ขึ้นชื่อว่าเทือกเขาย่อมเต็มไปด้วยยอดสูงมากมาย ตั้งแต่ราว 3,000 เมตรไปจนถึง 6,000 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพภูมิประเทศภูมิอากาศแตกต่างจากพื้นที่ต่ำกว่า การเดินทางขึ้นลงผ่านหุบเหวลึกเพื่อไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางครั้งแล้วครั้งเล่านั้นเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง ทว่า หากนั่นเป็นสิ่งที่คนเดินทางได้ ‘เลือก’ แล้ว แม้จะต้องพบอุปสรรคระหว่างทาง แต่เขาก็รู้ว่ามีรางวัลงามเป็นสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าด้วยเช่นกัน

     สี่ประเทศดังจะกล่าวเป็นตัวอย่างอันดีของการนำพาตัวเองไปหาของสูงของหนาว แต่ก็เต็มไปด้วยรสชาติของการผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

 

ทริปจักรยาน

 

01 อาร์เจนตินา

     การเดินทางเริ่มต้นที่ ‘กรุงบัวโนสไอเรส’ เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนตินา เมืองที่สวยจนได้รับการขนานนามว่าเป็นปารีสแห่งอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ริมทะเล ย่านใจกลางเมืองอัดแน่นไปด้วยตึกรามเก่าแก่โอ่โถงสมัยที่สเปนเข้าครองในยุคล่าอาณานิยม เมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกอังกฤษ ดัตช์ และฝรั่งเศส เข้ารวบเอเชียกับแอฟริกา ในขณะที่สเปนและโปรตุเกสบุกยึดทวีปอเมริกากลางและใต้ ทิ้งสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์ด้านงานสถาปัตยกรรมและภาษาไว้จนถึงปัจจุบัน

 

ทริปจักรยาน

 

บัวโนสไอเรส: เมืองต้นกำเนิดการเต้นแทงโก้อันพลิ้วไหว

     บัวโนสไอเรส นับเป็นเมืองต้นกำเนิดของการเต้นแทงโก้อันพลิ้วไหว สนุกสนานทว่าร้อนแรง เพราะคู่หนุ่มสาวได้ปล่อยลีลาไปตามจังหวะดนตรีเร่งเร้า วงดนตรีพร้อมการแสดงแทงโก้พบได้ตามตรอกในย่านท่องเที่ยว เป็นการแสดงเปิดหมวก หรือหากอยากชมในโรงมหรสพหรูก็อาจต้องตีตั๋วราคาแพงซึ่งปกติมักจัดแสดงในเวลาค่ำ

     ความท้าทายแรกสุดที่เจอคือการสื่อสาร พวกเขาพูดภาษาสเปนกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ภาษาสเปนของผมยังอยู่ในระดับกระท่อนกระแท่น จำได้ว่าแค่จะเข้าร้านค้าเพื่อซื้อของก็ประหม่าไม่มั่นใจ บรรดาแอพฯ ภาษาที่โหลดลงโทรศัพท์ก็ไม่ทันใจ แต่เนื่องจากเดินทางคนเดียวจึงไม่มีตัวช่วยใดๆ จำเป็นต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่ควบคู่ไปกับการพยายามสะสมคำศัพท์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

     เมื่อออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ ผ่านทางหลวงซึ่งสองข้างทางคือไร่ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา ทิวทัศน์เป็นเช่นนี้เกือบพันกิโลเมตร มุมหนึ่งอาจมองเป็นความน่าเบื่อ แต่หากสังเกตรายละเอียดบ้านเมืองน้อยใหญ่ จะพบความน่าสนใจมากมาย หลายแห่งเคยบอบช้ำจากการรุกรานของกองทัพสเปนในอดีต คนพื้นเมืองถูกบังคับให้ศิโรราบ บางหมู่บ้านไม่ยอมอ่อนข้อ ตัดสินใจสู้ยิบตา ไม่ก็พากันกระโดดหน้าผาตายตกตามกันไป มองว่าความตายเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการมีชีวิตอยู่แต่ต้องเป็นทาส

     สิ่งตกค้างอีกอย่างซึ่งคนประเทศนี้ยังคงรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น คือซีเอสตา หรือการนอนกลางวัน ที่หลังจิบชากับกินอาหารรองท้องยามบ่ายเสร็จ ร้านรวงก็พากันปิดตัวเงียบ ผู้คนงีบกันกว่าครึ่งค่อนเมือง จะเปิดร้านกันอีกทีก็บ่ายคล้อย ทำงานกันไปจนถึงสามสี่ทุ่มจึงปิด อาหารเย็นจึงทานกันในเวลาค่อนข้างดึกด้วย เป็นแบบนี้กันทั่วทั้งอาร์เจนตินา กว่าจะถึงบางอ้อว่าเขามีวัฒนธรรมซีเอสตาก็เล่นเอาอดข้าวอดน้ำยามบ่ายไปหลายครั้ง คู่มือท่องเที่ยวที่แบกไปไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้ ต้องเรียนรู้จากการค่อยๆ สังเกตเอาเอง

 

ทริปจักรยาน

 

กอร์โดบา: เมืองแห่งเนินเขาและเจ้า ‘ยามา’

     ทิวทัศน์เริ่มเปลี่ยนเมื่อถึง ‘กอร์โดบา’ เมืองใหญ่อันดับสอง ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ มีเนินเขาเล็กๆ ในระยะใกล้ ในขณะที่ระยะห่างออกไปเริ่มเห็นเทือกเขาสูง ถนนหนทางคดเคี้ยวมากขึ้นตามลักษณะภูมิประเทศ ไม่เฉพาะทิวทัศน์เท่านั้น ช่วงนี้ของเส้นทางยังเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของชายผู้เป็นตำนานในฐานะนักเดินทางและนักปฏิวัตินาม เช เกบารา เขาเกิดที่เมืองใหญ่โรซาริโอ แต่เนื่องจากเป็นโรคหอบหืด พ่อแม่จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อัลตากราเซีย อันเป็นเมืองตากอากาศขนาดเล็กบนเขา อยู่ห่างไม่กี่สิบกิโลเมตรจากกอร์โดบา ปัจจุบันบ้านซึ่งเชเคยอาศัยอยู่ในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนตัวผมไม่ได้ชื่นชอบชีวิตเชในบางช่วง เพราะเกี่ยวข้องกับการฆ่าคนจำนวนมาก แต่เขาก็เป็นฮีโร่ในด้านการกล้าพาตัวเองออกไปผจญภัยในโลกกว้าง

     ถนนเริ่มไต่ขึ้นเขา วิวสวยกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่ละระดับความสูงก็สวยคนละแบบ โดยพื้นที่ระดับต่ำกว่าเป็นต้นทางของหุบเขา แม่น้ำสายใหญ่ไหลเอื่อยผ่านท้องทุ่งกึ่งทะเลทรายซึ่งเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หนามแหลม ไหล่เขาโดนน้ำและลมกัดเซาะ เกิดเป็นร่องลึกลวดลายสวยงามตามศิลปะธรรมชาติรังสรรค์ แร่ธาตุในดินชนิดต่างๆ เผยให้เห็นสีม่วง เขียว แดง ส้ม และอีกหลายเฉด ผสมเข้าด้วยกันกลายเป็นความมหัศจรรย์แปลกตามากเมื่อได้เห็น แสงเงายามค่ำบางวันเหลืองทองอร่าม ในขณะบางค่ำท้องฟ้าชมพูเรื่อ อากาศเย็นค่อนหนาว สภาพอากาศเหมาะกับการปลูกองุ่น มีโรงบ่มไวน์เก่าแก่มากมาย นับเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นยอดของประเทศนี้

 

ทริปจักรยาน

 

     ขึ้นสูงเกิน 3,000 เมตร กลายเป็นทุ่งหญ้าไร้ไม้ใหญ่ บางช่วงพบต้นกระบองเพชรยักษ์เต็มไปหมด ลมหนาวโกรกกระโชกแรง รวมทั้งปริมาณออกซิเจนที่ต่ำกว่ากลายเป็นปัจจัยจำกัด และกำหนดว่าสิ่งมีชีวิตใดบ้างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สัตว์เลี้ยงท้องถิ่นบนที่สูงตระกูลอูฐอย่างยามา (คนมักเรียกผิดว่าลามา) และอัลปากา นวยนาดเล็มหญ้าสบายใจไม่ค่อยตื่นคน ในขณะที่สัตว์สายพันธุ์เดียวกันแต่เป็นสัตว์ป่าอย่างวานาโกนั้นว่องไวและมักหากินทิ้งระยะห่างจากถนนมากกว่า

     พื้นที่ราบทางตอนกลางและใต้ซึ่งมีคนขาวลูกหลานของผู้รุกรานในอดีตเป็นประชากรหลัก ในขณะพื้นที่ทางตอนเหนือของอาร์เจนตินามีความเป็นชนเผ่ามากกว่า ดังนั้น วิถีจึงแตกต่างด้วย หน้าตาผิวพรรณผู้คน เสื้อผ้า อาหารการกิน เครื่องปั้นดินเผาซึ่งใส่ลวดลายชดช้อย เครื่องประดับต่างๆ เครื่องดนตรี ประกอบเข้ากับภูมิประเทศภูเขาหลากสีสันสดใส บางหมู่บ้านโอบล้อมด้วยภูเขาถึงเจ็ดสีเลยทีเดียว เหล่านี้ล้วนสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่คนที่ผ่านไปเยือน

 

ทริปจักรยาน

 

02 โบลิเวีย

     ทันทีที่ข้ามชายแดนเข้าสู่ประเทศโบลิเวีย ความรู้สึกกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง ความเป็นชนพื้นเมืองชัดเจนและเข้มข้นกว่ามาก ระดับความจอแจบนถนนหนทางก็มากกว่า เมืองชายแดนวียาซอนเต็มไปด้วยร้านรวงคึกคัก รถเข็นขายของริมทางเท้า ร้านรับแลกเงินมากมาย เพิงขายข้าวราดแกงตามมุมโน้นมุมนี้ เสียงแตรรถและคนตะโกนคุยกัน กลิ่นหอมของอาหารผัดทอดเคล้ากลิ่นไม่พึงประสงค์ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ประสาทสัมผัสตื่นตัวมากกว่าหลายเท่านัก ในความไร้ระเบียบเช่นนี้กลับแฝงเสน่ห์บางอย่างซึ่งน่าสนใจมากกว่า

 

ทริปจักรยาน

 

หลากกิจกรรมในเมืองต่างๆ ของโบลิเวีย

     โบลิเวียเป็นประเทศซึ่งไม่มีชายแดนติดทะเลเหมือนเพื่อนบ้าน แถมยังนับว่ายากจนที่สุดในทวีปนี้ด้วย แต่เมื่อได้เดินทางแล้วไม่ได้รู้สึกว่าอันตรายหรือต้องระวังตัว ระวังทรัพย์สินสิ่งของแต่อย่างใด ประชากรหลักจะเป็นชาวพื้นเมือง 2 เผ่า ได้แก่ คนเกชัว และเผ่าไอยมารา โดยมีลูกหลานคนขาวหลงเหลือบ้างตามเมืองใหญ่ คนที่นี่ทำมาหากินโดยไม่ค่อยอินังขังขอบกับนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ดูเหมือนสงวนท่าทีในเบื้องต้น คล้ายจะปิดตัวเองพอสมควร แต่ถ้ากล้าเข้าไปพูดคุยซักถาม พวกเขาก็ยินดีช่วยเหลือด้วยรอยยิ้ม ค่าครองชีพที่นี่ถูก ไม่ว่าจะอาหารการกิน ที่หลับที่นอน รถราพาหนะต่างๆ ทำให้ไม่ต้องกระเหม็ดกระแหม่นักเวลาจะจับจ่าย ไม่เหมือนตอนอยู่อาร์เจนตินาที่ต้องคิดหน้าคิดหลังตลอดเพราะอะไรๆ ก็แพงไปหมด ในโบลิเวียผมสามารถหาอาหารเช้ากินตามตลาดสดหรือเพิงริมทาง อาหารกลางวันหรือกระทั่งมื้อเย็นฝากท้องตามร้านอาหารท้องถิ่น ราคาแต่ละมื้อพอๆ กับที่กินในไทย จ่ายแบบไม่ต้องคิดมาก และดีตรงที่ได้ลิ้มลองอาหารโลคอลด้วย

 

ทริปจักรยาน

 

     พื้นที่เกือบครึ่งประเทศตั้งอยู่บนที่ราบสูงค่าเฉลี่ยระหว่าง 3,500-4,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะภูมิประเทศและอากาศคล้ายที่ราบสูงทิเบตบนเทือกเขาหิมาลัยในเอเชีย หมู่บ้านและเมืองขนาดเล็กทิ้งระยะห่างระหว่างกันหลายสิบกิโลเมตร นอกนั้นเวลาเดินทางผ่านเห็นเพียงทุ่งหญ้าโล่งกว้างไกลสุดตาสลับกับเนินในบางช่วง เมืองท่องเที่ยวหลักมีเพียงไม่กี่แห่ง ในคู่มือและเว็บไซต์ท่องเที่ยวมักจะแนะนำให้ไปตูปิซา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ใกล้อาร์เจนตินา ค่าที่เป็นเมืองโอเอซิส มีภูเขาสีสันสดสวยล้อมรอบ ส่วนโปโตซีนั้นเป็นเมืองเหมืองเก่าแก่ ประวัติศาสตร์ค่อนข้างขมปร่า หรือเมืองเล็กบนเขาฟากตะวันออกของเทือกเขาแอนดีสชื่อโกโรอีโกนั้นเหมาะสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ รวมทั้งการปั่นจักรยานผ่าน ‘ถนนแห่งความตาย’ ซึ่งขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลกสายหนึ่ง

     ไฮไลต์โดดเด่นกว่าที่อื่นใดในโลกเห็นจะหนีไม่พ้นการเดินทางผ่านทะเลสาบเกลือที่กว้างที่สุดในโลกอันเลื่องชื่อ ซาลาร์ เดอ อูยูนี นั่นเอง  ความมหัศจรรย์อันน่าตื่นตากลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแทบทั้งร้อยต้องบรรจุลงไปในโปรแกรมยามไปเยือนโบลิเวีย ถือว่าเป็นกิจกรรมห้ามพลาดกันเลยทีเดียว พวกนักเดินทางอิสระอย่างนักปั่นจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ทางไกล แม้กระทั่งคนขับรถยนต์เที่ยวทั้งหลายมักอาศัยระบบแอพพลิเคชัน เนวิเกเตอร์ช่วยในการลัดเลาะหรือผ่ากลางทะเลสาบเกลือนี้ด้วยตัวเอง ในขณะมนุษย์แบ็กแพ็กเกอร์จำต้องพึ่งบริษัททัวร์ซึ่งกระจุกกันอยู่ที่เมืองอูยูนี สามารถเลือกได้ตั้งแต่ชนิดไปเช้าเย็นกลับจนถึงไปกันทีละหลายวันผ่านจุดท่องเที่ยวซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญบนถนนยิ่งกว่ากระเด้งกระดอน ไปเจอทะเลสาบสีแดง ฝูงนกฟลามิงโก ยอดเขาหิมะ และได้ลงไปแช่น้ำแร่ร้อนในบ่อกลางแจ้ง

 

ทริปจักรยาน

 

ลาปาซ: เมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนความสูงที่สุดในโลก

     กรุงลาปาซเป็นอีกแห่งซึ่งไม่ควรพลาด ค่าที่เป็นเมืองหลวงซึ่งตั้งอยู่บนความสูงที่สุดในโลก บ้านเรือนปลูกสร้างลดหลั่นไปตามไหล่เขาที่ระหว่าง 3,500-4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ดังนั้น โดยที่ตั้งของเมืองเองจึงเป็นจุดขายหนึ่ง ระบบคมนาคมปกติเช่นรถบัสหรือรถตู้มีทั่วไป แต่ที่ราคาถูกกว่าและรวดเร็วกว่าเห็นจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าหลากหลายสาย ขณะนั่งกระเช้ายังได้เห็นวิวสวยของเมืองไปในตัวด้วย อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ในยุคอาณานิคมโดนทุบทิ้งเกือบหมด แทบทั้งเมืองสร้างขึ้นใหม่ด้วยอิฐแดงเปลือย อาจดูไม่สวยนัก แต่ก็นับเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากเมืองทั้งหลายในทวีปนี้

     ความดิบปนขบถอีกประการของโบลิเวียคือการที่รัฐบาลยังคงออกกฎหมายรับรองการปลูกและเคี้ยวใบโคคาในฐานะที่เป็นมรดกตกทอดทางวิถีและวัฒนธรรมของคนแห่งเทือกเขาแอนดีส โดยมองว่าการผลิตโคเคนโดยใช้ใบโคคาเป็นวัตถุดิบนั้นเป็นอีกปัญหาซึ่งจะนำมาตัดสินการนำโคคามาใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนไม่ได้ คล้ายต้องการป่าวประกาศจุดยืนว่า แม้จะไม่ได้ร่ำรวยทัดเทียมอารยประเทศ แต่ก็ ‘สุดติ่ง’ ได้มากพอตัว ผมได้ลองเคี้ยวใบโคคาดู วิธีการคือหยิบมาทีละใบ ใช้ฟันหน้ารูดก้านใบทิ้ง ในปากจึงมีเพียงเนื้อใบเท่านั้น ใช้ลิ้นดุนเข้าไปในกระพุ้งแก้ม เมื่อได้ปริมาณหนึ่งมันจะป่องข้างแก้ม ค่อยๆ กลืนน้ำลายซึ่งมีสารซึ่งค่อยๆ สกัดลงไป ผมลองอยู่หลายครั้งก็ไม่เห็นจะรู้สึกมึนเมาแต่อย่างใด อีกอย่างคนโบลิเวียก็เคี้ยวกันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนตัวเห็นด้วยว่าโคคาไม่ใช่สิ่งเป็นพิษภัย ก็คล้ายเคี้ยวหมากพลูบ้านเราไง

 

ทริปจักรยาน

 

03 เปรู

     สถานที่หลายแห่งในดินแดนชาวอินคาโบราณนามเปรูชวนให้หลงใหลยามแรกพบ จะแช่อยู่ทีละนานๆ ก็ยังคงเพลิน คล้ายมีมนตร์เสน่ห์บางอย่างฉุดรั้งไม่ให้ออกจากเมือง ประเทศนี้เหมาะสำหรับนักท่องโลกผู้ไม่รีบร้อน เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยสถานที่ชวนอ้าปากค้างแล้ว แต่ละที่ยังเอื้อให้อยู่หลายวัน หรือบางแห่งฉุดรั้งคนต่างถิ่นไว้คราวละครึ่งค่อนเดือนก็มี ความงดงามอันหลากหลายทางธรรมชาติเป็นปัจจัยหนึ่ง วิถีของชนเผ่าซึ่งสอดประสานอย่างกลมกลืนกับวัฒนธรรมคนขาวผ่านการขัดสีฉวีวรรณด้วยกาลเวลาหลายร้อยปีสร้างเอกลักษณ์เฉพาะบางอย่างขึ้นมา ด้วยประการทั้งปวงข้างต้น ถ้าจะเที่ยวเฉพาะเปรูแบบเจาะลึกคงต้องใช้เวลาเป็นปี

 

ทริปจักรยาน

 

กุสโก: เมืองมรดกโลกที่รายล้อมไปด้วยบ้านบนไหล่เขา

     ไล่เรียงจากขอบด้านที่ใกล้โบลิเวีย มีทะเลสาบเลื่องชื่อติติกากา ตั้งอยู่ที่ความสูงเกือบ 4,000 เมตร มีชุมชนกลางน้ำสร้างแพขนาดใหญ่พร้อมบ้านเรือนด้วยกอกกที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบมานมนานเป็นวิถีแปลก จนปัจจุบันกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ไปเยือนเพื่อสัมผัสด้วยตาตนเอง โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยอินเท่าใดนักกับสิ่งที่แสนจะทัวริสตี้แบบนี้ ไม่ได้แอนตี้แค่อินดี้เฉยๆ ไกลจากจุดนี้อีกราว 400-500 กิโลเมตร มีอีกสองจุดที่แวะอยู่กับตัวเองได้คราวละนานๆ ได้แก่เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอย่างอาเรกีปา ซึ่งมีวิวภูเขาไฟรูปโคนคล้ายภูเขาไฟฟูจิ เป็นฉากหลังบริเวณโดยรอบ มีโตรกเขางามเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง

     และอีกเมืองสำคัญได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกคือ กุสโก แม้จะไม่ใหญ่นัก แต่ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่บนไหล่เขา บ้านเรือนเก่าแก่ปลูกสร้างลดหลั่นกันไป อาคารโบราณมากมายอายุอานามหลายร้อยปีได้รับการอนุรักษ์ไว้ ร้านรวง โรงแรม บริษัททัวร์ คาเฟ่ชิคๆ ฮิปๆ ต่างแทรกซุกอยู่ตามตรอกซอย สารพันความสะดวกสบายรองรับนักท่องเที่ยว

 

ทริปจักรยาน

 

     ผมอยู่กุสโกสองสัปดาห์เพราะบรรยากาศผ่อนคลาย กับอีกสาเหตุอาจจะเป็นเพราะตั้งแต่ออกเดินทางก็ย้ายที่อยู่ตลอดเวลา พอเจอเมืองต้องจริตตัวเองก็ขอแช่โดยไม่ต้องเหนื่อยเก็บข้าวของเคลื่อนย้ายมวลสารสักครึ่งเดือนบ้างละกัน กุสโกยังนับว่าเป็นเมืองซึ่งจัดพิธีและงานเฉลิมฉลองบ่อยแทบทุกวันเลยก็ว่าได้ ชนิดที่เดินไปยังลานกว้างกลางเมืองเก่าคราวใดมักได้เห็นงานโน่นนี่เสมอ

     ที่นี่ยังเป็นต้นทางของการไปเยือนสถานที่ทางประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรอินคารุ่งเรืองอย่างมาชูปิกชู ซึ่งต้องข้ามเขาลงไปยังอีกหุบเขาซึ่งเรียกว่าหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ วิธีการเดินทางไปมีหลายวิธี ถ้าเงินเยอะหน่อยก็ซื้อตั๋วรถไฟ วิธีนี้ง่ายและสบายแถมยังประหยัดเวลากว่า ส่วนนักเดินทางทุนต่ำแต่มีเวลาเยอะก็เลือกโดยสารรถตู้หรือรถบัสหลายต่อราคาย่อมเยากว่าแทน หากใครฮาร์ดคอร์ก็สามารถเดินจากกุสโกไปยังมาชูปิกชูซึ่งใช้เวลาราวสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน

     แน่นอนธรรมชาติของมนุษย์ต่างรู้ว่าการเห็นจากรูปกับเห็นด้วยตาตัวเองนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างโดยสิ้นเชิง การเห็นวิวทิวทัศน์จากจอโทรศัพท์หรือในโทรทัศน์เป็นการเปิดประสาทสัมผัสด้านเดียว ในขณะที่การไปถึง ณ สถานที่นั้นๆ คือการเปิดประสาทสัมผัสทุกด้านให้ซึมซับกำซาบสิ่งซึ่งอยู่ต่อหน้าย่อมได้ฟีลกว่าเป็นไหนๆ ผมว่ามาชูปิกชูนี่ว้าวจริง เพราะแม้จะเคยเห็นผ่านสื่อมานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อได้เห็นด้วยตาก็ยังคงอู้หูอยู่ดี

 

ทริปจักรยาน

 

เปรูฝั่งแปซิฟิก: เมืองที่มีทั้ง ‘ทะเล’ และ ‘ทะเลทราย’

     หลังจากผจญความเหนื่อยล้า (และเหน็บหนาว) กับภูเขาเลากาบนแอนดีสแล้ว เราลองลงมาสัมผัสบรรยากาศฟากฝั่งทะเลแปซิฟิกบ้าง รู้สึกดีใจประมาณหนึ่ง เพราะได้ปล่อยจักรยานลงเขายาวๆ จากถนนบนภูเขาซึ่งสูง 3000-4,000 เมตรลงมาที่ราบเลียบทะเล ภูมิประเทศนี้สร้างความฉงนกับเรามาก เพราะคล้ายมีลักษณะ two in one นั่นคือมีทั้งทะเลทรายและทะเลในที่เดียวกัน โดยเส้นถนนเลียบชายฝั่งมีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น เส้นปริศนานัซกา ซึ่งคงทนยาวนานผ่านกาลเวลาด้วยเส้นทางตรงยาวกับภาพวิวของพื้นทรายที่กินบริเวณกว้างมาก บางภาพคล้ายรูปการ์ตูนญี่ปุ่นก็มี นักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์พากันตั้งข้อสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานาถึงจุดประสงค์ของการสร้างเส้นเหล่านี้

     นักเล่นกระดานโต้คลื่นจากทั่วโลกมักใช้เวลาตามหลายเมืองริมทะเล ถือเป็นสวรรค์สำหรับคนชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำเพราะลมแรงคลื่นสูง หรือมนุษย์ปาร์ตี้ทั้งหลายมักแห่กันไปยังหมู่บ้านโอเอซิสเล็กกลางทะเลทรายที่อยู่ไม่ห่างกันนักจากฝั่งวากาชินา ซึ่งแม้ไม่หลงเหลือความโลคอลแล้วแต่ก็ยังได้รับความนิยมสูงในหมู่แบ็กแพ็กเกอร์หนุ่มสาว เมืองหลวงขนาดใหญ่และทันสมัยอย่างกรุงลิมาก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเช่นกัน แต่ละย่านของเมืองมีเอกลักษณ์ มีย่านฮิป ย่านคนรวย โซนอาคารเก่าแก่ แม้กระทั่งไชนาทาวน์ก็มี ใช้เวลาสักสัปดาห์ค่อยๆ เก็บรายละเอียดเมืองก็เพลิดเพลินดีทีเดียว

     เลยจากกรุงลิมา มุ่งหน้าสู่ชายแดนเอกวาดอร์ ต้องเดินทางอีกนับพันกิโลเมตร ยังมีสถานที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์ยุคก่อนอินคาหลายแห่งตั้งอยู่ใกล้ถนนเลียบทะเล ในขณะที่หากมุ่งสู่ขุนเขาก็มีหุบเขาขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเปรูอย่างวาราซให้ไปอยู่ต่อได้หากมีเวลามากพอ

 

ทริปจักรยาน

 

04 เอกวาดอร์

     เดาไม่ยากว่าชื่อ ‘เอกวาดอร์’ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำว่าเส้นศูนย์สูตรหรือ equator หมายถึงเส้นรุ้งตะแคงตัดผ่านใจกลางประเทศนี้ หากไม่นับสภาพอากาศและทิวทัศน์บนภูเขาสูงหลายพันเมตรซึ่งอยู่บนสันผ่าตรงกลางประเทศ จะพบว่ามีหลายด้านคล้ายคลึงกับเมืองไทยมากถึงมากที่สุด

     ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ที่ชาวบ้านปลูก ทุ่งนาข้าวสีเขียว สวนกล้วย ไม้ผลเมืองร้อนอย่างเงาะ มะขาม มะม่วงและอื่นๆ ป่าเขาดงดอยหลายแห่งก็แทบไม่ต่าง ลักษณะบ้านเรือนที่ปลูกสร้างก็คล้ายเพิง และบรรดารถเข็นก็ขายอาหารประเภทปิ้งย่าง หรือขายน้ำแข็งไส ร้านข้าวราดแกงริมทางมีความเหมือนร้านอาหารตามสั่งของบ้านเราก็มาก

     ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมีอยู่ทุกหนแห่ง มีลักษณะเป็นตลาดสดและของขายแบกะดิน คนลากรองเท้าแตะเดินไปมา แต่ผู้คนทั่วไปนั้นเป็นคนร่าเริงยิ้มง่าย ทักทายปราศรัยคนแปลกหน้าอย่างไม่เคอะเขิน ดูไม่ค่อยจริงจังกับชีวิตมากเกินไป รวมไปถึงโรงแรมม่านรูดที่มีดาษดา ไหนจะอาบอบนวดที่เห็นได้ทั่วไปอีก แบบนี้ไม่ให้เหมือนเมืองไทยก็คงไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ด้วยความรู้สึกเช่นนี้นี่เอง ทำให้เวลาเดินทางไปไหนต่อไหนในประเทศนี้จึงไม่ค่อยเกร็งหรือระแวดระวังแจ คล้ายสมองปรับกลไกบางอย่างอัตโนมัติ เชื่อมโยงความคุ้นเคยเดิมเข้ากับสถานที่ใหม่ นับว่าเป็นข้อดีประการหนึ่งที่น้อยประเทศจะสามารถหยิบยื่นความรู้สึกเช่นนี้ได้

 

 

หมู่บ้านชาวประมง: เสิร์ฟปลาสดใหม่ ในราคาย่อมเยา

     เอกวาดอร์เป็นประเทศเล็กเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวงดงามมากมาย ค่าครองชีพอาจแพงกว่านิดหน่อย (เป็นประเทศเดียวในอเมริกาใต้ที่ใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่นักท่องเที่ยวทุนต่ำก็ไปเที่ยวได้เพราะมีทางเลือกราคาย่อมเยากว่ารองรับอยู่บ้างเช่นกัน

 

 

     ทางด้านตะวันตกเต็มไปด้วยหมู่บ้านชาวประมง เป็นเมืองขนาดเล็กที่รองรับการท่องเที่ยว หมู่บ้านที่เจริญกว่านักท่องเที่ยวก็พากันไปกระจุกมากกว่า ในขณะที่บางหมู่บ้านคงความดั้งเดิมและสงบกว่า แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็น้อยกว่าเช่นกัน หากไปแช่พักผ่อนนอนเล่นที่ละสามสี่วันให้ครบทุกแห่งคงกินเวลาเป็นเดือน

     ผมชอบตลาดปลาแสนคึกคัก เต็มไปด้วยของทะเลสดราคาถูก ซื้อมาทำเมนูต้มผัดแกงทอด โดยใส่พริก หัวหอม กระเทียม ตะไคร้ มะนาว หรือใบกะเพรา โหระพา (ประเทศนี้มีพืชพวกนี้ขายในตลาด) ทำให้หายคิดถึงอาหารไทยได้บ้าง หากเลาะขึ้นไปใกล้ชายฝั่งประเทศโคลอมเบียจะมีความหนาแน่นของประชากรคนผิวดำมากขึ้น วิถีและจริตค่อนข้างแตกต่างด้วย

 

ทริปจักรยาน

 

     แต่สิ่งที่ต้องควักเงินจนกระเป๋าแทบฉีกคือการไปเที่ยวสถานที่ซึ่งพิกัดห่างจากฝั่งราวพันกิโลเมตรในมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นคือหมู่เกาะกาลาปากอสอันเลื่องชื่อ แดนมหัศจรรย์นี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแปลกๆ อาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศเฉพาะ (แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างแพงมาก ไม่ว่าจะค่าเครื่องบิน ค่าเข้าเกาะ ค่าที่พัก อาหาร และอื่นๆ) เกาะน้อยใหญ่ก่อกำเนิดจากการปะทุนับครั้งไม่ถ้วนของภูเขาไฟใต้น้ำ ผ่านกาลเวลายาวนาน จนเกิดเป็นผืนดินโผล่สูงขึ้น เมล็ดพันธุ์พืชลอยมาตกและเจริญงอกงาม สิงสาราสัตว์อพยพเข้ามาเป็นประชากรเกาะ ต่อมาเผ่าพันธุ์มนุษย์เดินทางมาถึงและเริ่มสร้างชุมชนขึ้น ปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่ราวสามหมื่นคนบนเกาะหลัก 3-4 เกาะ การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็ดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบ (หรือเกิดน้อยที่สุด) ต่อสิ่งแวดล้อมอันเปราะบาง จะว่าแพงโหดก็ใช่อยู่ คิดเสียว่า ‘สักครั้งในชีวิต’ น่ะ อีกอย่าง ได้ไปเห็นสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายก็ถือว่าคุ้มค่าละ

 

ทริปจักรยาน

 

ปั่นจักรยานต้านแรงโน้มถ่วงสู่เมือง ‘กีโต’

     ทุกอย่างแตกต่างอีกครั้งเมื่อกลับขึ้นสู่เทือกเขาแอนดีส แน่นอน การปั่นต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นเขาจากระดับน้ำทะเล ขึ้นไปที่ความสูงราว 4,000 เมตรนี่โหดร้ายต่อกล้ามน่องและขาพอสมควร แต่ผมว่าดีต่อหัวใจครับ เลือดลมสูบฉีดแรง ทั้งยังเป็นการทดสอบความมุ่งมั่นด้วย มีภูเขาไฟหลายลูกทั้งที่ดับแล้ว และยังรอวันปะทุบางแห่งอย่างคิโลทัว มีทะเลสาบสวย ตรงปากปล่องหรือโกโตปัคซีนั้นมีทรงโคนสมมาตร นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินเขากันเพราะทิวทัศน์อันสวยจับใจ ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านชนเผ่า เป็นการซึมซับเรียนรู้วัฒนธรรมไปในตัว

     เมืองหลวงกีโตตั้งอยู่บนเขาสูงเกือบ 3,000 เมตร ย่านเมืองเก่ามีอาคารยุคสเปนซึ่งได้รับการบูรณะเหมาะสำหรับเดินเล่นและซื้อของฝากของที่ระลึกนักท่องเที่ยวอาศัยปะปนกับคนท้องถิ่น ในขณะที่ใจกลางเมืองใหม่นั้นเต็มไปด้วยผับบาร์ ขนานนามว่า ‘ย่านฝรั่ง’ (Gringolandia) กีโตมีเสน่ห์ซุกแทรกตามมุมต่างๆ ที่สามารถฉุดรั้งคนต่างถิ่นให้แช่อยู่นานเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้นโดยไม่รู้สึกเบื่อ

 

ทริปจักรยาน

 

ความทรงจำที่งดงามจากเทือกเขาแอนดีส

     ทบทวนและถามตัวเองหลังจบทริป พบว่าแม้จะหัวหกก้นขวิดเรียนรู้อะไรมากมายบนเส้นทางยาวไกลนานขนาดนี้ ก็ยังคงรู้สึกว่ายังเห็นไม่หมด สัมผัสไม่ทั่ว และยังไม่หนำใจ ประสบการณ์ที่ได้มาก็ยังไม่เข้าใจมากพอทั้งโลกภายนอกและในใจตน การกลับมาถึงนั้นแท้จริงเพื่อจะ (เตรียมตัว) จากไปอีกครั้งต่างหาก ระดับการเสพติดการท่องเที่ยวไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย เราดีใจที่ความหลงใหลด้านนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลาทุกทริปที่ออกร่อนกลายเป็นเครื่องตอกย้ำการเป็นชนเร่ร่อน ผู้ไม่นิยมลงหลักปักฐาน เสน่ห์ของเทือกเขาแอนดีสกลายเป็นความทรงจำงดงาม รอยจำเหล่านี้ค่อยๆ งอกงาม รอคอยเวลาให้เติบใหญ่ในใจ วันหนึ่งเมื่อมันคับเกินกว่าจะอยู่ในอก นั่นแหละ จะสมควรแก่เวลาต้องกลับไปเยือนแดนซึ่งเคยไปถึงนั้น… อีกครั้ง

Share Post
Like 2 View 1784

Author

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา