การรวมกลุ่มเพื่อนนักปั่นทั่วโลกบนเส้นทางที่ราวกับอยู่ในโลกอีกใบ

Feature
21 Sep 2019
เรื่องโดย:

Danial Nataporn, ฆนาธร ขาวสนิท

Highlights

ผมรู้สึกได้ถึงอิสระเมื่อเข้าสู่คาซัคสถาน หลังการลอบตั้งแคมป์ในจีน 2 สัปดาห์ ผมสุขใจเหลือเกินที่ได้ตั้งเต็นท์อย่างอิสระโดยไร้ความกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่เคยซาบซึ้งในอิสระมากมายขนาดนี้มาก่อน ผมตระหนักถึงความโชคดีของตัวเอง ขณะที่ผู้คนในซินเจียงไม่ได้โชคดีเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ใช่สองสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในจีน แต่ผมก็รู้สึกยินดีกับประสบการณ์เหล่านั้นเช่นกัน

        วินเซนต์ (Vincent) และ มาร์ลีน (Marlene) กำลังเดินทางมาเจอผมที่โอช (Osh: เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของคาซัคสถาน—ผู้แปล) ตามที่เราเคยสัญญากันไว้ ผมไปถึงที่นั่นก่อนเวลานัดพอสมควร ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังอุซเบกิสถานก่อนพร้อมแคลร์ (Claire) เพื่อจะพบกับเพื่อนของเราอีกคนที่นั่น ชื่อเท็ดดี (Teddy)

        ผมพบแคลร์กับเท็ดดีครั้งแรกที่สิงคโปร์ ขณะเตรียมตัวเพื่อออกเดินทาง เราทั้งสามมักเจอกันที่ Tree in Lodge โฮสเทลที่เราทั้งสามารถซ่อมจักรยานและมอบความรู้ต่างๆ ให้แก่เรา โดยผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของโฮสเทลนาม SK Lah เราทั้งสามคนออกเดินทางจากสิงคโปร์ในเดือนมกราคม และแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง แต่ก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาพบกันอีกครั้งที่เอเชียกลาง (Central Asia) 

        ผมรู้สึกดีสุดๆ ที่ได้เจอแคลร์และเท็ดดี้อีกครั้ง มันเหมือนการกลับมาเจอครอบครัวหลังผ่านเส้นทางอันยาวนาน เราทั้งสามร่วมกันสำรวจหุบเขาเฟอร์กานา (Fergana Valley) ในอุซเบกิสถาน ระหว่างรอวินเซนต์และมาร์ลีนมาถึงโอช

        ที่นั่นไม่มีอะไรให้อวดมากนักนอกจากทัศนียภาพของหมู่บ้าน แต่สิ่งที่ทำให้เราประทับใจอย่างไม่คาดคิดมาก่อนคือการต้อนรับของคนอุซเบกิสถาน เมื่อปั่นไปรอบๆ บ่อยครั้งมากที่เราถูกโบกให้หยุดโดยชาวบ้านที่จะมอบของขวัญอันหลากหลายแก่เรา รถราก็ด้วย พวกเขาจะจอดและลงมาให้น้ำ อาหาร หรือของที่ระลึกต่างๆ หรือถ้าเราปั่นผ่านบ้านคน พวกเราก็จะถูกเชิญให้ร่วมวงน้ำชา ที่ส่วนใหญ่มักจบลงด้วยการเสนออาหารมื้อใหญ่ให้ มีบางครั้งเหมือนกันที่เราปั่นได้แค่ 10 กิโลเมตร และจบลงด้วยการแฮงเอาต์กับครอบครัวหนึ่งที่เสนอ Plov เมนูท้องถิ่นสุดอร่อยที่เป็นส่วนผสมของข้าว เนื้อแกะ หรือเนื้อวัว รวมถึงผักให้แก่เรา และก็หลายครั้งที่เราทั้งสามต้องปั่นไปบนท้องถนนพร้อมกับผลไม้เต็มกระเป๋า ดังนั้น บางคราวพวกเราก็ต้องปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นอย่างสุภาพ เพราะพวกเรากำลังแบกของที่หนักเกินไป การต้อนรับของชาวอุซเบกิสถานไม่มีอะไรเทียบได้

        เราย้อนกลับสู่โอชพร้อมกันหลังใช้ช่วงเวลาสุดอัศจรรย์ในอุซเบกิสถาน ที่เราได้พบกับวินเซนต์และมาร์ลีน ผู้ที่ผมเคยใช้เวลาอันยอดเยี่ยมด้วยที่หุบเขาสปิติของอินเดีย ช่วงเวลานั้นมีนักปั่นมากมายเข้าพักในโฮสเทลเดียวกันที่ชื่อ Tes Guesthouse มีผู้คนจากทั่วโลก วินเซนต์และมาร์ลีนจากฝรั่งเศส อลิซ (Alice) และสุนัขของเธอจากฮ่องกงนามแคนตัน (Canton) พาโบล (Pablo) จากชิลี เท็ดดีและแคลร์จากมาเลเซีย อาร์โนลด์ (Arnold) และ อีวอง (Yvon) จากเนเธอร์แลนด์ เอดัวร์ดู (Edoardo) จากอิตาลี เราต่างใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน แบ่งปันเรื่องราวของการเดินทางของพวกเรา และเมื่อถึงเวลาต้องจากลา พวกเราทั้งหมดตัดสินใจที่จะเดินทางสู่ทาจิกิสถาน ยกเว้นอาร์โนลด์และอีวองผู้เคยไปที่นั่นมาแล้ว 

 

คาซัคสถาน

 

        ดังนั้น พวกเราทั้ง 8 คน และอีก 1 สุนัข จึงเดินทางสู่ซารีทัช (Sary Tash: จุดเชื่อมต่อสำคัญสู่ทาจิกิสถาน—ผู้แปล) มันดูเหนือจริงอย่างมากที่ผมได้ร่วมปั่นกับกลุ่มจักรยานกลุ่มใหญ่ นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้พบนักปั่นมากมายขนาดนี้ตั้งแต่ออกจากสิงคโปร์ เราต่างแบ่งปันค่ำคืนดีๆ ร่วมกัน ด้วยการปั่นผ่านหมู่บ้านต่างๆ และตั้งแคมป์ ซึ่งแน่นอนว่าการแคมปิ้งยอดเยี่ยมขึ้นมากเมื่อคุณมีเพื่อนมากมายรายล้อม

        ตอนนี้เราปั่นอยู่ที่ระดับ 963 เมตรเหนือน้ำทะเล ตั้งแต่ออกจากโอช ก่อนจะถึงซารีทัช ที่ระดับ 3,170 เมตร แบบแตกกลุ่ม เพราะพวกเราทั้งหมดต่างปั่นด้วยความเร็วที่ต่างกัน (เอดัวร์ดูต้องรีบปั่นไปก่อนเพราะเขามีเวลาไม่มากนัก) จากซารีทัชเราสามารถมองเห็นเทือกเขาปามีร์ (Pamir Mountains) นั่นคือเวทีถัดไปของการเดินทางที่พวกเราทุกคนต้องขึ้นไปเผชิญ นักปั่นเดินทางมาไกลขนาดนี้ก็เพื่อจะได้รับประสบการณ์บนปามีร์ไฮเวย์ เผชิญหน้าตรงๆ กับเทือกเขา พวกเราต่างปั่นอย่างตื่นเต้นไปบนหิมะที่ปกคลุม มุ่งมั่นที่จะค้นพบการผจญภัยเบื้องหน้า แม้กระทั่งแคนตัน (สุนัข) ก็ดูตื่นเต้นที่ได้วิ่งอย่างปราดเปรียวไปพร้อมจักรยาน

 

 

        ถนนสู่ชายแดนทาจิกิสถานคือหนึ่งในการปั่นไต่เขาที่ท้าทายที่สุด พวกเราถึงที่นั่นในช่วงเดือนกันยายน ฤดูหนาวเพิ่งมาถึง อุณหภูมิรอบๆ ลดระดับลง มากไปกว่านั้นเรากำลังอยู่ที่ระดับความสูงมากกว่า 3,000 เมตรเหนือน้ำทะเล ถนนนั้นไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เราพอจะรับมือได้ ปั่นผ่านทะเลหิมะ และปั่นสูงขึ้นและสูงขึ้น ทะเลสาบคาราคูล (Karakul Lake) คือจุดพักถัดไปที่เราจะหาเสบียงได้ แต่มันก็อยู่ห่างออกไปราว 100 กิโลเมตร เราทุกคนต่างแบกสัมภาระหนักๆ เมื่อปั่นไต่ขึ้นไปยังทางผ่านแรกนาม Kyzyl Art Pass ที่ความสูง 4,336 เมตร มันยากมากสำหรับพวกเราทุกคน แต่เราก็พยายามทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะไปถึงพร้อมกัน เมื่อถึงจุดสูงสุด หิมะคล้ายจะล้อมรอบพวกเรามากขึ้น และบางครั้งก็ทำให้การปั่นผ่านหิมะหนาที่ปกคลุมถนนเป็นไปแทบไม่ได้

 

The views after Tajikistan border at Kyzyl Art Pass

 

        พรมแดนทาจิกิสถานอยู่ห่างออกไปจาก Kyzyl Art Pass เพียงเล็กน้อย ซึ่งทำให้มันเป็นจุดข้ามแดนที่พิเศษที่สุดสำหรับผม ด้วยการที่ตั้งอยู่ในความสูงกลางขุนเขาอันห่างไกล มันจึงไม่มีเจ้าหน้าที่มากนัก นี่ไม่ใช่จุดข้ามแดนที่วุ่นวาย หลังจากได้รับแสตมป์ เราเข้าสู่ทาจิกิสถานพร้อมๆ กับวิวทิวทัศน์อันงดงามราวกับอยู่ในโลกอื่น หิมะ น้ำแข็ง และทะเลสาบปกคลุมไปทั่วอาณาเขต คล้ายเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป และเราทั้งหมดต่างก็ดีใจที่มาถึงทาจิกิสถานเสียทีหลังผ่านปามีร์ไฮเวย์อันเลืองชื่อ แม้ว่าตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเราจะถูกแช่แข็งเพราะความหนาว เรามุดเข้าไปอยู่ในถุงนอนเมื่อพระอาทิตย์ตกและอุณหภูมิดิ่งวูบ ตั้งแคมป์ใกล้ๆ กับจุดผ่านแดน ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบคาราคูลในเช้าถัดไป

 

Camping at Karakul Lake

 

        เมื่อเข้าใกล้ทะเลสาบคาราคูลเรามองเห็นน้ำสีฟ้าจากระยะไกล ระยิบระยับด้วยแสงแดด และล้อมรอบด้วยเทือกเขาปามีร์ ผมเองต้องหยิกตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป เพราะทะเลสาบนั้นช่างกว้างใหญ่กว่าที่เราคิดมาก มันดูกับราวเป็นทะเล ซึ่งสุดท้ายเราก็ตัดสินใจตั้งแคมป์ข้างๆ มัน เราต่างมานั่งล้อมวงรอบกองไฟหลังพระอาทิตย์ตกเพื่อทำให้ตัวเองอบอุ่น รู้สึกซาบซึ้งต่อเพื่อนๆ ทุกคนที่มาร่วมใช้เวลาด้วยกัน ดาวดารดาษผืนฟ้าเหนือเต็นท์ของเรา แต่นี่จะเป็นคืนสุดท้ายของเท็ดดีและแคลร์ที่จะอยู่ร่วมกับเรา พรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มเดินทางสู่ถนน M41 Highway ขณะที่ วินเซนต์, มาร์ลีน, อลิซ, แคนตัน และผม จะมุ่งหน้าไปยังหุบเขาบาร์ตัง (Bartang Valley)

 

In between water crossings at Bartang Valley

 

         เราแยกทางกัน ณ จุดนั้น ย้อนกลับมาสู่ปามีร์ไฮเวย์ และมุ่งหน้าไปยังหุบเขาบาร์ตังกลับสู่ถนนลูกรังอีกครั้งหลังจากปั่นไปบนถนนลาดยางสั้นๆ ใกล้ทะเลสาบคาราคูล ส่วนเจ้าแคนตันดูมีความสุขอย่างมากที่ได้วิ่งไปพร้อมกับเรา บางครั้งมันก็นำหน้าทุกคน บางครั้งมันก็จะหยุดรออย่างกระฉับกระเฉงเมื่อเราปั่นช้าเกินไป มันทำให้ผมทึ่งที่ได้เห็นสุนัขตัวหนึ่งวิ่งไปด้วยขาสั้นๆ พลังงานเท่าไหร่กันนะที่มันมีอยู่ในตัว? มันวิ่งตลอดเวลาบนเส้นทางสู่หุบเขาบาร์ตังทุกคนต่างยิ้มและรู้สึกถูกปลุกใจด้วยพลังของเจ้าแคนตัน มันช่างแสนมีอิสระ ดูเหมือนสุนัขที่มีความสุขที่สุดในโลก ท่องไปทั่วโลกพร้อมอลิซ เรามักบอกอลิซว่าเจ้าแคนตันนั้นเป็นสุนัขที่โชคดีที่สุด แตอลิซมักตอบกลับว่า เธอต่างหากที่โชคดีที่มีมันอยู่ข้างๆ ความรักไร้เงื่อนไขระหว่างพวกเขาทั้งสองแพร่กระจายสู่ทุกคน จนทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า จะเป็นอย่างไรถ้าตัวเองได้ออกท่องเที่ยวไปพร้อมสุนัขคู่ใจ และก็น่ายินดีอย่างมากที่ผมได้รับประสบการณ์บางส่วนผ่านอลิซและแคนตัน

 

Heading into Bartang Valley

 

        หุบเขาบาร์ตังคือเส้นทางที่น่าดึงดูดที่สุดเส้นหนึ่งในเขตปามีร์ แม้ว่ามันจะห่างจากทะเลสาบคาราคูลถึง 300 กิโลเมตร (บนความสูง 3,900 เมตร) ซึ่งเชื่อมสู่ถนนสาย M41 ที่ Rushon (บนความสูง 2,000 เมตร) มันถูกรู้จักในนามของเส้นทางที่ยากที่สุดด้วยถนนแย่ๆ และมีแอ่งน้ำมากมายให้ต้องข้าม เมื่อปั่นออกมาราว 130 กิโลเมตร สู่ที่ราบสูงมูร์กาบ (Murghab) มันแทบไม่มีสัญญาณของความศิวิไลซ์ใดเลย จนทำให้พวกเรารู้สึกว่าเรากำลังอยู่ท่ามกลางแผ่นดินอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง นั่นหมายถึงเราต้องพึ่งเสบียงของพวกเราจนกว่าจะถึงหมู่บ้านชื่อ Gudara

        การปั่นไปบนที่ราบสูงแห่งนี้ค่อนข้างทำให้ผมมึนงง เพราะบางครั้งเส้นทางก็หายไปเสียดื้อๆ จนเราหลงทางไปครั้งหนึ่ง แต่ก็สามารถกลับมาได้ในที่สุด เรื่องที่ดีก็คือไม่ว่าเราจะปั่นไปทางไหนทิวทัศน์สองข้างทางก็ยังคงงดงาม มันเปลี่ยนไปตลอดเวลาเหมือนนั่งอยู่ในโรงหนัง แม้ว่ามันจะหนาว แต่ทุกการตั้งแคมป์ของเราก็ช่างสุขสันต์ ภายใต้ดวงดาว ท่ามกลางขุนเขา และใจกลางสถานที่อันไร้ชื่อเรียก มันคืออารมณ์สุดพิเศษ มันทำให้ความเจ็บปวดทุเลา บางคืนน้ำแข็งก็ขึ้นปกคลุมถุงนอนของผม แต่ผมก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับประสบการณ์เหล่านี้ร่วมกับวินเซนต์, มาร์ลีน, อลิซ และเจ้าแคนตัน พวกเขาดูแลผมเป็นอย่างดีตลอด 3 วันแรกบนถนน ซึ่งอยู่ๆ ผมก็มีอาการอาหารเป็นพิษ ใช่! ตอนนี้พวกเราเป็นประหนึ่งครอบครัว

        หลังจากเติมเสบียงของพวกเราที่ Gudara เราค้นพบที่ตั้งแคมป์อันยอดเยี่ยมท่ามกลางต้นไม้ของฤดูใบไม้ร่วง มันคือช่วงเวลาอันสนุกสนานที่พวกเราใช้ร่วมกัน ทำอาหารทั้งแกงผักและข้าว เราใช้เวลาอย่างเต็มที่ในหุบเขาบาร์ตัง เพลิดเพลินและโอบกอดทุกช่วงขณะที่ผ่านเข้ามา และเมื่อเราปั่นผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้กับ Rushan เราก็ได้รับการต้อนรับอันเป็นมิตรอีกครั้งด้วยชาท้องถิ่นผสมนมข้น เนย และเกลือชื่อ Shirchoy นี่คือส่วนสำคัญของอาหารเช้าของผู้คนในบาร์ตังด้วยการฉีกขนมปังและจุ่มลงไปใน Shirchoy นอกจากนี้แอปเปิลของหมู่บ้านแห่งนี้ก็อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยชิมมาอีกด้วย

        เราพบผู้คนน่าเหลือเชื่อมากมายในหมู่บ้าน ความเอื้อเฟื้อและความใจดีของพวกเขาทำให้หัวใจอบอุ่น พวกเขาดูแลเราประหนึ่งคนในครอบครัว แลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกันแม้มีกำแพงด้านภาษาขวางกั้น ผู้คนต่างสนใจว่าเรามาจากไหนมากพอๆ กับความสนใจของพวกเราต่อชีวิตของพวกเขา เรายังได้ใช้เวลาสองสามคืนในหมู่บ้านในหุบเขา Shahdara ที่ชายชื่อ Munira และครอบครัวแสดงให้เห็นว่าการต้อนรับสุดพิเศษอันแท้จริงของชาว Pamiri เป็นอย่างไร เพลงถูกบรรเลงด้วยกีตาร์ ขณะผู้คนเต้นรำ แบ่งปันเสียงหัวเราะและทำให้ตัวเองอบอุ่นรอบกองไฟ นั่นคือค่ำคืนอันยากลืมเลือนแม้จะมีม่านหมอกของความเลอะเลือนของความทรงจำบางส่วนปกคลุม

        ในที่สุดเราก็ต้องล่ำลาวินเซนต์และมาร์ลีนเพราะพวกเขาจำเป็นต้องรีบกลับไปยังฝรั่งเศส ช่างน่ามหัศจรรย์เหลือเกินที่ผมได้พบผู้คนมากมายที่สุดท้ายกลายเป็นเพื่อนกันตลอดกาล 

 

Camping with a view
Having pancakes with Alice and Nathan

 

        หลังจากพักผ่อนที่ Khorog สองสามวัน ผมและอลิซก็ได้พบคนอีกคนที่สุดแสนมหัศจรรย์จากอังกฤษชื่อ เนธาน (Nathan) ผู้ที่เราใช้เวลาร่วมกันปั่นไปสู่ส่วนอื่นๆ ในทาจิกิสถาน ก่อนเข้าสู่อุซเบกิสถาน ในช่วงเวลานั้นเรายังชีพด้วยแพนเค้กในทุกเช้า และมีบางวันที่ต้องกินแพนเค้กเป็นมื้อเที่ยงด้วย เนื่องจากมันง่ายที่จะหาไข่ แป้ง และนมจากร้านค้าในหมู่บ้าน นั่นคือช่วงเวลาที่เราเรียกมันว่า pancakes day 

        หลังจากใช้เวลาไม่กี่วันใน Dushanbe ผมและอลิซก็เพิ่งตระหนักว่าวีซ่าของเราในทาจิกิสถานใกล้จะหมด ดังนั้น เราสามคนจึงต้องรีบปั่นไปยังชายแดนอุซเบกิสถาน ขณะที่ฝนตกอย่างหนัก และเราถูกทำให้เปียกโชกและสั่นสะท้านเอาเป็นเอาตายด้วยความหนาว ก่อนจะข้ามชายแดนอุซเบกิสถานหลังจากพระอาทิตย์ตกดินมาได้ และด้วยสภาพเปียกโชกและหนาวสั่นนี่เองที่เราได้รับข้อเสนอให้นอนพักหนึ่งคืนยังคาเฟ่ใกล้ๆ ชายแดน จากจุดนั้น เรากำลังจะปั่นต่อไปอย่างเชื่องช้าสู่ Samarkand (เมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในอุซเบกิสถาน—ผู้แปล)

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

Danial Nataporn

มนุษย์ขี้สงสัยดำรงอยู่ในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด

 

เรื่องโดย

ฆนาธร ขาวสนิท

ฮิปปี้ผู้เดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์