ปากีสถานไม่สยองขวัญ ผู้คนแสนมหัศจรรย์ และการโดนจับกุมที่จีน

Feature
14 Sep 2019
เรื่องโดย:

Danial Nataporn, ฆนาธร ขาวสนิท

Highlights

เมื่อผมบอกคนอื่นๆ ว่าผมกำลังมุ่งตรงสู่ปากีสถาน พวกเขามักมีท่าทีกังวล เพราะเรื่องเดียวที่พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับปากีสถานนั้นเป็นเรื่องชวนสยองขวัญ การตัดสินใจของผมจึงทำให้พวกเขาสงสัย แต่อีกด้านหนึ่ง เรื่องราวของที่นั่นซึ่งผมเคยได้ยินมาก็คือผู้คนที่แสนมหัศจรรย์ และผมต้องการเดินทางไปเห็นด้วยตาตัวเอง

        ปากีสถานและอินเดียมีพื้นที่ร่วมกันบางส่วนชื่อปัญจาบ และประวัติศาสตร์เบื้องหลังของมันก็ช่างสะเทือนใจ มีการหลั่งเลือดมากมายเกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้ระหว่างชาวมุสลิมและฮินดู จนเกิดการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเทศปากีสถานเมื่อปี 1947 เพื่อลดการหลั่งเลือด ปากีสถานได้รับบางส่วนของดินแดนที่มีประชาชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมจากอินเดีย และอินเดียก็เก็บในส่วนที่เป็นพื้นที่ของชาวฮินดูไว้ คนมุสลิมส่วนใหญ่ในรัฐปัญจาบจึงย้ายถิ่นสู่ปากีสถาน ขณะที่ชนชาวฮินดูเคลื่อนตัวสู่อีกฟากหนึ่งของปัญจาบในอมฤตสระ (Amritsar) ผ่านชายแดนวากาห์ (Wagah Border) จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงสงครามนั้นนับไม่ถ้วน และจนถึงทุกวันนี้อินเดียและปากีสถานก็ยังคงมีกรณีพิพาทกันอยู่ แต่ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเช่นในอดีต

        ผมปั่นข้ามชายแดนวากาห์เข้าสู่ปากีสถาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรงด่านข้ามแดนก็ต้อนรับผมด้วยรอยยิ้ม และพูดว่า “Welcome to Pakistan!” แต่การเผชิญหน้ากับปากีสถานจริงๆ ก็คือเมื่อผมได้ปั่นไปบนถนนสู่ลาฮอร์ และได้พบกับชายคนหนึ่งซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์เทียบมาข้างๆ ด้วยความเร็วเท่าๆ กัน เขาไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ใช้การโบกไม้โบกมือและวางมือขวาลงบนหัวใจแทนคำทักทาย ผมจึงทำท่าเดียวกันตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกมาเพื่อจะจับมือผม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นขณะเรากำลังเคลื่อนตัวไปบนถนน ผมยื่นมือออกไปเพื่อจับมือเขา แต่แทนที่จะปล่อยมือ เขากลับยึดมันไว้แน่น ผมตื่นตระหนก ขณะที่เขาทำท่าทางบอกให้ผมผ่อนคลายและไม่ต้องกังวล หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เร่งมอเตอร์ไซค์จนเราเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนพร้อมๆ กัน เขาช่วยลากผมด้วยแรงขับของมอเตอร์ไซค์ไปราว 2 กิโลเมตร ก่อนที่จะทำท่าทางบอกว่าเขาต้องเลี้ยวไปอีกทางแล้ว และปล่อยมือ โบกมือลา นั่นคือการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมเหลือเกินของปากีสถาน—ผมคิด

        ในลาฮอร์ ผมคิดว่าควรจะเช็กสภาพจักรยานเสียหน่อยหลังผ่านเส้นทางอันทรหดของเทือกเขาในอินเดีย ผมใช้บริการของร้านมืออาชีพชื่อ Bikestan ซึ่งพนักงานที่นั่นล้วนยินดีจะตรวจเช็กจักรยานของผมอย่างเป็นมิตร ผมจึงมีเวลาหนึ่งวันท่องเที่ยวไปรอบๆ ลาฮอร์ด้วยการจัดการของ Karakoram Bikers ไกด์ของผมชื่อ Tabish รับผมขึ้นมอเตอร์ไซค์ของเขาพาผมร่อนไปทั่วลาฮอร์ และพาไปชิมอาหารสตรีทฟู้ดท้องถิ่น หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่ร้าน Bikestan เพื่อรับจักรยาน ซึ่งผมพบว่าไม่ใช่แค่ทำให้แน่ใจว่าจักรยานของผมอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้สมบูรณ์เท่านั้น แต่พวกเขายังทำความสะอาดมันให้ทุกตารางนิ้วอีกด้วย ผมไม่ได้เห็นจักรยานของผมในสภาพสะอาดมานานแล้วนับตั้งแต่ออกจากสิงค์โปร์ นั่นทำให้ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาอย่างมาก

 

ปากีสถาน จีน
Karakoram Highway

 

        เนื่องด้วยผมได้วีซ่าแค่ 30 วันในปากีสถาน ผมจึงรีบจับรถบัสไปยังอิสลามาบัด และนั่งรถอีกคันสู่กิลกิต เวลาที่จำกัดนั้นทำให้ผมอยากใช้เวลาส่วนใหญ่ในทางเหนือท่ามกลางขุนเขา และต้องการใช้เวลามากขึ้นบนถนนชื่อคาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway) ดังนั้น ผมจึงเริ่มต้นการเดินทางจากกิลกิต ซึ่งตลอดทางผมได้รับการทักทายจากชาวบ้านผู้เสนอให้ผมหยุดพักและจิบชาร่วมกันกับพวกเขา แต่ผมไม่ใช่คนชอบดื่มชามากนัก และถ้าผมตอบรับทุกข้อเสนอ ผมก็คงติดอยู่ในปากีสถานและจิบชาอย่างสบายใจอยู่จนถึงตอนนี้ การต้อนรับของชาวปากีสถานนั้นยอดเยี่ยม มันทำให้หัวใจของผมอุ่นขึ้น และตอนนี้ผมก็กำลังระลึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น

        จากกิลกิต (ที่ความสูงราว 1,500 เมตร) ผมปั่นจักรยานราว 100 กิโลเมตรสู่คาริมาบัด (ที่ความสูง 2,400 เมตร) ผมหยุดพักระหว่างทางที่จุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) ตั้งแคมป์บนดาดฟ้าของโรงแรมในชื่อเดียวกัน ที่ซึ่งพนักงานต้อนรับผมคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวทันที แม้กระทั่งพาผมไปงานแต่งงานในคืนหนึ่งด้วย

        Abid หนึ่งในพนักงานของโรงแรม พาผมไปเยี่ยมชมหมู่บ้านด้วยมอเตอร์ไซค์ของเขา ซึ่งที่นั่นก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีแต่งงาน มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง ผมได้กินอาหารเยี่ยมๆ ได้เฝ้ามองทุกคนเต้นรำและร้องเพลง ท่าเต้นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต มันช่างเป็นเอกลักษณ์และสง่างาม นั่นเป็นหนึ่งในประสบการณ์ในปากีสถานที่ผมจะไม่มีวันลืม

 

ปากีสถาน จีน
Wedding ceremony near Rakaposhi View Point
ปากีสถาน จีน
Karakoram Highway

 

        ผมเลี้ยวสู่คาราโครัมไฮเวย์ก่อนถึงคาริมาบัดเล็กน้อย ถนนนั้นช่างเหมาะแก่การปั่นจักรยานอย่างยิ่ง พื้นถนนยอดเยี่ยม และเต็มไปด้วยร้านค้าและเกสต์เฮาส์สองข้างทาง มันไม่ใช่พื้นที่ห่างไกลอย่างที่ผมคิด และจากตรงนั้นผมก็เดินทางต่อไปยังหุบเขานาการ์ (Nagar Valley)

        มันเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง จากถนนลาดยางสู่ถนนลูกรัง ซึ่งทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาในหุบเขาสปิติ (Spiti Valley) และอารมณ์แห่งการผจญภัย จนในที่สุดผมก็เดินทางถึงหมู่บ้าน Hopar ที่ผมได้ตั้งแคมป์ในสวนของโรงแรม Hopar Inn ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่ผู้คนที่นี่ทำให้ผมรู้สึกราวกับอยู่บ้าน ผมพักที่นั่นสองคืนและสำรวจไปทั่วหมู่บ้าน เดินไต่เขาสั้นๆ แค่ 5 นาที เพื่อขึ้นไปชมธารน้ำแข็งของ Hopar มันช่างสุดยอดจริงๆ ที่ธารน้ำแข็งอยู่ใกล้หมู่บ้านแค่ไม่กี่ก้าว 

 

ปากีสถาน จีน
Hopar Village in Nagar Valley
ปากีสถาน จีน
Hopar Glacier

 

        หลังจากผมล่ำลาผู้คนใน Hopar Inn ผมก็กลับสู่คาราโครัมไฮเวย์อีกครั้ง ปั่นอย่างเชื่องช้าไต่เขาที่ไม่ได้ยากลำบากนัก การไต่แต่ละครั้งค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปและนุ่มนวล ไม่มีอะไรเทียบได้เลยกับเส้นทางคดเคี้ยวของหุบเขาสปิติ และแล้วผมก็หยุดพักที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งใน Ghulkin — Rehman และครอบครัว รวมถึงลูกๆ ต้อนรับผมอย่างดี พวกเขามีสวนที่เต็มไปด้วยแอปเปิลและแอปริคอต นี่คือฤดูกาลของแอปริคอต มีแอปริคอตร่วงอยู่เต็มหลังคา Rehman และครอบครัวเสนอแอปริคอตมากมายให้ผม และนั่นคือแอปริคอตที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกิน

 

ปากีสถาน จีน
Rehman and his dad at Ghulkin Village

 

        นอกจากนี้ผมยังไต่เขาขึ้นไปยังธารน้ำแข็งของ Ghulkin พร้อมกับพ่อของ Rehman เขาอายุใกล้ 60 ปีแล้ว แต่ยังคงแข็งแรง บางครั้งเขาต้องเดินช้าลงเพื่อให้ผมเดินทัน เขายังเล่าเรื่องราวต่างๆ เมื่อครั้งที่เขายังประจำอยู่ในกองทัพ จากนั้นผมก็ได้มีโอกาสว่ายน้ำในทะเลสาบโบริธ (Borith Lake) หลังเดินกลับมา มันช่างดูเหนือจริงที่ผมกำลังว่ายน้ำโดยมีเทือกเขาล้อมรอบ แค่ลอยคอในน้ำ มองขึ้นไปยังท้องฟ้าสดใสและหมู่เมฆที่กำลังเคลื่อนตัวไป

 

ปากีสถาน จีน
On a day hike to Ghulkin Glacier

 

        ผมจากลา Ghulkin มาด้วยกระเป๋าที่เต็มไปด้วยแอปริคอต เดินทางต่อไปยังพาสสุ (Passu) จากตรงนั้นผมต้องกลับสู่คาราโครัมอีกครั้ง พุ่งตรงเข้าหาหมู่บ้านชิมชาล (Shimshal Village) ซึ่งเป็นจุดหมายหนึ่งของการเดินทางในปากีสถาน ผมได้รับคำแนะนำขณะอยู่ที่หุบเขาสปิติว่าผมควรไปเยี่ยมชมที่นี่ เพราะมันทั้งห่างไกลและน่าผจญภัยพอๆ กัน แม้ว่าพื้นที่ราบนั้นจะอยู่ห่างออกไป 55 กิโลเมตร แต่มันก็ถูกรู้จักในฐานะถนนที่ยากที่สุด ตัดผ่านพื้นที่ขรุขระและตั้งอยู่บนหน้าผาสูง นั่นคือถนนเดียวที่เชื่อมต่อหมู่บ้านชิมชาลสู่โลกภายนอก ถนนเส้นนี้เพิ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ปี 2003 ก่อนหน้านี้หมู่บ้านชิมชาลสามารถเข้าถึงได้ทางเดียวด้วยการไต่เขาที่ทั้งยากและอันตรายด้วยระยะเวลา 3 วัน ผ่าน3 เส้นทางที่จุดสูงสุด 5,000 เมตรเหนือน้ำทะเล การเปิดถนนเส้นนี้จึงทำให้หมู่บ้านชิมชาลเข้าถึงโอกาสที่มากมาย หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาฮันซา (Hunza Valley) สถานที่ที่สูงที่สุดในปากีสถานที่ผู้คนขึ้นมาตั้งถิ่นฐาน และเป็นที่ตั้งของภูเขามีชื่อมากมาย รวมไปถึงเป็นบ้านเกิดของ Samina Baig หญิงปากีสถานคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

 

ปากีสถาน จีน
Passu Cones
ปากีสถาน จีน
Entering Shimshal Valley

 

        ผมปั่นจักรยานไปตามถนนของหุบเขาชิมชาล ไต่ขึ้นไปบนผา และตระหนักได้ว่าเส้นทางมันขรุขระเพียงใด หินกระจายเต็มเส้นทางไปหมด ถนนโอบกอดหน้าผาเอาไว้ และมีแม่น้ำไหลอยู่ใกล้ๆ ราวกับพยายามหลบเลี่ยงขอบผา พื้นราบนั้นค่อนข้างแคบ ผมแทบมองไม่เห็นท้องฟ้าข้างบน จินตนาการของผมวุ่นวายขณะปั่นผ่านพื้นที่แห่งนั้น ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับผมในเวลานั้น คงจะไม่มีใครรู้ว่าผมได้พบเจอกับเคราะห์ร้าย ผมพยายามไล่ความคิดด้านลบออกไป และเริ่มโฟกัสกับความงามเบื้องหน้า ความกลัวเป็นแค่ภาพลวงตาที่กีดกันคุณออกจากการมองเห็นความงามทั้งหมดที่โลกมอบให้ ตอนนี้ผมมองเห็นหินที่กระจัดกระจายเป็นรูปร่างและแพตเทิร์นที่งดงาม ราวกับว่าผมกำลังอยู่ในอีกมิติ ในโพรงกระต่ายของอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ และมันก็คล้ายกับถูกสะกดจิตเมื่อผมหยุดจักรยาน ฟังเสียงน้ำไหลเร็วรี่กระทบกับหิน

 

ปากีสถาน จีน
Rough terrain in Shimshal Valley
ปากีสถาน จีน
Crossing over the landslide with the help of locals

 

        มันมีสองอุปสรรคหลักระหว่างเส้นทางของผมสู่หมู่บ้านชิมชาล หนึ่ง—มีดินถล่มลงมาใส่พื้นถนนจนรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ แต่ผมก็พอยังโชคอยู่บ้าง เพราะตอนที่กำลังพยายามผ่านทาง เป็นช่วงเดียวกับที่มีคนงานกำลังซ่อมแซมถนนอยู่ พวกเขาช่วยผมข้ามทางตันด้วยการแบกสัมภาระและจักรยานให้ ผมซาบซึ้งอย่างมากที่ได้พวกเขาช่วย เพราะถ้าพลาดแค่หนึ่งก้าว พวกเราก็จะร่วงหล่นสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่สามารถฝ่าอุปสรรคนี้เพียงลำพัง สอง—หลังจากผ่านพ้นจุดนั้นมาได้ ผมก็พบว่าตอนนี้ถนนทั้งสายกลายเป็นแม่น้ำเล็กๆ ไปแล้ว สายน้ำทั้งเชี่ยวและสูง เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ผมจึงตัดสินใจว่าผมไม่ควรไปต่อ ชาวบ้านบอกผมให้รอจนถึงพรุ่งนี้เช้าเพราะน้ำจะลดและช้าลง ดังนั้น ผมจึงตั้งแคมป์ใกล้ๆ เพื่อเดินทางในเช้าถัดไป และผมก็ต้องใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะถึงชิมชาลซึ่งผมพักที่นั่นแค่ 2 คืนเพียงเพื่อจะได้สำรวจไปรอบหมู่บ้าน

 

ปากีสถาน จีน
The helpful locals who helped to cross the landslide
ปากีสถาน จีน
sunset over Shimshal Village

 

        การเดินทางของผมในปากีสถานถึงจุดสิ้นสุดที่ชิมชาล ก่อนผมจะข้ามไปยังซินเจียง ประเทศจีน ผ่านทางด่านคุนจิราบ (Khunjerab Pass) ด้วยรถบัสจากซอสต์ (Sost) เพราะนักเดินทางไม่ได้รับอนุญาตให้ข้ามสู่พรมแดนจีนด้วยพาหนะ

        สองสัปดาห์ในจีนสำหรับผมนั้นแสนยุ่งเหยิง ผมเดินทางถึงทัชคอร์กัน  (Tashkurgent) และปั่นต่อไปยังคัชการ์ (Kashgar) ผมต้องระมัดระวังมากขึ้นขณะปั่นจักรยานในจีน เพราะชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งแคมป์ในซินเจียง เนื่องด้วยสถานการณ์ในซินเจียงนั้นตึงเครียด เต็มไปด้วยกองทัพมากมายออกลาดตระเวนรอบๆ บริเวณ และแล้วผมก็ถูกจับ ณ กิโลเมตรที่ 80 ก่อนถึงคัชการ์ ตำรวจสั่งให้ผมเก็บของทุกอย่างและขึ้นรถไปกับเขา แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะพวกเขาเพียงพาผมตรงไปยังคัชการ์แถมยังเช็กอินโฮสเทลให้ 

 

ปากีสถาน จีน
Xinjiang, China

          ซินเจียงนั้นช่างงดงามด้วยภูมิทัศน์อันน่าอัศจรรย์ของภูเขาและทะเลสาบ แต่สถานการณ์ที่นั่นก็ไม่อนุญาตผมปั่นจักรยานได้อย่างเพลิดเพลินเท่าที่ผมต้องการ มันมีบางวันที่ตำรวจจะเฝ้าติดตามผมไปตลอดเส้นทางราวๆ 30 กิโลเมตร ต่อเมื่อเข้าใกล้คาซัคสถานผมจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ผมไม่สามารถเฝ้ารอการตั้งแคมป์ในพื้นที่เปิดของคาซัคสถานได้อีกต่อไป!

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

Danial Nataporn

มนุษย์ขี้สงสัยดำรงอยู่ในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด

 

เรื่องโดย

ฆนาธร ขาวสนิท

ฮิปปี้ผู้เดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์