เมื่อการเดินทางทำให้เห็นความเป็นไปได้ และทำให้ตระหนักว่าโลกนี้เปี่ยมด้วยความรัก

Feature
26 Sep 2019
เรื่องโดย:

Danial Nataporn, ฆนาธร ขาวสนิท

Highlights

นี่คือครั้งที่สองที่ผมเดินทางเข้าสู่อุซเบกิสถาน หลังจากใช้เวลาสั้นๆในหุบเขาเฟอร์กานา (Fergana Valley) กับเท็ดดีและแคลร์มาก่อนแล้ว ผมได้รับการบอกกล่าวว่าครั้งนี้จะต่างออกไป ซึ่งมันก็ต่างออกไปจริงๆ ทัศนียภาพของภาคใต้นั้นกว้างใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับหุบเขาเฟอร์กานา ทางใต้การทำเกษตรกรรมและถิ่นที่อยู่ของผู้คนน้อยกว่า หุบเขาเฟอร์กานาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้ ท้องไร่ท้องนา และผู้คน อาจเพราะบางครั้งเรามักปั่นไปยังพื้นที่เตียนโล่งด้วย

        เนธาน อลิซ และผมมีวันที่น่าสนใจวันหนึ่งเมื่อเราปั่นผ่านเมืองใหญ่ชื่อ Denov ซึ่งเรากำลังต้องการจะแลกเงินท้องถิ่น เราจึงถามไปทั่วเมือง และได้รับคำแนะนำให้ไปที่ตลาด แต่เมื่อเราใกล้ถึงตลาด เราก็เพิ่งค้นพบว่าเรากำลังดูโดดเด่นออกมาจากกลุ่มด้วยรถจักรยานและสุนัขอีกหนึ่งตัวในตะกร้า

        ที่สุด เราก็พบชายคนหนึ่งที่ยินดีรับแลกเงิน แต่ระหว่างที่เรากำลังต่อรองราคาอยู่นั้น ผู้คนก็เริ่มสงสัยมากขึ้นและเข้ามาล้อมรอบเรา เมื่อผู้คนเริ่มพูดคุยกัน การต่อรองเพื่อแลกเปลี่ยนเงินจึงกลายเป็นบทสนทนาที่จับใจความยากในทันที เด็กชายคนหนึ่งที่พูดอังกฤษได้เล็กน้อยเริ่มแปลให้เราฟัง หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มยิงคำถามใส่พวกเรา ฝูงชนใหญ่ขึ้น และในไม่ช้าก็เหมือนกับว่าเรากำลังอยู่ท่ามกลางการแถลงข่าว มันเป็นสถานการณ์ที่น่าขัน อย่างไรก็ตาม แคนตันไม่ชอบสถานการณ์นี้แม่แต่น้อย มันเริ่มขู่และเห่าทุกคนที่เข้ามา

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        โชคดีที่ตำรวจซึ่งเห็นเหตุการณ์ช่วยเข้ามาแยกฝูงชนและแนะนำเราให้ไปแลกเงินที่ธนาคารแทน โดยมีเด็กชายผู้พูดภาษาอังกฤษได้นำทาง และบอกเราว่านี่คือหนทางที่ฉลาดกว่า เพราะคนที่ตลาดอาจจะโกงเราก็เป็นได้

        หลังจากแลกเงินเรียบร้อย เราก็ปั่นสู่ซามาร์คันด์ (Samarkand) ทันที โดยผ่านเมือง Boysun ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่เมือง G’uzor และปั่นผ่านทัศนียภาพอันน่าสนใจมากมาย แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงพื้นที่โล่งที่มีผักขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งนานๆ ทีเราจะได้เห็นเนินทรายและภูเขาทะเลทรายบ้างบางครั้ง เส้นทางสู่ G’uzor ไปซาห์ริซับส์ (Shahrisabz) ทำให้รู้สึกราวกับกำลังปั่นอยู่ท่ามกลางทะเลทราย

 

บทสรุปของการเดินทาง

บทสรุปของการเดินทาง

 

        และเราจำต้องปั่นผ่านเมือง Kitob ไต่เขาสูงราวๆ 1,800 เมตร แม้มันจะเทียบกับการปั่นไต่เขาในปามีร์ไม่ได้ เราก็ค่อนข้างยินดีที่ทิวทัศน์โดยรอบเริ่มเปลี่ยนไปสู่อย่างอื่นเสียบ้าง หลังจากถึงยอด เราก็ถูกต้อนรับด้วยการปั่นลงเขาสุดอัศจรรย์ผ่านหมู่บ้านต่างๆ คดเคี้ยวไปมารอบหุบเขา และบางครั้งก็ไล่ตามรถยนต์ไป เราตั้งแคมป์หลังจากพระอาทิตย์ตก มองไปยังภูเขาที่เราปั่นผ่านมา ระลึกว่าพรุ่งนี้การปั่นสู่ซามาร์คันด์คงแสนสั้นและง่ายดาย

        ซามาร์คันด์เป็นเมืองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางที่เราปั่นผ่านมาจนถึงที่นี่ เมืองแห่งนี้งดงามด้วยแสงไฟที่ฉายขับเน้นความงามของสถาปัตยกรรมของเมือง มันเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียกลางด้วยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง จากสถานที่ตั้งบนเส้นทางสายไหมระหว่างจีนสู่เมดิเตอร์เรเนียน และยังถูกนับว่าเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชียกลางด้วยแลนมาร์กนาม Registan Square ที่เป็นศูนย์กลางของความเก่าแก่ของเมือง ประกอบด้วยสามอนุสรณ์สถานสำคัญทางศาสนา สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ถูกตกแต่งด้วยศิลปะบนผนังสุดงดงามยากอธิบาย ยามค่ำ Registan จะถูกปลุกให้ตื่นด้วยแสงไฟอันตระการตาภายใต้ผืนฟ้าสีดำ นี่คือสถานที่ที่ผู้คนได้เพียงแต่จินตนาการว่าชีวิตที่ดำเนินไปเมื่อราวหนึ่งพันปีก่อนจะยิ่งใหญ่มากกว่านี้เพียงใด

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        แผนแรกของผมต่อจากนี้ คือการมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ผ่านเติร์กเมนิสถานพร้อมกับอลิซ เราได้ยื่นขอวีซ่าสำหรับเข้าสู่เติร์กเมนิสถานเรียบร้อยแล้วที่ซามาร์คันด์ แต่มีแค่คำขอของอลิซเท่านั้นที่ผ่าน การขอวีซ่าเติร์กเมนิสถานถูกรู้จักกันดีว่าไม่สามารถคาดเดาได้ และผมก็โชคไม่ดีนักที่ดันจับได้ไม้สั้น ตอนนี้ ทางเดียวที่จะเดินทางต่อไปได้คือการเข้าสู่คาซัคสถานและนั่งเรือเฟอร์รีข้ามทะเลแคสเปียน สู่ประเทศอาเซอร์ไบจาน ความโชคร้ายของผมกับเนธานนั้นพอๆ กัน เพราะคนอังกฤษเองก็ไม่สามารถเข้าสู่อิหร่านได้ ทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนแผนแบบปัจจุบันทันด่วน ผมต้องโบกมือลาอลิซและเจ้าแคนตันอย่างยากลำบากพอๆ กับการปั่นไต่เขา เราสร้างทีมที่ยอดเยี่ยมมาด้วยกัน และมันก็น่าเศร้า แต่เราก็แน่ใจว่าจะได้พบกันใหม่ ณ ที่ใดที่หนึ่งในอนาคตอันห่างไกล

        เมื่อเห็นว่าคงไม่รื่นรมย์นักที่จะปั่นผ่านทะเลทรายของอุซเบกิสถาน เนธานและผมจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟไปยังคาซัคสถาน ที่ที่เราสามารถปั่นไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเฟอร์รีได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราถึงคาซัคสถาน สายลมอันชวนสั่นสะท้านของฤดูหนาวก็ทำให้เราเปลี่ยนใจอย่างง่ายดาย ดังนั้น เราจึงขึ้นรถไฟอีกครั้งและกระโจนลงที่ Mangistau ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ท่าเรือมากที่สุด มันเป็นเที่ยวรถไฟอันยาวนาน และผมก็ดีใจที่มีเนธานร่วมทางมาด้วย 

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        เราถึงท่าเรือ Kuryk หลังจากผ่านวันอันยากลำบากในการปั่นต้านสายลมแรง ที่ซึ่งเราต้องนอนพักเพื่อรอให้เรือเดินทางมาถึง มันไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเราต้องรอยาวนานเท่าใด เพราะจะช้าหรือเร็วนั้นล้วนขึ้นอยู่กับอากาศและสภาพของทะเล มีเรื่องเล่าว่ามีคนที่ต้องรอนานถึง 1-2 สัปดาห์ทีเดียว เกรตา (Greta) นักโบกรถชาวเยอรมันที่เราพบบอกกับเราว่าเธอติดอยู่ในทะเลนานถึง 6 วัน แต่เราก็ยังโชคดีที่เรือเฟอร์รีมาถึงหลังจาก 3 คืนที่เราใช้ท่าเรือเป็นที่นอนหลับพักผ่อน แน่นอนว่าเราพยายามทำตัวเหมือนอยู่บ้านระหว่างรอ แต่เราก็อดรนทนไม่ไหวแล้วที่จะเดินทางต่อไป

        บนเรือเฟอร์รีเราร่วมห้องกับนักปั่นอีกสองคนชื่อ ยัง (Yong) และอเล็กซ์ (Alex) ผู้เดินทางมาจากมาเลเซีย และยังทำให้ผมทึ่งได้เสมอกับการได้เจอกับนักเดินทางผู้ใจดี และก็โชคดีเหลือเกินที่เรือใช้เวลาแค่หนึ่งวันก็เดินทางถึงท่าเรือ Alat จากตรงนั้นเราจึงร่วมทางเข้าสู่บากู (Baku: เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน) ร่วมกัน

        เราใช้เวลา 2 สัปดาห์ในบากู เฝ้ารออะไหล่จักรยานที่สุดท้ายก็มาไม่ถึง ยังและอเล็กซ์จากไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนผมและเนธานตัดสินใจแยกทางกันเพื่อเข้าสู่ด่านต่อไปสู่ทบิลิซิ (Tbilisi) ประเทศจอร์เจีย (Georgia) หลังจากคาซัคสถาน ผมคิดว่ามันน่าจะใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผมต้องปั่นเพียงลำพัง แม้ว่าการร่วมทางกับคนอื่นนั้นช่างดีเหลือเกิน แต่ผมก็เริ่มคิดถึงการเดินทางเพียงลำพังและการเดินทางลึกสู่ภายในของตัวเองอีกครั้งแล้ว เราสัญญาต่อกันว่าจะกลับมาพบกันอีกครั้งที่ทบิลิซิ หลังผมออกเดินทางจากบากู แม้ว่าเนธานจะออกเดินทางอีกหนึ่งวันหลังจากผม แต่เขาก็ไล่ตามผมทันในวันที่สองเท่านั้น ขาของเขาช่างทรงพลังด้วยกำลังขับกว่าหนึ่งพันแรงม้า    

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        สองวันแรกของผมหลังออกจากบากูค่อนข้างขุรขระ ไม่ใช่แค่ต้องปั่นไต่เขา แต่ผมยังต้องสู้กับลมแรง การไม่ได้ปั่นจักรยานเลยราวสองสามสัปดาห์ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะผมรู้สึกว่าผมกำลังสูญเสียพลังงาน และต้องการที่จะอยู่ๆ ไปอย่างเกียจคร้าน การตั้งแคมป์ในคืนแรก ลมแรงโจมตีใส่เสาเต้นท์ของผมอย่างจังจนผ้าของเต้นท์ตีใส่หน้าผม บางช่วงผมต้องใช้ขาเกี่ยวมันไว้ ขณะที่พยายามเอนตัวลงนอน มันเป็นค่ำคืนที่ลำบากที่สุด ผมแทบนอนไม่หลับด้วยลมที่พัดกรรโชกอยู่ทุกๆ ชั่วโมงจนถึงเช้า

        อย่างไรก็ตาม มันก็รู้สึกดีที่ผมได้กลับสู่ท้องถนนอีกครั้ง ปั่นไกลออกมาจากเมืองสู่ชนบท ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมปั่นนั่นก็คือเวลาที่ถนนเงียบสงบ มีลมพัดผ่านหมู่บ้านที่กำลังหลับใหลซึ่งถูกล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์สุดอัศจรรย์ของเทือกเขา แม่น้ำ และต้นไม้ ถนนนอกเมืองบากูก็ไม่ได้แตกต่าง มันนำผมปั่นผ่าน Qobustan, Samaxi และ Sheki จนกระทั่งขึ้นเหนือเข้าสู่จอร์เจียผ่านทางเมือง Matsimi 

        การตั้งแคมป์ในอีกสองสามวันถัดมาดีขึ้นมาก ผมทำให้ตัวเองแน่ใจว่าจะจบการปั่นในแต่ละวันเร็วขึ้นอีกนิด เพื่อมีเวลามากพอในการผ่อนคลาย ในวันคริสต์มาส ผมตั้งแคมป์ใกล้ๆ กับภูเขาที่ไร้ผู้คน นอกจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร ขณะกินอาหารอยู่ในเช้าวันถัดมา ผมเห็นคนเลี้ยงแกะกำลังต้อนฝูงแกะผ่านมา และในไม่ช้าเต้นท์ของผมก็ถูกล้อมด้วยรอบฝูงแกะเหล่านั้น ซึ่งผมก็ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่นี้เป็นอย่างดี

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        ในช่วงกลางฤดูหนาว กลางวันดูเหมือนจะสั้นลงและกลางคืนก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผ่านเมือง Ismailli (เมืองหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน—ผู้แปล) ผมต้องไต่ขึ้นเขาอีกครั้ง ขณะที่หิมะเริ่มตกหนักขึ้น ความหนาวนั้นแลกมาด้วยความงดงามของหิมะที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า  ผมรู้สึกเพลิดเพลินกับทุกขณะของการปั่น รถยนต์บีบแตรเมื่อขับผ่านผม บางทีคนขับอาจคิดว่าผมมันบ้าที่ออกมาปั่นจักรยานในสภาพอากาศเช่นนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้แคร์อะไรนัก กระทั่งต้องปั่นลงเขา

        นั่นคือตอนที่ผมตระหนักได้ว่าทำไมผู้คนมากมายถึงพยายามหลีกเลี่ยงการปั่นจักรยานภายใต้หิมะ ลมหนาวกัดใบหน้าของผม ทั่วทั้งร่างปวดแปลบทรมาน ผมโคตรจะหนาว มันเร่ิมกลายเป็นความเจ็บปวด แขนทั้งสองข้างชาและสั่นสะท้าน กระทั่งผมถึงด้านล่าง หิมะก็หยุดตก และอุณหภูมิก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย หิมะและเกล็ดน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วร่างเริ่มละลาย แต่ผมกลับหนาวและเปียกไปทั่ว นี่ไม่ใช่องค์ประกอบที่ดีนัก ดังนั้น ผมจึงหยุดพักที่คาเฟ่แห่งหนึ่งเพื่อให้รางวัลตัวเองด้วยชาและความอบอุ่น ซึ่งเจ้าของคาเฟ่ก็ใจดีมากพอที่จะให้ผมตั้งแคมป์บนถนนส่วนบุคคลของเขา

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        หลังจากข้ามถึงจอร์เจียแล้วนั่นล่ะ ผมถึงรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างมหาศาล มีโบสถ์อยู่เต็มไปหมดทั่วทุกที่ แม้กระทั่งบนยอดเขา ผมปั่นไป และมองความงามของเทือกเขาคอเคซัสที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะเหนือเส้นขอบฟ้าไปด้วย สำหรับผม เทือกเขามักมีบางอย่างที่ทรงพลังและดึงดูดให้เข้าหา พลังงานสุดแข็งแกร่งที่ทำให้คุณรู้สึกถูกกดให้ติดพื้นและตัวเล็กลง และแน่นอนมันยังทำให้คุณสงสัยว่าจะมหัศจรรย์แค่ไหนกันหากได้ไปยืนอยู่บนยอดเขาแห่งนั้น ก่อนจะปั่นสู่ไร่ไวน์ชื่อดังของจอร์เจียในเขตแดน Kakhet ผมตั้งเต้นท์ข้างทางเพียงเพื่อที่จะมองไปยังความมหัศจรรย์ของเทือกเขาคอเคซัสตลอดทั้งคืน

 

บทสรุปของการเดินทาง

 

        ผมไม่เคยวางแผนว่าจะอยู่ในจอร์เจียอย่างยาวนานมาก่อน แต่มันก็เข้าเดือนที่ 8 ไปแล้วที่ผมปักหลักอยู่ที่นี่ แผนแรกของผมคือการจบการเดินทางที่ตุรกีในเดือนกรกฎาคม แต่ผมกลับรู้สึกว่าผมไม่พร้อมที่จะจบการเดินทางครั้งนี้ และการอยู่ที่นี่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องวีซ่า (ผมได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานในจอร์เจียอย่างถูกกฎหมายนานถึง 1 ปี) จอร์เจียเป็นประเทศที่มหัศจรรย์ ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจมองหางานในทบิลิซิเพื่อเก็บเงิน ก่อนจะเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้ง นั่นคือสถานที่ที่ผมได้พบกับแพง รองบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร a day BULLETIN ในร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ แม้ว่ารายได้ที่นี่จะไม่มากนัก แต่ผมก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะโอบกอดประสบการณ์เหล่านี้ ใช้ชีวิตในประเทศอันแปลกหน้า ค้นหาชีวิตแบบคนท้องถิ่น การใช้ชีวิตอยู่ที่ทบิลิซิเป็นการค้นพบที่แตกต่างออกไป ทั้งการได้เผชิญหน้ากับฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่านครั้งแรก และการถูกกลืนกลายด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น การพยายามเรียนรู้ภาษาจอร์เจียน และผมนั้นโชคดีเหลือเกินที่ได้พบผู้คนดีๆ มากมายในที่แห่งนี้

        มองย้อนกลับไปสู่การเดินทางตั้งแต่สิงคโปร์ ผมคงไม่สามารถเดินทางสำเร็จได้เพียงลำพัง ทุกเหตุการณ์ล้วนมีผู้คนช่วยเหลือและทำให้ผมเป็นคนอีกคนอย่างทุกวันนี้ ผมรู้สึกขอบคุณและรู้สึกหลงรักการออกเดินทางสู่โลกกว้างของตัวเอง ผมเริ่มต้นปั่นจักรยานไม่ใช่เพราะผมรักการปั่น แต่มันคือวิถีทางของการเดินทางสำหรับผม มันเป็นทั้งความท้าท้ายและการพยายามเพื่อจะประสบความสำเร็จไม่ว่ากับอะไรก็ตามที่ตั้งไว้ในใจ ผมได้เดินทางออกมาแล้ว ด้วยอารมณ์ของการไร้ความกลัวใดๆ ถึงสิ่งที่ผมไม่รู้จัก ถึงแรงผลักดันที่ผมไม่รู้ว่าเคยมีมันมาก่อนในตัว นั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าความเป็นไปได้ไร้ที่สิ้นสุด นี่คือความรู้สึกอันเปี่ยมไปด้วยพลังที่ผมต้องการจะแบ่งปันสู่ทุกคนที่กำลังมองหามันอยู่

        สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้อย่างมากในการเดินทางนี้คือโลกใบนี้เต็มไปด้วยความรัก ผมไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้โดยปราศจากความเอื้อเฟื้อและความใจดีของมนุษยชาติ และผมต้องการจะส่งต่อความงดงามในจิตใจนั้นเช่นกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการออกเดินทางในรูปแบบนี้ ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำและตอบทุกๆ คำถาม เหมือนกับทุกผู้คนที่ช่วยเหลือผมตลอดเส้นทาง

        ขอบคุณ a day BULLETIN สำหรับพื้นที่แห่งนี้ที่ทำให้ผมได้ขอบคุณทุกผู้คนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรตลอดเส้นทางการเดินทางของเรื่องเล่าของผม สำหรับข้อสงสัยใดก็ตาม คุณสามารถเข้าถึงผมได้ผ่านอินสตาแกรม: @trexinthebushes

        ผมหวังว่าทุกคนจะได้รับความสุขในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุดแห่งนี้

 


<<ตอนที่แล้ว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

Danial Nataporn

มนุษย์ขี้สงสัยดำรงอยู่ในจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด

 

เรื่องโดย

ฆนาธร ขาวสนิท

ฮิปปี้ผู้เดินทางตามเส้นทางของดวงจันทร์