โลกของคนสูงวัย | สร้างสุขสูงวัย เปิดใจรับฟัง โดยกลุ่มสวัสดีวัยสุข ณ สวนโมกข์กรุงเทพฯ

Feature
28 Jun 2019
เรื่องโดย:

ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ, ธนดิษ ศรียานงค์

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ ‘สวนโมกข์กรุงเทพฯ’ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2553 นอกจากกิจกรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนา เช่น ฟังธรรม ทำวัตร สวดมนต์ พื้นที่แห่งนี้ยังจัดกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การฉายภาพยนตร์ ฝึกโยคะ หรืองานจิตอาสาต่างๆ แม้ว่าไม่ใช่กิจกรรมที่มากด้วยคำบาลีหรือหลักธรรมะลึกซึ้ง แต่ระหว่างทางของกิจกรรมเหล่านั้นกลับแฝงแง่มุมเพื่อความเข้าใจชีวิต ไม่ได้แยกขาดว่าทางโลกหรือทางธรรม หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ‘ธรรมะในชีวิตประจำวัน’ ก็คงได้

     ปลายปี 2561 มีกิจกรรมชื่อว่า ‘สวัสดีวันจันทร์’ เกิดขึ้นจากการริเริ่มของ ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมฟาร์มสุข เขาเป็นคนหนุ่มที่สนใจเรื่องการฟังและฝึกฝนอย่างทุ่มเทมาหลายปี กิจกรรมอาศัยการ์ดเกม Happiness Unlock ที่มีคำถามหลากหลายมาดำเนินวงสนทนา เช่น รู้สึกอย่างไรกับเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ สิ่งแวดล้อมที่นี่ได้เกื้อหนุนคุณหรือไม่ เมื่อรู้สึกไม่ดี คุณมีคนที่คุยด้วยได้บ้างหรือเปล่า คุณพอจะมีสถานที่ที่ไปพักใจได้ทุกเมื่อในเวลาที่ต้องการบ้างไหม ฯลฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมที่เป็นคนสูงวัยได้ใคร่ครวญถึงชีวิตตัวเอง และได้ฝึกฟังเรื่องราวของเพื่อนสมาชิก

 

สวัสดีวัยสุข

 

     “ผมสนใจเรื่องการฟัง เลยอยากฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้งให้คนสูงวัย ถ้าในมุมความสัมพันธ์ การฟังเป็นพื้นฐานที่ดีต่อทุกวัยเลยนะ มันใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถ้าในมุมธรรมะ ขณะที่ฟัง มันเกิดการตระหนักรู้ ซึ่งโยงกับเรื่องสติด้วย” เขาเล่าถึงความตั้งใจของตัวเอง

     ก่อนหน้านั้นเขาเคยจัดกิจกรรม ‘ปั่นไอติม ชิมความสุข’ อาศัยความชำนาญในการทำไอศกรีมของตัวเองมาเป็นเครื่องมือในการฝึกการฟัง ซึ่งมีคนเข้าร่วมหลากหลายวัย หลังจากนั้นเขาต้องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เลยเกิดเป็นกิจกรรม ‘สวัสดีวันจันทร์’ แล้วต่อมาได้เปลี่ยนวันจัดและเปลี่ยนชื่อกิจกรรมเป็น ‘สวัสดีวัยสุข’ ที่พ้องเสียงกับวันศุกร์ ซึ่งจัดมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เริ่มต้นจากไม่กี่คนที่สนใจ กลุ่มค่อยๆ เพิ่มขนาด สมาชิกหมุนเวียนเข้าออก จนกระทั่งเกิดเป็นชุมชนย่อมๆ ที่สนิทสนมและไว้วางใจกัน

 

สวัสดีวัยสุข

 

     เช้าวันศุกร์ต้นเดือนมิถุนายน ผมมาถึงสวนโมกข์กรุงเทพฯ ตอนกิจกรรมยังไม่เริ่มต้น กลุ่มคนสูงวัยสิบกว่าคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จัดเรียงเป็นวงกลม เมื่อเริ่มกิจกรรมเช็กอิน หรือการบอกเล่าว่าช่วงที่ผ่านมาทำอะไรกันมาบ้าง เรื่องเล่าของแต่ละคนเกิดขึ้นต่อหน้าเพื่อนสมาชิกที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ

     เพิ่งไปเที่ยวท้องฟ้าจำลองมา

     เพิ่งเรียนทำขนมมา

     หรือแม้แต่เล่าบางเรื่องควบคู่ไปกับการอธิบายธรรมะ

     ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีคำพูดแทรกขัด แววตาทุกคู่มองคนพูดอย่างตั้งใจ พยักหน้าตอบรับ และชะเง้อมองด้วยความอยากรู้ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่อบอวลด้วยความใส่ใจมิตรภาพของเพื่อนวัยเดียวกัน

     จากกลุ่มใหญ่เปลี่ยนมากลุ่มย่อย ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง บางคนใช้การ์ดเกมเพื่อเริ่มต้นการเล่าเรื่อง บางคนเล่าเรื่องของตัวเองออกมาได้ทันที ผมเลยมีโอกาสได้พูดเรื่องของตัวเองในประเด็นเดียวกัน ทั้งที่คนตรงหน้าเป็นคนสูงวัยที่ประสบการณ์มากกว่า แต่กลับเป็นช่วงสั้นๆ ที่ผมสัมผัสได้การรับฟังจากพวกเขา

     ใช่ ถ้ามองเพียงกิจกรรมอย่าง ‘สวัสดีวัยสุข’ ไม่มีระหว่างทางที่วูบวาบให้ตื่นเต้น เป็นเพียงการพูด ฟัง และถามบ้างเป็นระยะ แต่จริงหรือไม่ว่า ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ลึกๆ แล้วมนุษย์ทุกคนต้องการช่วงเวลานั้น นั่นคือการได้เปิดเผยตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วมีใครสักคนยอมรับ ไม่ตัดสิน และเห็นคุณค่า

 

สวัสดีวัยสุข

 

กวี พงศ์โสภา อายุ 72 ปี

     “ผมขลุกอยู่สวนโมกข์กรุงเทพฯ หลายปีแล้ว ทั้งมาร่วมกิจกรรมและมาเป็นอาสาสมัครกลุ่มเพลินธรรมนำชม (การนำชมภาพปริศนาธรรม) เมื่อปีที่แล้วมาเห็นจากเว็บไซต์ว่ามีกิจกรรมปั่นไอติม (ปั่นไอติม ชิมความสุข) ในนั้นเปรียบเทียบว่า กว่าน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งก็เป็นอิทัปปัจจยตา ผมเลยลองสมัครมา เป็นการใช้การปั่นไอติมเป็นกิจกรรม ทำเสร็จก็นั่งคุยกัน คุณมาจากไหนก็ได้ ทุกคนพร้อมเป็นเพื่อนคุย

     “หลังจากนั้นผมเปลี่ยนมาเข้าร่วมกิจกรรม ‘สวัสดีวัยสุข’ โดยรวมก็คล้ายกันนะ แต่อันนี้จะใช้การ์ดเกมมาช่วยคุย ในการ์ดมีคำถามต่างๆ ให้ลองคิดแล้วแลกเปลี่ยนกัน ทำให้ผมนึกถึงการไปวัดในสมัยก่อนที่ใช้การก่อเจดีย์ทรายมาทำร่วมกัน เลยได้แลกเปลี่ยนพูดคุย ผมมองว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม พอได้พูดคุยกัน ที่สุดแล้วมนุษย์มีความเอื้ออาทรกันโดยอัตโนมัติ”

 

สวัสดีวัยสุข

 

     “เป็นธรรมดาที่มนุษย์ต้องมีอะไรเหยียบๆ แอบๆ ไว้ ถ้าได้เปิดสิ่งนั้นออกมาเราจะสบายขึ้น เคยมีโฆษณาตัวหนึ่งบอกว่า ‘ยิ่งเปิดใจยิ่งใกล้ชิดกัน’ จะเป็นโฆษณาหรืออะไรก็ตาม มันคือเรื่องจริง กิจกรรมที่เข้าร่วมถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้พูดและได้ฟังจริงๆ ชอบนะ เลยมาเกือบทุกครั้ง

     “ถ้าตื้นๆ ผมได้เจอคนคอเดียวกัน มีเพื่อนรับฟัง ถ้าลึกกว่านั้น ทีมงานสวนโมกข์กรุงเทพฯ พยายามจัดกิจกรรมให้ลิงก์กับธรรมะ การคุยเรื่องในชีวิตประจำวัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มันกลายเป็นธรรมะ การเข้ากลุ่มแบบนี้ ถ้าใครไม่สบายใจเรื่องอะไรมา เช่น คุยกับคนใกล้ตัวไม่ได้ พอได้พูดแล้วมีคนรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แม้ว่ากลับบ้านไปยังเจอปัญหาเดิม ภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่เขาเข้าใจปัญหามากขึ้น ผมว่าโอเคนะ ความเป็นกลุ่มทำให้คนเข้าร่วมได้ปลดปล่อย เขากล้าพูดในสิ่งที่ไม่สบายใจ มันสุดยอดสำหรับปุถุชนเลย”

 

สวัสดีวัยสุข

 

     “ครั้งหนึ่งสวนโมกข์กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้กลุ่มเราไปเที่ยวด้วยกันที่อัมพวา กิจกรรมที่ผมรู้สึกดีมากคือเกมสุดท้ายที่ทำร่วมกัน เขาให้ทุกคนนั่งล้อมวง แจกกระดาษ A4 คนละแผ่น เขียนชื่อตัวเองข้างบน แล้วส่งต่อให้เพื่อนข้างๆ เขียนข้อดี-ข้อเสียของเจ้าของกระดาษนั้น การเขียนโดยไม่ต้องใส่ชื่อตัวเองเลยบอกได้ตรงๆ แบบไม่ต้องกังวลอะไร แล้วเจ้าของกระดาษก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนด้วย มันดีมากนะ ผมได้รู้ว่าคนอื่นมองยังไง ทั้งบวกทั้งลบ กระดาษของผมได้ว่า ‘พี่กวีต้องระวังการพูดตรงเกินไปหน่อยนะ’ แม้ผมจะจริงใจแค่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าคำพูดนั้นจะถูกหูทุกคน มันอาจกระเทือนคนอื่นได้ ผมเห็นด้วยเลย ทางพุทธเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ชี้ขุมทรัพย์’ ชีวิตจริงไม่ค่อยมีใครพูดหรอก การมีคนมาชี้ให้เห็นข้อเสีย มันยอดเยี่ยมมากนะ เราได้เอามาปรับ ถ้าไม่มีใครบอก มันจะเป็นเรื่องลบติดตัวไปตลอด

     “ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องการความอบอุ่น แต่หาได้ยากจากชีวิตจริง เราคุยกับคนใกล้ตัวไม่ได้แบบนี้นะ แม้แต่ภรรยาของผมก็ไม่ได้คุยแบบนี้ เราไม่กล้าคุยไง เพราะเขารู้ว่าเรางี่เง่าจริงๆ (หัวเราะ) แต่กับคนที่เพิ่งรู้จัก เราสามารถพูดได้ เพราะเขาไม่รู้จักเรามาก มันจะยอดเยี่ยมมากถ้าการพูดคุยแบบนี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดได้

     “ประโยชน์ของการเข้ากลุ่มสวัสดีวัยสุข หนึ่ง สมาชิกได้ระบาย สอง เกิดความเอื้ออาทรต่อกัน และมากกว่านั้น จิตใจก้าวหน้าและใจกว้างมากขึ้น ทั้งต่อสามี ต่อภรรยา ต่อลูก และต่อคนใกล้ตัวที่เราคุยไม่ค่อยได้ กลุ่มนี้ไม่ใช่แค่การชาร์จพลัง เพิ่มแบตเตอรี่ แต่เราได้ความเข้าใจกลับไปใช้ในชีวิตด้วย”

 

สวัสดีวัยสุข

 

พจนา วรกิตติวณิช อายุ 65 ปี

     “หลังจากเกษียณจากอาชีพเลขานุการ ช่วงนั้นลูกสาวไปเรียนต่อเมืองจีนแล้วรู้จักกับโรงงานผลิตบัวหิมะ เลยสั่งมาให้แม่ขายออนไลน์ ก็พอมีพอกินนะ ดิฉันเป็นซิงเกิลมัม เลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวคนเดียว พอลูกชายแต่งงานออกไปแล้ว ลูกสาวยังเรียนอยู่ต่างประเทศ เลยต้องอยู่บ้านคนเดียว การได้ขายของออนไลน์ต้องตอบข้อความและคุยโทรศัพท์กับลูกค้า ทำให้แต่ละวันมีอะไรทำ เบื่อก็ออกไปข้างนอก ชีวิตเป็นแบบนั้นมาหลายปีแล้ว เพิ่งไม่กี่เดือนมานี้ ลูกสาวเรียนจบแล้วมาทำงานกับสวนโมกข์กรุงเทพฯ เลยได้อยู่กันสองคน

     “ดิฉันรู้จักสวนโมกข์กรุงเทพฯ มานานแล้ว แต่เพิ่งมาร่วมกิจกรรมได้ไม่นาน ตอนปลายปีที่แล้ว ลูกสาวชวนออกมาทำกิจกรรม เขาบอกว่า ‘แม่ มาที่นี่เถอะ จะได้มีเพื่อนฝูง’ เริ่มจากมาทำไอติมแล้วมานั่งคุย มันช่วยให้คนสูงวัยที่ความคิดอ่านช้า เหงาๆ อยู่บ้าน ไม่ได้สื่อสารกับใคร เกิดกลุ่มเพื่อนฝูงนะ

     “ดิฉันรู้สึกว่าการเปิดใจรับฟังอย่างลึกซึ้งช่วยเหลือหลายคนเลยนะ ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว บางคนบ้านอยู่ไกลก็ยังมา ถือเป็นกุศลที่คนคนหนึ่งได้รู้จักตัวเอง เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน การเจอเพื่อนแบบนี้ต่างกันสิ้นเชิงกับการขายออนไลน์ เราค้าขาย แนะนำสินค้า พูดเรื่องจริง แต่การเจอคนมันอีกอารมณ์ เราเจอมิตรที่ดี เจอคนจริงใจ มีความสุขนะ ดิฉันติดใจแล้วมาตลอดเลย เฝ้ารอว่าศุกร์ไหนต้องมาบ้าง”

 

สวัสดีวัยสุข

 

     “ด้วยเงื่อนไขของชีวิต การเลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวเอง เราเลยต้องเข้มแข็ง ไม่เหงาหรอก ความเหงาเป็นยังไงไม่รู้จัก แต่ทุกข์นะ ช่วงนั้นร้องไห้ติดๆ กันเป็นปี พอเวลาผ่านไป อยู่คนเดียวก็สบายใจดี แต่ถ้าออกมาเจอคนอื่น ดิฉันชอบเรียนรู้ ชอบคุยกับคนอื่น เป็นกัลยาณมิตรกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน บางท่านที่รู้ลึกทางด้านศาสนา เราก็ได้ฟังความรู้

     “เมื่อก่อนดิฉันเป็นคนใจร้อน ใครพูดมา ฉันพูดแทรก พอได้มาเรียนรู้การฟังอย่างลึกซึ้ง เราต้องอดกลั้น ระงับความอยากพูดไว้ก่อน ตั้งใจฟัง รับรู้ความรู้สึกของคนพูด ดีเลยนะ เราได้เนื้อความเต็มที่ มาคิดว่าช่วยอะไรเขาได้ไหม เวลาเพื่อนในกลุ่มเป็นทุกข์แล้วได้ระบาย ได้พ้นจากความทุกข์ ดิฉันรู้สึกว่าเกิดกุศลในใจ เป็นสังคมที่ดีนะ ต่างคนต่างเป็นดวงดาว แล้วมาอยู่ร่วมในจักรวาลเดียวกัน

     “เราอายุเยอะแล้ว การได้มาเจอเพื่อนวัยเดียวกัน เหมือนได้ย้อนไปสมัยเด็ก พูดจาเหมือนกัน เฮฮาปาร์ตี้ด้วยกัน เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในช่วงปลายของชีวิต มีชีวิตชีวามากขึ้นนะ เรานัดกันไปเที่ยว บางส่วนเพิ่งไปท้องฟ้าจำลองมา เปลี่ยนไปเยอะนะ กว้างขวางและข้างในไม่มืดแบบเดิม เราเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ความตื่นเต้นน้อยลง แต่ได้ความเข้าใจในเรื่องท้องฟ้าดวงดาว รวมทั้งได้ใช้เวลากับกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน”

 

สวัสดีวัยสุข

 

กรกช อินทรน้อย อายุ 55 ปี

     “เมื่อปลายปีที่แล้ว เราอยากหาของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง เลยเปิดอินเทอร์เน็ตหา แล้วเจอกิจกรรมของสวนโมกข์กรุงเทพฯ ตอนนั้นชื่อว่า ‘สวัสดีวันจันทร์’ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สวัสดีวัยสุข) สโลแกนคือ ‘สร้างสุขสูงวัย เปิดใจรับฟัง’ เราชอบคำนี้มาก เลยสมัครมาเข้าร่วม เขาจัดกันไปหลายครั้งแล้ว วันนั้นเรามาถึงช้า แต่คนในกลุ่มต้อนรับเป็นอย่างดี เริ่มต้นก็รู้สึกดีแล้ว พอแบ่งกลุ่มย่อย กิจกรรมใช้การ์ดเกมเป็นเครื่องมือช่วยคุย เราเปิดได้คำถามเรื่องการจัดการการเงินส่วนบุคคล แผนสำหรับอนาคตเป็นยังไง การ์ดใบนั้นทำให้เราย้อนคิด การเตรียมการในปัจจุบันพร้อมดีหรือยัง เพื่อนในกลุ่มก็ตั้งใจฟัง เรารู้สึกว่าสิ่งที่พูดมีคุณค่า แล้วเราได้ฟังมุมมองในการจัดการชีวิตจากคนอื่น แต่ละคนมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน เห็นข้อคิดหลายแง่มุม ประทับใจมากเลยนะ

     “เราแต่งงานแล้ว ทุกวันนี้เป็นแม่บ้าน เมื่อก่อนใช้เวลาตอนกลางวันไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส ช่วงหลังกลุ่มสาวๆ ที่รู้จักกันก็แยกย้ายกันไป บางคนเรียนจบ บางคนทำงานหนักจนไม่มีเวลา และบางคนก็เบื่อการออกกำลังกาย แล้วพอมาย้อนคิด หลายอย่างที่ฟิตเนส เราอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายด้วย ทั้งกิจกรรมที่ทำและตารางเวลา คลาสจัดตอนค่ำๆ เราเป็นแม่บ้านก็สะดวกตอนกลางวัน เลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง พอมาเจอกลุ่มนี้ เราคิดว่าตัวเองคงเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ที่ร่มรื่นหรือกิจกรรมที่ตรงความสนใจ แต่เป็นกลุ่มคนที่มาเจอกันด้วย ทุกคนวัยใกล้กัน พอเรามาโดยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก วันนั้นเลยถือว่าได้เกินคาด เราแค่อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับตัวเองในวันเกิด แล้วก็ได้กลับไปจริงๆ”

 

สวัสดีวัยสุข

 

     “วันนั้นวิทยากรสอนเรื่องการฟังด้วยนะ บอกวิธีการต่างๆ ให้ลองปฏิบัติ เขาพูดด้วยว่า ‘เราไม่อยากได้ยินแบบไหน ก็อย่าพูดแบบนั้น’ มันง่ายมากเลยนะ แต่เราเพิ่งเรียนรู้เป็นครั้งแรก เลยยังพูดมากกว่าฟัง พอกลับมาเลยทดลองใช้กับคนใกล้ตัว คุยกับแฟน คุยกับญาติพี่น้องของแฟน เราลองตั้งใจ แล้วเปิดใจฟังจริงๆ ไม่ใช่ฟังแบบเค้นตัวเอง ทำให้เราเข้าใจพวกเขามากขึ้นนะ ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ ในสถานการณ์นั้นเขารู้สึกอะไร แล้วอะไรทำให้เขาเป็นแบบนั้น

     “แต่พอถึงกิจกรรมครั้งต่อมา เราเกิดความลังเลที่จะไป เพราะรู้สึกว่าครั้งแรกโอเคแล้ว งั้นพอแล้วดีไหม แต่อีกใจอยากลองอีกครั้ง เลยลองไปดู เลยมีครั้งสอง สาม สี่ และมาจนถึงปัจจุบัน (ยิ้ม) เราว่าเหตุผลที่ตัวเองมาเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะรู้สึกดีจากตอนได้พูดได้ฟัง และปัญหาที่บ้านได้รับการแก้ไขไปด้วย

     “การเข้าร่วมกิจกรรม ‘สวัสดีวัยสุข’ ทำให้เราได้ฟังประสบการณ์ชีวิตของหลายคน ทั้งความสำเร็จ ความดีใจ อุปสรรค และการก้าวข้ามห้วงทุกข์เหล่านั้น สุขภาพที่ดีและย่ำแย่ เราได้เข้าใจหลายเรื่องและเห็นหลักธรรมหลายอย่างโดยไม่จำเป็นต้องไปเจอทุกปัญหาด้วยตัวเอง ประสบการณ์ของทุกคนคือบทเรียน ทั้งหมดนั้นคือธรรมะ

     “เอาจริงๆ กิจกรรมของคนสูงวัยมีหลากหลายเลยนะ ทั้งออกกำลังกาย ความบันเทิง ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้นมักสร้างความสุข แต่กิจกรรมที่ลดความทุกข์มีน้อยมาก บางคนมาด้วยความทุกข์อย่างมาก ไม่มีทางออกจากปัญหา กลุ่มเราก็เปิดโอกาสให้ปลดปล่อย ให้พูดในสิ่งที่พูดกับใครไม่ได้ แล้วด้วยการปูพื้นฐานความเข้าใจและกติกาในการฟัง พวกเราเลยรับฟังโดยไม่ตัดสินกัน มันกลายเป็นความอบอุ่น ทุกข์ในใจของทุกคนก็ลดลงได้”

 


สำรวจ ‘โลกของคนสูงวัย’ ตอนอื่นๆ ได้ที่

     – เติมความสุขใจผ่านเสียงเพลงของกลุ่มร้องเพลง ณ ดิโอลด์สยาม

     – สุขภาพกาย สุขภาพใจ และความหมายชีวิตของกลุ่มรำไท่เก๊ก ณ สวนลุมพินี

     – มิตรภาพจากเรื่องเล่าของมิตรสหายในกลุ่มนั่งสนทนา ณ ฟู้ดคอร์ต ห้างพาต้า

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ

อาจเพราะตอนเด็กๆ ไม่ค่อยมีใครรับฟัง โตขึ้นมาเลยพยายามจะเอาดีกับการตั้งใจฟังผ่านงานสัมภาษณ์ นับจากบทสัมภาษณ์ชิ้นแรกในปี 2553 น้อยครั้งที่จะเบื่อหน่ายการตั้งคำถาม ทุกๆ วันยังเพลิดเพลินกับการได้ฟังเรื่องใหม่ๆ โดยหวังว่าถ้าโชคชะตาเข้าข้าง ก็ขออยู่และตายไปกับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง