เล่นซ่อนหากับงานศิลปะผ่าน 5 พื้นที่สร้างสรรค์ทางสายอาร์ตแบบย่นย่อที่มีเฉพาะในกรุงโซล

Feature
19 Nov 2018
เรื่องโดย:

adB Team

ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงโซลที่คลาคล่ำไปด้วยชาวเมืองและนักท่องเที่ยว สอดประสานไปกับศิลปะแห่งเสียงดนตรีจากร้านอาหารริมถนน หรือแม้แต่พื้นที่สาธารณะ คลุกเคล้าไปด้วยเสน่ห์ของศาสตร์แห่งการแต่งกายที่เกิดจากบรรดาแฟชั่นนิสตา รอบล้อมไปด้วยสถานที่มากมายที่ได้บรรจุผลงานศิลปะชิ้นเอกของเหล่าศิลปินชื่อดังและศิลปินหน้าใหม่ รวมไปถึงกลิ่นอายของกาแฟจากคาเฟ่ที่เปิดแข่งกันเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคนผู้หลงใหลบรรยากาศและรสชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราที่ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้สัมผัส ช่วยเปิดโสตประสาทฝั่งศิลป์ของเราให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

     การตื่นในครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า ประเทศเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับศิลปะเป็นอย่างมาก ที่นี่มีตั้งแต่องค์กรภาครัฐที่พร้อมสนับสนุนว่าที่ศิลปินคนใหม่ รวมไปจนถึงกลุ่มคนเล็กๆ ที่ได้รวมตัวกันเพื่อสร้างพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ทางด้านศิลปะต่อในคนประเทศ ในขณะเดียวกันยังมีผลประโยชน์ที่ตามมาด้วยก็คือพื้นที่เหล่านี้ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ภาคการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้แข็งแรงมากขึ้น

     เมื่อเราได้ดำดิ่งสู่โลกของศิลปะ เราก็เห็นว่าผลงานศิลปะที่จัดแสดงส่วนใหญ่นั้นมักจะจัดขึ้นโดยคนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นข้อดี เพราะทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงแก่นของศิลปวัฒนธรรมและผู้คนของเกาหลีได้ สำหรับเราแล้ว สิ่งนี้ไม่ต่างจากการทำความรู้จักผู้คนและประเทศเกาหลีโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำทักทายหรือต่อบทสนทนาใดๆ

     เพราะเราเชื่อว่าศิลปะเป็นเครื่องมือทางเลือกสากลชั้นเยี่ยมของการติดต่อสื่อสารของมนุษย์​ เป็นการทำความรู้จักกันของมนุษย์ที่ละเอียดอ่อนกว่าคำพูด ถูกแปลความออกมาได้หลายความหมาย หลากความรู้สึก เหมือนที่เรากำลังจะสื่อสารกับคุณผ่าน 5 พื้นที่สร้างสรรค์ทางสายอาร์ตแบบย่นย่อที่มีเฉพาะในกรุงโซลเท่านั้น

 

DDP (DONGDAEMUN DESIGN PLAZA)

     เสพศิลป์กันที่แรก กับตึกที่มีรูปทรงล้ำสมัยคล้ายยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่เรียกกันว่า DDP ย่อมาจาก Dream Design and Play พื้นที่ที่จะปลดปล่อยชาวโซลให้เป็นอิสระจากกรอบชีวิต และเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก

 

 

     ที่นี่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2014 โดยบริษัท Samoo ของเกาหลี และร่วมออกแบบโดยสถาปนิกหญิงชื่อดังชาวอิรัก-อังกฤษ ซาฮา ฮาดิด ผู้ที่มีเอกลักษณ์งานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเป็นของตัวเอง ด้วยสไตล์การออกแบบรูปทรงอาคารที่มีความลื่นไหล และเต็มไปด้วยน่าฉงน จนได้ฉายาว่า Queen of the Curve หลังจากที่นี่สร้างเสร็จได้เพียงไม่นาน เธอก็เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 2016 แต่สถาปัตยกรรมที่สวยงามชิ้นนี้ยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยเป็นตัวแทนของศูนย์กลางแฟชั่นแห่งโซล

     ท่ามกลางเสียงชื่นชมสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ก็ยังเป็นข้อถกเถียงในหมู่ชาวเกาหลี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจและไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณก่อสร้างที่สูงลิบเกินความจำเป็น แต่ทว่าการก่อสร้างก็ต้องดำเนินต่อไป เพราะผู้สร้างตั้งใจให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวแทนของประเทศเกาหลีใต้ นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ Metonymic Landscape ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้

    หากมองภาพรวม DDP อาจจะเป็นเหมือนสถานที่อเนกประสงค์ มีสิ่งให้เลือกทำที่หลากหลาย แต่พื้นที่ไฮไลต์ก็คือ โซนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแบบออกเป็นสามส่วนหลักๆ ส่วนแรกคือ Design Exhibition Hall พื้นที่สำหรับโชว์งานศิลปะหมุนเวียนที่มีให้เข้าชมตลอดทั้งปี และมีมุมน่ารักๆ ให้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งของกุ๊กกิ๊ก ของที่ระลึกฮิปๆ น่าสะสมไม่เหมือนใครใน Gift Shop ขนาดย่อม ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง DDP และ PMQ อาร์ตสเปซที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกง

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     ส่วนต่อมาก็คือ Design Pathway เป็นทางเดินขึ้นของพิพิธภัณฑ์ที่จะมีงานจัดแสดงในระหว่างทางเดินที่มีความยาวประมาณ 553 เมตร ลักษณะคล้ายๆ ทางเดินวนของหอศิลป์ฯ กรุงเทพฯ บ้านเรานั่นเอง

     และส่วนที่สามกับ Design Museum โซนที่มีการโชว์ศิลปะแบบถาวร เน้นชิ้นงานที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและดีไซน์ของประเทศเกาหลีใต้ไว้อย่างครบครัน ใกล้ๆ กันก็มีอีกจุดที่น่าสนใจอย่าง DDP Archives พื้นที่บรรจุโมเดลและคอนเซ็ปต์ดีไซน์ของ DDP ไว้ นอกจากนี้ยังมี Art Hall พื้นที่แสดงโชว์ศิลปะและทำเวิร์กช็อปแบบหมุนเวียนอีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

 

FYI

ค่าเข้าชม: บริเวณรอบๆ เข้าฟรี ส่วนโซนจัดงานจะแล้วแต่งานนิทรรศการที่จัดขึ้น

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น. (วันศุกร์และเสาร์ ปิดเวลา 21.00 น.) ปิดทำการวันจันทร์

การเดินทาง: รถไฟสาย 2 สีเขียว, สาย 4 สีฟ้า, สาย 5 สีม่วง ลงสถานี Dongdaemun History and Culture Park ทางออกที่ 1 ออกมาจะพบกับตัวตึก DDP 

DAELIM MUSEUM & D MUSEUM

     หากในแพลนเที่ยวกรุงโซลของคุณได้บรรจุพระราชวังเคียงบกกุง อีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนผ่านตากับบรรยากาศของพระราชวัง ที่ซึ่งผู้คนมากมายต่างเพลิดเพลินไปกับการแต่งกายในชุดที่ฮันบก สวมบทเป็นขุนนางในวังหลวง หรือกำลังจินตนาการว่าตัวเองเป็นแดจังกึมอยู่ในวังหลวงอันงดงาม ก็ต้องไม่พลาดที่จะเติมพิพิธภัณฑ์ศิลปะแทริม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ กันลงไปในทริปนี้ด้วย

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     เพราะที่นี่อัดแน่นไปด้วยงานแสดงศิลปะในพื้นที่ขนาดย่อม ซึ่งก่อสร้างและจัดการโดย Daelim Culture Foundation สถาบันที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับรองและสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้กับนักศึกษาหรือผู้ที่สนใจในเรื่องศิลปะโดยเฉพาะ และเคยใช้ชื่อว่า Hanlim Museum พิพิธภัณฑ์รูปถ่ายแห่งแรกของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในจังหวัดแทจ็อน ต่อมาเมื่อย้ายมาอยู่ในกรุงโซล จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ Daelim ภายหลัง

     ภายในพิพิธภัณฑ์บริเวณชั้นล่างสุดตรงทางเข้า จุดแรกจะได้พบกับโซนขายของที่ระลึก ถัดไปอีกหน่อยก็จะเจอทางเดินเป็นบันไดเล็กๆ ขึ้นไปชมงานแสดง หากวันที่มีคนเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก บรรยากาศก็จะค่อนข้างแออัดเบียดเสียด เพราะพื้นที่มีจำกัด ส่วนชั้นบนสุด นอกจากเป็นพื้นที่ห้องไว้สัมมนาแล้ว ยังมีระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาอินวังซาน และภูเขาบุคฮันซาน เป็นไฮไลต์ที่น้อยคนนักจะรู้

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     หรือจะเปลี่ยนอารมณ์จากเสพศิลป์เป็นชิมกาแฟ ก็แค่เดินออกมาจากมิวเซียมนิดเดียวก็จะเจอกับ Daelim Museum Cafe คาเฟ่สุดน่ารักที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ นั่งพักพร้อมสั่งกาแฟสักแก้ว เบเกอรีสักชิ้น หรือช้อปของที่ระลึกน่ารักๆ สไตล์เกาหลี ที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนมีความสุขกับสถานที่ที่แห่งนี้ได้นานขึ้น

     แต่หากยังอยากเต็มอิ่มกับศิลปะกันต่อ เรายังมีพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ D Museum เป็นพื้นที่โชว์งานศิลปะ เกิดขึ้นจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี และมีขนาดที่กว้างกว่า Daelim Museum ตั้งอยู่แถวฮันนัมดง และใกล้ๆ กันจะเกิดพื้นที่แห่งใหม่ชั้นใต้ดินที่มีชื่อว่า D Project Space เน้นการแสดงศิลปะหลากหลายรูปแบบจากศิลปินและนักประดิษฐ์รุ่นใหม่อีกด้วย

 

ศิลปะเกาหลีใต้

FYI

DAELIM MUSEUM

ค่าเข้าชม : 5,000 วอน

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (วันพฤหัสบดีและเสาร์ ปิดเวลา 20.00 น.) ปิดทำการวันจันทร์

การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี Gyeongbokgung แล้วออกทางออกที่ 2, 3 เดินต่อประมาณ 200 เมตร

 

D MUSEUM

ค่าเข้าชม: 8,000 วอน

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 20.00 น.) ปิดทำการวันจันทร์

การเดินทาง: ลงรถไฟที่สถานี Hannam ทางออก 1 แล้วต่อรถบัสจากสถานีรถไฟ

MMCA (THE NATIONAL MUSEUM OF MODERN AND CONTEMPORARY ART)

     เพื่อให้ศิลปะซึมเข้าเส้นเลือด เราเดินไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งชาติ MMCA สาขาโซล ตั้งอยู่ตรงข้ามพื้นที่ของพระราชวังเคียงบกกุง ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขาในเกาหลี และกำลังจะเปิดอีกหนึ่งสาขาในปีหน้า

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     ไฮไลต์ของสาขาโซลคือ คุณจะได้พบกับแสดงงานศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก โดยแบ่งเป็นแกลเลอรีต่างๆ ที่มีลักษณะเหมือนห้องคล้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียงลำดับตามตัวอักษรให้ชมอย่างจุใจ แต่หากไม่แน่ใจว่ามีแกลเลอรีไหนน่าสนใจบ้าง ก็สามารถหยิบไกค์บุ๊กของทางพิพิธภัณฑ์มาดูรายละเอียดของแต่ละงานที่กำลังจัดแสดงอยู่ได้ และเพื่อให้เต็มอิ่มไปกับงานศิลปะ เราคิดว่าจะต้องเผื่อเวลาอย่างน้อยราวๆ ไว้ถึง 2 ชั่วโมงถึงจะเดินชมจนครบ

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     เมื่อเต็มที่กับงานศิลปะแล้ว ก็ได้เวลาช้อปปิ้งกับร้านขายของที่ระลึกที่ตั้งเรียงรายเป็นแถวยาว ล่อตาล่อใจเราทันทีที่ก้าวเข้ามา หากช้อปปิ้งไม่ถนัดเพราะมีสัมภาระมาด้วย แนะนำว่าให้เดินถัดไปอีกหน่อย จะมีล็อกเกอร์ฝากของไว้คอยบริการ

     ส่วนอีกสองสาขาที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น จะอยู่ที่เมืองกวาชอน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการศึกษา เก็บ สะสม รักษา และจัดแสดงงานศิลปะไปในตัว อีกสาขาหนึ่งอยู่ที่พระราชวังถ็อกซูกุง เน้นนำเสนอศิลปะร่วมสมัยของเกาหลีและต่างประเทศ

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

FYI

ค่าเข้าชม : 4,000 วอน

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (วันศุกร์-เสาร์ ปิดเวลา 21.00 น. ช่วงหลัง 18.00 น. เข้าฟรี)

การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี Anguk แล้วออกทางออกที่ 1 ใช้เวลาเดินประมาณ 14 นาที

LEEUM (SAMSUNG MUSEUM OF ART)

     เลือดความติสต์เดือดปุดๆ จังหวะหัวใจยังเร้าให้เราเข้าชมงานศิลปะ หมุดหมายต่อไปของเราจึงต้องไปกันที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะลีอุมซัมซุง สร้างขึ้นโดยครอบครัวลี ครอบครัวเจ้าของแบรนด์ Samsung ผู้นำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี แถมยังมีความเก๋ไก๋ตรงที่มาของชื่อพิพิธภัณฑ์ซึ่งเกิดจากการผสมคำระหว่างนามสกุล Lee รวมกับ um ที่มาจากตัวอักษรสองตัวท้ายของคำว่า museum

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     และไม่เพียงแค่ชื่อที่ผ่านการออกแบบได้อย่างน่าสนใจแล้ว เราจะเห็นได้ว่าตั้งแต่บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ที่ชวนตรึงสายตาของผู้คนด้วยงานประติมากรรม Tall Tree and the Eye มีลักษณะเป็นลูกบอลทรงกลมที่มีพื้นผิวที่สะท้อนภาพออกมาในรูปทรงที่บิดเบี้ยวก่อตัวสูง ซึ่งเป็นผลงานของ อนิช คาพัวร์ ศิลปินชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดียที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในด้านการสร้างงานประติมากรรม

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     ส่วนบรรยากาศด้านในจะให้ความรู้สึกค่อนข้างเงียบขรึมและเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนใหญ่จะแบ่งพื้นที่จัดแสดงแบบถาวร มีสองส่วนด้วยกันคือ Beyond Time เต็มไปด้วยวัตถุโบราณต่างๆ ที่ถูกค้นพบของประเทศเกาหลี มีทั้งเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย จาน ชาม เครื่องปั้นดินเผา อีกส่วนคือ Beyond Space เป็นการจัดแสดงชิ้นงานศิลปะร่วมสมัยต่างๆ จากหลากหลายศิลปินที่ครอบครัวลีถือครองเอาไว้

     ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้อยู่ที่ศิลปะจัดวางบริเวณบันไดทางลงสำหรับออกจากตัวอาคาร บันไดนี้ฉาบด้วยสีเหลืองที่มาจากแสงของหลอดไฟที่ถูกดัดเป็นวงกลม ด้านบนเพดานยังเป็นกระจกสะท้อนลงมา ความงดงามนี้ชื่อว่า Gravity Stairs ออกแบบโดย Olafur Eliasson ศิลปินชาวไอซ์แลนด์

 

 ศิลปะเกาหลีใต้

 

FYI

ค่าเข้าชม : นิทรรศการถาวร 10,000 วอน นิทรรศการพิเศษ 8,000 วอน ตั๋ว Day Pass 14,000 วอน

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.30-18.00 น. ปิดทำการวันจันทร์

การเดินทาง : สถานี Hangangjin ทางออกที่ 1 ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที

STUDIO CONCRETE

     และแล้วเราก็มาปิดท้ายสายอาร์ทิสต์กันที่สตูดิโอคอนกรีต ตั้งอยู่ในฮันนัมดง โดยมี ยู อาอิน เป็น CEO และ Creative Director นักแสดงชายจากหนังอินดี้เรื่อง Burning ที่นำเนื้อเรื่องมาจากหนังสือ เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน ของ ฮารูกิ มูราคามิ ในตอน Barn Burning มาสร้าง

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     ยู อาอิน ตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผสมผสานงานศิลปะและเรื่องราวของผู้คนในทีมงานเบื้องหลังที่มีความหลงใหลในศิลปะอย่างแท้จริง เขามีความตั้งใจที่แสดงงานศิลปะเพื่อให้มีประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่ได้มองหาการเติบโตที่ก้าวกระโดดหรือกำไรที่เป็นตัวเงิน และยังใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมไปยังถึงสเปซเล็กๆ แบ่งเป็นคาเฟ่สำหรับนั่งกินลมชมวิวจิบกาแฟด้านบนของสตูดิโอ

     ลักษณะของสตูดิโอขนาดเล็กประกอบไปด้วยพื้นที่แสดงงานศิลปะ คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก ทุกพื้นที่ดูเล็กกะทัดรัดแต่เรารู้สึกได้ถึงพลังของกลุ่มคนเล็กๆ ที่สร้างสรรค์พื้นที่นี้ขึ้นมา และยังเลือกชิ้นงานศิลปะสำหรับการจัดแสดงแตกต่างจากที่อื่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และถึงแม้ว่าสตูดิโอแห่งนี้จะห่างจากสถานีรถไฟพอสมควร แต่เรามั่นใจว่าที่นี่จะเป็นอีกพื้นที่เล็กๆ ในโซลที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

 

 ศิลปะเกาหลีใต้

 

FYI

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น. ปิดทำการวันจันทร์

การเดินทาง : สถานี Hangangjin ทางออกที่ 2 ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที

 

HIDE AND SEEK: ศิลปะซ่อนแอบ

     ตลอดระยะเวลาที่ได้เดินทางเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ และสเปซหลายต่อหลายแห่ง เราสังเกตเห็นศิลปะชิ้นเล็กๆ ที่น่ารักกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงโซล ส่วนใหญ่มักเป็นความบังเอิญที่เราได้เห็น จุดน้อยๆ นี้ทำให้เรารู้สึกสนุกคล้ายกับกำลังเล่นซ่อนแอบกับงานศิลปะตัวน้อยๆ เหล่านี้ตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นทรงน่ารักๆ ที่เจอตามพื้นที่ที่เราเดินผ่าน บางครั้งก็ซ่อนอยู่บนตึกที่เราไม่รู้จักชื่อ ลอยตัวอยู่ด้านบนเวลาที่เราเพลิดเพลินไปกับงานศิลปะด้านในพิพิธภัณฑ์ บางทีก็เป็นชิ้นงานขนาดใหญ่ที่ตั้งใจให้เห็นกันแบบจะจะ จนเราต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

ศิลปะเกาหลีใต้

 

     วันนี้กรุงโซลสำหรับเราได้กลายเป็นเมืองศิลปะที่หลายคนมองเห็นต่างมุม ในขณะที่เราเห็นสิ่งหนึ่ง คุณอาจจะเห็นอีกสิ่งหนึ่ง งานศิลปะน่ารักๆ ที่เราถ่ายรูปมา คุณอาจจะตามมันไม่เจอ แต่เราเชื่อว่ากรุงโซลยังมีศิลปะน้อยใหญ่อยู่อีกมากมาย ที่รอให้คุณออกไปค้นหาและตามหาให้พบผ่านมุมมองของตัวคุณเอง และเราก็มั่นใจว่าสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะทำให้คุณหลงรักศิลปะและหลงใหลกรุงโซลได้อีกครั้ง

 

ศิลปะเกาหลีใต้ 


เรื่องและภาพ: ‘โหน่ง’ – พุฒิพัฒน์ ทีรฆวงศ์สกุล

     ชายหนุ่มผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวเรื่องราวต่างๆ ผ่านการถ่ายภาพ ปัจจุบันทำงานเป็น Senior Digital Strategist อยู่ที่บริษัท The Flight 19 Agency สามารถเข้าไปชมเรื่องราวการเดินทางของเขาได้ทางอินสตาแกรม puttipat

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่